ตอนที่ 35 เผาทุ่งพกป้อง
ฝ่ายเล่าเปียวคิดใช้ให้เล่าปี่ไปตีเมืองกังตั้ง หวังแก้แค้น ขงเบ้งคิดอ่านให้บ่ายเบี่ยงก่อน แลเล่าเปียวจะยกเมืองให้เล่าปี่ เล่าปี่ก็มิอาจรับ อยู่มาเล่ากี้ผู้บุตรเล่าเปียวเข้าขอคำปรึกษาขงเบ้ง เรื่องกลัวอันตรายจากชัวฮูหยินกับชัวมอขงเบ้งจึงแนะนำให้เล่ากี้ไปอยู่ ณ เมืองกังแฮ
ฝ่ายโจโฉได้สุมาอี้เป็นที่ปรึกษาคิดกำเริบ หวังตีหัวเมืองชายทะเลสิ้น ส่งแฮหัวตุ้นกับทหารสิบหมื่นออกตี เล่าปี่ ณ เมืองซินเอี๋ย เล่าปี่กองกำลังน้อยกว่าขงเบ้งจึงให้ตั้ง ค่ายชุ่ม ณ ทุ่งพกป้องแลแฮหัวตุ้นประมาทมิฟังคำทัดทาน ของลิเตียน จึงถูกลอบวางเพลิงเสีย ทหารแฮหัวตุ้นวิ่งหนีแตก ตื่นเหยียบตายกันเป็นอลหม่านบ้างหนีไม่ทันตายในเพลิงเป็นอันมาก ด้วยสองข้างทางเต็มไปด้วยป่าแขมไฟจึงลามไปทั่ว กองทัพ ศพดาษดังขอนไม้ โลหิตแดงไปทั้งป่า ทหารสิบหมื่น ตายสิ้น แฮหัวตุ้นเสียทีดังนั้นจึงทิ้งทหารหนีกลับเมืองฮูโต๋ แล ฝีมือของขงเบ้งแสดงให้เห็นเป็นที่ประจักษ์แต่นั้นมา เตียวหุย กวนอูกับนายทหารอื่นจึงเลื่อมใสขงเบ้งยิ่งนัก
ตอนที่ 36 โจโฉยาตราทัพลงใต้
ฝ่ายเล่าเปียวป่วยหนักใกล้ตายเรียกเล่ากี้ เข้าพบแต่ถูกชัวมอห้ามไว้เล่ากี้มิรู้ทำอย่างไร จึงจำใจกลับไป เมืองกังแฮ อยู่มาเล่าเปียวโรคป่วยกำเริบจึงถึงแก่ความตาย จึงให้แต่งการศพตามประเพณี แล้วชัวมอก็ตั้งให้เล่าจ๋องเป็น เจ้าเมืองแทนบิดาต่อไป
อยู่มาโจโฉกะเกณฑ์ทหารเข้าถึงห้าสิบหมื่น ยกลงใต้หวังตีแผ่นดินให้ราบคาบ เล่าจ๋องรู้ดังนั้นจึงตกใจ คิดอ่านยกเมืองเกงจิ๋วให้โจโฉ โจโฉแจ้งดังนั้นก็มีความยินดี
ฝ่ายเล่าปี่รู้ว่าเล่าเปียวตายแล้วจึงร้องไห้ จนสลบ แล้วขงเบ้งคิดอ่านให้เล่าปี่ย้ายจากเมืองซินเอี๋ย ไป เมืองอ้วนเซีย เพื่อคิดอ่านป้องกันโจโฉแลเล่าปี่จึงชักชวน ราษฎรประชาราษฎร์ให้ติดตามไปด้วย ฝ่ายโจหยิน เคาทูยกทัพ เป็นกองหน้าเข้าเห็นเมืองซินเอี๋ยว่างอยู่จึงเข้าไปพัก ถูกกล ขงเบ้งให้จูล่งเข้าเผาเมือง ทหารโจหยินเหยียบหนีตายกัน อลหม่านหนีมาถึงริมฝั่งแม่น้ำ ถูกกวนอูชุ่มให้ทหารพังทำนบ น้ำไหลบ่าลงมา ทหารโจหยินจมน้ำตายเป็นอันมาก เตียวหุย เข้าสกัดไว้อีกทัพโจหยินแตกหนีมิมีใจจะรบจึงหนีมาเข้ารวมกับ โจโฉ
โจโฉรู้ดังนั้นก็โกรรให้ซีซีไปเกลี้ยกล่อมเล่าปี่ ณ เมืองอ้วนเซีย เล่าปี่มิยอมโจโฉจึงยาตราทัพ ไปเมืองอ้วน เชียหวังล้างเล่าปี่ให้สิ้น แลขงเบ้งเห็นว่าถ้าตั้งอยู่ที่เมืองอ้วน เสียนั้นมิได้จึงโยกย้ายไปเมืองซงหยง ราษฎรแลอาณา ประชาราษฎร์ขอติดตามเล่าปี่ไปด้วย ชาวเมืองทั้งปวงก็ทิ้ง บ้านเมืองเสียอพยพร้องไห้ตามเล่าปี่ เสียงนั้นอื้ออึงไป แลเล่าปี่ ไปถึงเมืองซงหยงนั้นเข้าไม่ได้จึงไปยังเมืองกังเหลง
ฝ่ายโจโฉติดตามมาถึงเมืองอ้วนเซียใกล้จะ ทันอยู่แล้ว ขงเบ้งจึงให้กวนอูไปขอทหารจากเล่ากี้ ณ เมืองกัง แฮ ให้จูล่งคุมครอบครัว ตัวเล่าปี่ เตียวหุยคุมทหารไปป้องกัน อยู่หลังทัพ แลเดินทางได้แต่วันละร้อยเส้น
ตอนที่ 37 จูล่งฝ่าทัพรับอาเต๊า
ครั้นโจโฉยกทัพมาถึงเมืองซงหยง เล่าจ๋อง จึงออกมาคำนับ โจโฉจึงให้เล่าจ๋องไปอยู่เมืองเฉงจิ๋ว ให้ชัวมอเตียวอุ่นเป็นนายกองทัพเรือฝึกทหารทั้งปวง แล้วโจโฉจึงส่ง อิทึ่มไปฆ่าเล่าจ๋องกับชัวฮูหยินเสียระหว่างทาง ครั้นบำรุง ไพร่พลทหารเสร็จแล้วจึงยกกองทัพหลวงต่อไปยัง ณ เมือง กังเหลง ฝ่ายเล่าปี่เร่งเดินทางอยู่ ขงเบ้งจึงออกไปตามกวนอู ณ เมืองกังแฮอีกคน
ครั้นประมาณสามยามเล่าปี่ได้ยินเสียงโห่ ร้องอื้ออึงมา เล่าปี่ก็ตกใจยกทหารสองพันเข้ารบด้วยโจโฉเป็น สามารถ เตียวหุยเห็นดังนั้นก็เข้าช่วยหักไปช่วยเล่าปี่ ทหารโจ โฉจึงรุกไล่ฆ่าฟันอาณาประชาราษฎร์หลบหนีวุ่นวาย การ โกลาหลยิ่งนัก ครอบครัวเล่าปี่ถูกทหารไล่มาก็พลัดพราก กระจายไปกับชาวบ้าน เล่าปี่กับเตียวหุยก็ช่วยต้านทานเป็น สามารถ แต่มิอาจสู้ได้เหลือทหารแต่ร้อยหนึ่ง แลครอบครัว ราษฎรบาดเจ็บล้มตายยิ่งนัก
เล่าปี่กับเตียวหุยหลบหนีผ่านสะพานเตียง ปันเกี้ยวไป ตัวเตียวหุยก็วกกลับเข้ามายืนขี่ม้าถือทวนสกัด แต่ เพียงผู้เดียว ทหารโจโฉสำคัญเป็นเตียวหุยก็เกิดกลัวไม่กล้าเข้าใกล้ ฝ่ายจูล่งซึ่งเล่าปี่ให้คุมครอบครัวตัวอยู่นั้น ตะลุมบอน อยู่ในทัพโจโฉ ตีตลบกลับแล้วตีหักไปอีก ตามหาตัวอาเต๊าบุตร เล่าปี่แลกำฮูหยิน บิฮูหยินภรรยาเล่าปี่ก็มิพบ จนรุ่งสว่างจึงหัก เข้าไปควานหาอีก พบชาวบ้านต้องอาวุธบาดเจ็บเป็นอันมาก
แลเสียงร้องไห้อื้ออึงคะนึงไป พบนางกำฮูหยิน จึงพาออกมา ถึงต้นสะพานแล้ววกกลับเข้าไปหาอีกเป็นหลายตลบ พบบิฮูหยินบาดเจ็บอุ้มอาเต๊าอยู่ จูล่งรีบเข้าไปแล้วชวนให้รีบหนี ฝ่ายนางบิฮูหยินรู้ว่าตัวบาดเจ็บจะเป็นตัวถ่วงจึงขั้นมิไป ฝากอาเต๊าให้จูล่ง แล้วตัวก็รีบกระโจนลงในบ่อที่อยู่ข้างๆตกลงไปตาย จูล่งเห็นดังนั้นจึงร้องไห้แลกลบปากบ่อเสียหวังมิให้ทหารโจโฉ พบแล้วถอดเกราะเอาอาเต๊าไว้ข้างใน รบฝ่าหนีทหารโจโฉออก มาแต่เพียงผู้เดียว ฝ่ายทหารโจโฉเข้าล้อมสกัดเป็นอันมาก จู ล่งก็รบฝ่าออกมารบพุ่งกันอลหม่านฆ่าทหารเอกแลทหารเลวโจโฉมากมาย โลหิตนั้นติดกายแลเกราะเป็นอันมาก จูล่งก็ขับ ม้ารีบหนีไปถึงสะพานเตียงปันเกี้ยว ตัวจูล่งแลม้าที่ขี่ก็อ่อนแรง ลง เตียวหุยจึงว่าเจ้ารีบขับม้าพาบุตรไปให้เล่าปี่เถิด จูล่งก็ขับฝ่าไป เตียวหุยเข้าสกัดแลเห็นสัปทนกั้นมาข้างหลังก็รู้ว่าโจโฉ ทัพหลวงมาถึงเอง จึงร้องตวาดด้วยเสียงอันดัง ทหารโจโฉก็ กลัวมิกล้าเข้าใกล้ทั้งเกรงในกลขงเบ้ง แล้วเตียวหุยก็ให้ชัก กระดานสะพานเสียพาทหารกลับมาหาเล่าปี่ แลโจโฉสำคัญใน กลจึงให้ทำสะพานแล้วยกทหารตามไป
ฝ่ายเล่าปี่เห็นผงคลีฟุ้งตลบอยู่ แลเสียงโห่ร้องอื้ออึงคนึง ก็สำคัญว่าโจโฉยกทัพมาถึงตัวแล้ว แลมิรู้จะ หนีไปทางใด พอดีกวนอู เล่ากี้ยกทหารข้ามเรือมาช่วยพอดีเข้า ช่วยสกัดรบพุ่งทหารโจโฉ เล่าปี่เห็นดังนั้นก็มีความยินดียิ่งนัก ขงเบ้งจึงให้กวนอูไปอยู่เมืองแฮเค้า ตัวเล่าปี่ ขงเบ้งไปอยู่กับ เล่ากี้ ณ เมืองกังแฮ ฝ่ายโจโฉนึกสำคัญว่ากลขงเบ้งจึงมิอาจ ไล่ตีตามด้วยเกรงอยู่ แล้วไปอยู่ ณ เมืองเกงจิ๋ว สะสมพลทหาร ลือว่าได้ร้อยหมื่น
ตอนที่ 38 ขงเบ้งเจรจากับที่ปรึกษาซุนกวน
ฝ่ายซุนกวนรู้ว่าโจโฉยกมาเป็นการเอิกเริก ยิ่งนัก จึงให้โลซกไปสืบราชการ ณ เมืองเกงจิ๋ว ครั้นโลซกมาถึงก็เข้าแวะเยี่ยมเล่าปี่ ขงเบ้ง จึงได้สนทนากัน ฝ่ายขงเบ้งคิด ยุให้โจโฉกับซุนกวนผิดใจกัน จึงลาเล่าปี่ไปเข้าพบซุนกวน ณ เมืองกังตั้ง
ครั้นมาถึงเมืองกังตั๋งโลชกก็จัดหาที่อยู่ให้ ขงเบ้ง แล้วตัวโลซกเข้าพบซุนกวน พบที่ปรึกษาแลนายทหาร ทั้งปวงเกี่ยงกันเป็นสามารถด้วยฝ่ายหนึ่งให้เข้าอ่อนน้อมด้วย โจโฉ อีกฝ่ายให้เข้าสู้รบเป็นสามารถ ฝ่ายซุนกวนด้วยเป็นคน เรรวนมิรู้จะทำประการใดจึงนิ่งอยู่ พอดีโลซกว่าขงเบ้งมา ณ เมืองกังตั้ง ซุนกวนมีความยินดีจึงเชิญขงเบ้งเข้ามา
ครั้นขงเบ้งเข้ามาพบที่ปรึกษาซุนกวน หลายคน จึงเข้าสนทนาอยู่ ฝ่ายเตียวเจียว ยีหวน โปเจ๋า ชีหอง ลกเจ๊ก เหยียมจุ้น เทียตก ผู้สนับสนุนให้ซุนกวนเข้าอ่อนน้อม ด้วยโจโฉ ปะทะคารมกับขงเบ้งเป็นอันมาก แลแต่ละคนมิสู้ปาก ขงเบ้งก็เลยนิ่งอยู่ ครั้นอุยกายพาขงเบ้งเข้าพบซุนกวน ขงเบ้งก็เข้ายุแหย่ซุนกวนให้สู้ด้วยโจโฉ ซุนกวนก็ยังเรรวนอยู่มิ รู้ทำประการใด ด้วยฝ่ายขุนนางเข้าด้วยเตียวเจียวให้เข้า อ่อนน้อมแก่โจโฉ แลฝ่ายทหารเข้าด้วยโลซกแลขงเบ้งให้รบ ด้วยโจโฉ จึงมิรู้ทำประการใด
ตอนที่ 39 ซุนกวนตัดสินใจรบด้วยโจโฉ
ซุนกวนก็มีความวิตกนัก พอดีนางงอก๊ก ไถ่ผู้เป็นแม่น้าจึงว่า ตอนที่ผู้พี่เจ้าตายการข้างในให้ปรึกษา เตียวเจียว การข้างนอกให้ปรึกษาจิวยี่ ซุนกวนก็เพิ่งรำลึกถึงจิ วยี่ได้ก็มีความยินดีจึงเรียกจิวยี่เข้าไปพบเพื่อปรึกษา
ฝ่ายจิวยี่เข้าพบขงเบ้งแลโลซก จิวยี่จึงว่า ให้อ่อนน้อมด้วยโจโฉ ฝ่ายขงเบ้งจึงเข้ายุแหย่จิวยี่ให้สู้รบ โดยอ้างว่าโจโฉมากังตั้งต้องการสองนางไปบำเรอ ชื่อว่า นาง เสียวเกี้ยว กับนางไต้เกี้ยว จิวยี่ได้ฟังดังนั้นก็โกรรด้วยว่านาง เสียวเกี้ยวเป็นภรรยาของตัวอยู่นั่นเอง แล้วเข้าพบซุนกวนเพื่อเสนอให้เข้าสู้โจโฉ ซุนกวนจึงตัดสินใจเด็ดขาดให้จิวยี่ถืออาญาสิทธิ์ทั้งปวงแล้วเข้ารบด้วยโจโฉ
ฝ่ายจิวยี่เห็นขงเบ้งหลักแหลมรู้น้ำใจคนจึง ว่านานไปจะเป็นศัตรูต้องรีบกำจัดเสีย ครั้นอยู่มาเล่าปี่รู้ข่าวว่า ซุนกวนตัดสินใจตีโจโฉจึงจัดแจงพลทหารสิ้นไปตั้งอยู่ ณ
เมืองแฮเค้า จิวยี่จึงแสร้งทำอุบายเชิญเล่าปี่มาปรึกษาราชการ ที่เมืองกังตั้งหวังลอบฆ่าเสีย เล่าปี่จึงพากวนอูมาด้วย ทหารจิ วยี่เห็นกวนอูจึงเกรงกลัวยิ่งนักมิอาจทำอันตรายเล่าปี่ได้ ฝ่าย ขงเบ้งรู้ว่าเล่าปี่มายังกังตั้งจึงเข้าพบแล้วว่า เดือนอ้ายแรมห้า ค่ำให้จูล่งมารับ ณ ริมฝั่งแม่น้ำ แล้วเล่าปี่ก็ลากลับไป ณ เมือง แฮเค้า
ตอนที่ 40 ขงเบ้งยืมเกาทัณฑ์
ฝ่ายชัวมอ เตียวอุ่นจัดแจงฝึกทัพเรือให้ กล้าแข็ง ด้วยทหารโจโฉเป็นชาวเหนือไม่ชำนาญทางเรือ จิวยี่รู้ ดังนั้นก็คิดอุบายกำจัดชัวมอ เตียวอุ่นเสีย พอดีเจียวก้านข้าม มายัง ณ ถังตั้งหวังเกลี้ยกล่อมจิวยี่เข้าด้วยโจโฉ จิวยี่เห็นได้ที จึงทำทีเชิญเจียวก้านกินโต๊ะแล้วเผลอหลับไป ฝ่ายเจียวก้าน นอนไม่หลับลุกขึ้นมา พบจดหมายที่ชัวมอ เตียวอุ่นส่งมาให้จิว ยี่ที่จิวยี่ปลอมไว้ สำคัญว่าจริงก็รีบแอบนำจดหมายกลับมาให้ โจโฉ
ฝ่ายโจโฉครั้นได้เปิดอ่านแล้ว มิรู้เท่าทันกล จิวยี่ จึงเรียกให้ชัวมอ เตียวอุ่นไปประหารเสีย จิวยี่แจ้งดังนั้นใน อุบายก็มีความยินดีสิ้นวิตก ฝ่ายขงเบ้งรู้เท่าทันกลจิวยี่ จิวยี่รู้ ดังนั้นก็มีความริษยาขงเบ้งเป็นอันมาก คิดอุบายหาขงเบ้งเข้า มาแล้วว่าให้ช่วยทำเกาทัณฑ์สิบหมื่นดอกในสิบวัน ขงเบ้งรู้ดัง นั้นก็แจ้งว่า จิวยี่ปราถนาจะหาความผิดใส่ตัวเสียจะได้ฆ่าเสีย จึงออกปากเพียงว่าจะได้ลูกเกาทัณฑ์ในสามวันเท่านั้น จิวยี่จึง นึกว่าขงเบ้งหลงในอุบายตัวเข้าแล้ว
ฝ่ายขงเบ้งนิ่งเสียสองวันครั้นวันที่สามจึง ชวนโลซกลงเรือ แล้วพาเรือเล็กยี่สิบลำ ไปยังทัพโจโฉตอนดึก เรือแต่ละลำนั้นเต็มไปด้วยหุ่นฟางมัดสีดำเป็นอันมาก ขณะนั้น หมอกลงจัดฝ่ายโจโฉเห็นเรือแล่นเข้ามา ก็สำคัญว่าเป็นเรือข้าศึกก็ระดมยิงเกาทัณฑ์เข้าใส่เรือเป็นอันมาก มิเห็นว่าทหาร มากแลน้อย ครั้นลูกเกาทัณฑ์เต็มฝั่งขงเบ้งก็ให้กลับแคมรับอีกฝั่งนึง จนเรือแต่ละลำเต็มไปด้วยเกาทัณฑ์จึงยกกลับ ได้ เกาทัณฑ์ติดฟางมาเป็นอันมากนับได้เกินสิบหมื่น จิวยี่เห็นดัง นั้นก็ทอดใจใหญ่แล้วว่า ขงเบ้งมีสติปัญญาลึกซึ้งยิ่งนัก
พอดีขงเบ้งเดินเข้ามา จิวยี่จึงว่าทัพโจโฉ ยกทัพมาขนาดนี้เห็นจะหักโหมเข้าไปก็จะขัดสน จึงว่าเรามีกลอุบายอยู่อันนึง ขงเบ้งจึงว่าให้เขียนกลอุบายลงฝ่ามือ ออกมาดูพร้อมกัน จิวยี่เห็นชอบ ครั้นเขียนเสร็จก็แบมืออกมาพบคำว่าเพลิงต้องกัน แล้วแต่ละคนก็หัวเราะ จิวยี่จึงว่าอย่าให้การนี้แพร่งพรายไป
ในส่วนของวีดีโอ : ขงหมิงกล่าวว่า “ถึงแม้ข้าจะไม่ได้มีพรสวรรค์ แต่ครั้งหนึ่งข้าได้พบกับบุคคลพิเศษผู้หนึ่งซึ่งได้ถ่ายทอดความลับของสำนักฉีเหมินตุนเจียให้แก่ข้า ทำให้ข้าสามารถเรียกลมและฝนได้ หากแม่ทัพใหญ่ต้องการลมตะวันออกเฉียงใต้ ท่านอาจสร้างแท่นบนภูเขาหนานผิง ตั้งชื่อว่าแท่นเจ็ดดาว สูงเก้าฟุต มีสามชั้น และมีทหารหนึ่งร้อยยี่สิบคนถือธงและป้ายล้อมรอบ ข้าจะประกอบพิธีกรรมบนแท่นเพื่อเรียกลมตะวันออกเฉียงใต้ที่แรงเป็นเวลาสามวันสามคืนเพื่อช่วยเหลือแม่ทัพใหญ่ในการรบ ท่านคิดอย่างไร?” โจวหยูกล่าวว่า “อย่าไปสนใจสามวันสามคืนเลย ลมแรงเพียงคืนเดียวก็เพียงพอที่จะทำสิ่งยิ่งใหญ่ได้แล้ว อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้เร่งด่วนและไม่สามารถล่าช้าได้” ขงหมิงกล่าวว่า “ในวันที่ 20 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นวันเจียจื่อ เราจะประกอบพิธีเรียกลม และในวันที่ 22 ซึ่งเป็นวันปิงหยิน ลมจะสงบลง ท่านคิดอย่างไร?” เมื่อได้ยินเช่นนั้น โจวหยูดีใจมากและลุกขึ้นทันที จากนั้นเขาสั่งให้ทหารฝีมือดีห้าร้อยนายไปสร้างแท่นบูชาบนภูเขาหนานผิง และมอบหมายให้ทหารหนึ่งร้อยยี่สิบนายเฝ้าแท่นบูชาพร้อมธง รอคำสั่งต่อไป
ในวันมงคลของเดือนเจียจื่อในเดือนที่สิบเอ็ด ขงหมิงอาบน้ำและอดอาหาร สวมชุดเต๋า เดินเท้าเปล่า ปล่อยผมลง แล้วไปยืนอยู่หน้าแท่นบูชา เขาได้สั่งลู่ซูว่า "จื่อจิง จงไปที่กองทัพเพื่อช่วยกงจินระดมพล หากคำอธิษฐานของข้าไม่เป็นจริง อย่าได้แปลกใจ"
การจากไปของลู่ซูนั้นค่อนข้างเป็นปริศนาทีเดียว
ในฤดูใบไม้ผลิปีแรกของรัชสมัยหย่งเล่อ เกิดภัยแล้งครั้งใหญ่ในจือหลี่ ปักกิ่ง ซานตง และเหอหนาน
ในช่วงฤดูร้อนของปีที่สองในรัชสมัยของจักรพรรดิหย่งเล่อ เกิดภัยแล้งครั้งใหญ่ในซ่งเจียง เจียซิง ซูโจว และหูโจว
ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง มณฑลเจียงซีและมณฑลหูกวงประสบกับอุทกภัย
สี่ปีต่อมา เมืองฉางโจว ลู่โจว และอันฉิง ประสบกับภาวะขาดแคลนอาหาร
ห้าปีต่อมา เกิดภาวะขาดแคลนอาหารในเมืองซุนเทียน เหอเจี้ยน เป่าติ้ง และเหอหนาน
แม่น้ำสายนี้ไหลผ่านทะเลสาบต้าฉานและทะเลสาบมากู และมีเส้นรอบวงประมาณ 300-400 ลี้ ในช่วงฤดูร้อน น้ำในทะเลสาบจะไหลรวมกันเป็นผืนใหญ่ดุจมหาสมุทร คดเคี้ยวไปตามแม่น้ำและลำธารต่างๆ —“สุ่ยจิงจู้”—
ดินอาจเหมาะสมหรือไม่เหมาะสม และความพยายามของมนุษย์อาจเพียงพอหรือไม่เพียงพอ
ความพยายามของมนุษย์ เมื่อทำอย่างเต็มที่แล้ว บางครั้งก็สามารถพลิกผันชะตากรรมได้ แล้วพลังของโลกจะยิ่งทำได้มากแค่ไหนกัน?
ตอนที่ 41 ขงเบ้งเรียกลมตะวันออก
ฝ่ายจิวยี่วิตกอยู่ด้วยหาคนไปสอดแนม ฝ่ายโจโฉ อุยกายเห็นดังนั้นจึงอาสาทำทีเป็นเข้าด้วยโจโฉ จิวยี่ มีความยินดีนัก รุ่งเช้าจึงสั่งให้โบยอุยกายเสียทำทีให้เจ็บแค้น แล้วส่งงำเต๊กไปแต่งกลลวงโจโฉ โจโฉก็สำคัญเชื่อให้หาอุยกาย เข้ามา ครั้นยังคลางแคลงใจอยู่ จึงหาผู้อาสาไปสอดแนม ราชการที่เมืองกังตั๋ง ดูว่าเป็นจริงแลร้ายประการใด ฝ่ายเจียว ก้านเห็นดังนั้นจึงว่าตัวขออาสาไปสอดแนมอีกครั้ง ด้วยขอแก้ตัวซึ่งครั้งก่อนซึ่งทำการพลาดไป โจโฉก็ยินยอมให้ไป
ครั้นเจียวก้านมาถึงจิวยี่ก็ทำทีเป็นโกรร แล้วให้ไปคุมไว้ ณ วัดเชิงเขา ฝ่ายเจียวก้านมีความทุกข์ มิเป็น อันกินอันนอน พบบังทองเจียวก้านจึงเข้าไปคำนับแล้วว่าท่าน นี้หรือคืออาจารย์ฮองซู มีความยินดีเป็นอันมากจึงเชิญไปพบ โจโฉ ณ ค่ายโดยหารู้ไม่ว่าต้องกลอุบายจิวยี่เสียแล้ว
ครั้นเจียวก้านพาบังทองมายังค่าย โจโฉก็ มีความยินดีนักแล้วพาบังทองไปชมทัพเรือ บังทองเห็นดังนั้น จึงแสร้งแนะนำให้ผูกเรือติดกันเข้าไว้ด้วยโซ่ตรวนเพื่อไม่ให้ ทหารเมาคลื่นระส่ำระสาย ด้วยเรือธรรมดานั้นโคลงเคลงทหาร โจโฉไม่สันทัดจึงอาจเมาได้ง่าย โจโฉมิทันคิดก็มีความยินดีนัก แล้วให้เร่งทำการตามบังทองบอก แล้วบังทองก็ลวงโจโฉว่าจะ ไปเกลี้ยกล่อมคน ณ เมืองกังตั้งให้เข้าด้วยโจโฉ โจโฉมีความ ยินดีนักจึงให้ไป ฝ่ายเทียหยกจึงเข้าว่าให้เรือผูกติดกันฉะนี้หาก ข้าศึกใช้เพลิงเผาเสียก็จะมีอันตรายเป็นมั่นคง โจโฉได้ฟังดังนั้นก็หัวเราะแล้วว่าฤดูนี้เป็นเทศกาลแจ้งเห็นแต่จะมีลมว่าวแต่ ลมตะวันตกหากจิวยี่ใช้ เพลิงก็จะกลับเข้าไปเผาตัวเองเป็น มั่นคง
ฝ่ายจิวยี่แลเห็นปลายรงพัดมาจากต้นลม ณ ค่ายโจโฉก็สะดุ้งใจ จึงคิดว่าการที่คิดไว้เห็นจะไม่เป็นผล ด้วยลืมฉุกคิดถึงเรื่องลมเสีย ว่าแล้วก็อาเจียนโลหิตสลบลง กับที่แล้วก็ป่วยอยู่ ฝ่ายขงเบ้งรู้ดังนั้นก็เข้าพบจิวยี่รู้ว่า ณ เดือนอ้ายแรมห้าค่ำจะเกิดลมสลาตัน จึงแสร้งว่าสามารถทำ พิธีเรียกลมสลาตันได้ จิวยี่รู้ดังนั้นมีความยินดีที่ป่วยอยู่ก็ คลายลง
ครั้น ณ เดือนอ้ายแรมสามค่ำขงเบ้งก็ทำพิธี จิวยี่จึงให้อุยกาย จัดแจงกองทัพไว้ให้พร้อม รอลมมาจะยกทำการตีโจโฉทันที ถึงเวลาสองยามเศษได้ยินเสียงลมจากทิศอาคเนย์อื้ออึงมา จิ วยี่จึงมีความยินดีเห็นคงเบ้งมีสติปัญญาเป็นอันมากจึงส่ง ชี เซ่ง เตงฮองไปฆ่าเสีย ฝ่ายขงเบ้งพอเรียกลมเสร็จแล้วก็หลบ หนี ไปพบจูล่ง ณ ริมฝั่ง ฝ่ายซีเช่ง เตงฮองตามไปก็อาจสู้จูล่ง ได้ ครั้นขงเบ้งมาถึงก็ให้เล่าปี่ไปรอดักซุ่มตีทางหนีโจโฉ
ตอนที่ 42 โจโฉแตกทัพเรือ
ฝ่ายโจโฉนั้นตั้งใจคอยฝั่งอุยกายอยู่ตลอดเวลา ครั้นถึงเวลาเห็นอุยกกายนำเรือเข้ามาใกล้ เทียหยกเห็น ผิดสังเกตจึงว่าแก่โจโฉ โจโฉเห็นชอบด้วยจึงให้บุนเพ่งไปห้ามเรือเสียก่อน อุยกายเห็นได้ทีดังนั้นก็สั่งเรือเร่งเข้าไปจุดไฟขึ้น ครั้นลมสลาตันพัดหนักกล้า ทหารโจโฉก็เข้าดับเพลิงมิทัน เรือที่ผูกติดกันแก้ไม่ได้ก็ถูกเพลิงวอดสิ้นเพลิงลามติดเป็นหลาย ตำบล ทหารโจโฉก็วิ่งวุ่นวายไปการนั้นโกลาหลนัก ขณะนั้นทัพ จิวยี่ จิวท่าย ชีเซ่ง เตงฮองมาถึงก็ตีหักเข้าไป ทหารจิวยี่เข้าไปถึงไหน เพลิงก็ลุกติดขึ้น แลทหารโจโฉหนีมิทันต้องอาวุธเจ็บ ปวดล้มตายเป็นอันมาก ที่หนีมิทันก็ตายในกองเพลิงบ้าง ตก น้ำตายบ้าง
ฝ่ายโจโฉเห็นดังนั้นก็ตกใจขี่ม้าหลบหนีไป ทางตำบลฮัวหลิมพบลิบอง เล่งทองเข้าไล่ตีตามมา เตียวเลี้ยว กับซิหลงก็เข้าสู้เป็นสามารถมิได้แพ้ชนะกัน ซิหลงก็พาโจโฉหนีต่อ พบกำเหลงดักทางอยู่จึงหนีไปทางหับป๋า
ครั้นหนีมาใกล้ตำบลฮัวหลิมพบจูล่งเข้า สกัดทางอยู่ เตียวคับ เตียวเลี้ยวก็เข้าช่วยป้องกันทางด้าน หลัง แลทหารโจโฉทิ้งม้าแลศัสตราวุธเป็นอันมากแล้วโจโฉก็สั่ง ให้รีบหนีไป ครั้นมาถึงตำบลโฮเลาก๊ก ก็ให้หยุดหุงอาหารอยู่ยัง มิทันสุกได้กิน เตียวหุยก็เข้าล้อมไว้ เคาทู เตียวเลี้ยว ซิหลง ก็ เข้าป้องกันเป็นสามารถแล้วรีบหนีไป ทหารที่หนีมานั้นก็อิดโรย ทั้งต้องอาวุธบาดเจ็บเป็นมากแลเห็นทางเข้าลำกุ้น ก็หลงในกลขงเบ้ง เข้าไปทางน้อยแลทางนั้นแคบเดินลำบากนักโจโฉก็ ให้เร่งให้เดินไป ครั้นพ้นซอกเขาโจโฉก็หัวเราะขึ้นแล้วว่า หาก ขงเบ้งให้คนมาซุ่มอยู่ตรงนี้เห็นตัวจะมิรอดแน่ครั้นขาดคำ ได้ยินเสียงประทัด กวนอูถือง้าวคุมสกัดทางไว้ โจโฉเห็น จวนตัวจะมิรอดทหารที่มาก็เหลือเพียงร้อยเศษ จึงวอนกวนอู ให้ปล่อยตัวให้พ้นภัย กวนอูนึกถึงครั้งสมัยที่โจโฉเลี้ยงดูตนนึก สงสารจึงหลีกทางให้โจโฉไป
ฝ่ายโจโฉหนีมาพบโจหยิน คิดยกกลับฮูโต๋ ให้โจหยินอยู่รักษาเมืองลำกุ้น แฮหัวตุ้นรักษาเมืองชงหยง เตียวเลี้ยวรักษาเมืองหับป๋า แล้วโจโฉก็จัดแจงทหารยกกลับไปฮูโต๋ ฝ่ายจิวยี่ครั้นรบมีชัยจึงยกกองทัพไปตั้งอยู่ที่ตำบลลิมกั้ง หวังจะคิดอ่านไปตีเมืองลำกุ้น