Translate

22 มกราคม 2569

พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ สุภูติวรรคที่ ๓ อันนสังสาวกเถราปทานที่ ๕ (๒๕)

ว่าด้วยผลแห่งการถวายภิกษา
[๒๗] เราได้ปีติอย่างยิ่ง เพราะได้เห็นสัมพุทธเจ้า ผู้มีพระฉวีวรรณดังทองคำ พระนามว่าสิทธัตถะ
เสด็จดำเนินอยู่ในระหว่างตลาด เช่นกับเสาค่ายทอง มีพระลักษณะประเสริฐ ๓๒ ประการ ดังดวงประทีปส่องโลกให้โชติช่วง หาประมาณมิได้ ไม่มีใครเปรียบ ฝึกพระองค์แล้ว ทรงความรุ่งเรือง เราถวายอภิวาทสัมพุทธเจ้าแล้ว นิมนต์พระองค์ผู้มหามุนีให้เสวย พระมุนี ผู้ประกอบด้วยกรุณาในโลก ทรงอนุโมทนาแก่เราในกาลนั้น เรายังจิตให้ เลื่อมใสในพระพุทธเจ้า ผู้ทรงพระมหากรุณาพระองค์นั้น ทรงทำความชื่น ชมอย่างยิ่งแล้ว บันเทิงอยู่ในสวรรค์ตลอดกัลปหนึ่ง ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลป นี้ เราได้ถวายทานใดในเวลานั้น ด้วยผลแห่งทานนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายภิกษา คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ฉะนี้แล.
                ทราบว่า ท่านพระอันนสังสาวกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ด้วยประการฉะนี้แล.

จบ อันนสังสาวกเถราปทาน.

อรรถกถา ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓. สุภูติวรรค ๕. อันนสังสาวกเถราปทาน (๒๕)
         ๒๕. อรรถกถาอันนสังสาวกเถราปทาน
         อปทานแห่งท่านพระอันนสังสาวกเถระมีคำเริ่มต้นว่า สุวณฺณวณฺณํ สมฺพุทฺธํ ดังนี้. 
         พระเถระแม้นี้ ได้บำเพ็ญบุญญาธิการไว้ในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ สั่งสมบุญทั้งหลายอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานในภพนั้นๆ ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะ บังเกิดในเรือนแห่งตระกูลแห่งหนึ่ง เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้งดงามด้วยมหาปุริสลักษณะ ๓๒ และมณฑลแห่งพระรัศมีด้านละวา กำลังเสด็จเที่ยวบิณฑบาต มีจิตเลื่อมใสเชื้อเชิญพระผู้มีพระภาคเจ้านำไปสู่เรือน ให้บริโภคอิ่มหนำสำราญด้วยข้าวและน้ำอันประเสริฐ. 
         ด้วยจิตที่เลื่อมใสนั้นนั่นแล ท่านจุติจากอัตภาพนั้นแล้วบังเกิดในเทวโลก เสวยทิพยสมบัติ ต่อจากนั้นเสวยทิพยเทวสมบัติและ มนุษย์สมบัติบ่อยๆ ในพุทธุปบาทกาลนี้ บังเกิดในตระกูลหนึ่ง เลื่อมใสในพระศาสนาแล้วบวช เจริญวิปัสสนา บรรลุพระอรหัตแล้ว. 
         ท่านได้เป็นมีผู้นามปรากฏว่า อันนสังสาวกเถระ ด้วยอำนาจนามแห่งบุญที่ตนทำไว้ในกาลก่อน. 
         อยู่มาภายหลัง ท่านระลึกถึงบุพกรรมของตนได้เกิดโสมนัส เมื่อจะประกาศปุพพจริตาปทานของตน ด้วยอำนาจอุทานว่า เราบรรลุพระอรหัตด้วยอานุภาพแห่งบุญสมภารนี้ ด้วยประการฉะนี้ จึงกล่าวคำเป็นต้นว่า สุวณฺณวณฺณํ ดังนี้. 
         ในคำนั้นมีอธิบายว่า 
         พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ใดมีวรรณะเพียงดังว่าวรรณะแห่งทอง. พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นี้นั้น ชื่อว่ามีวรรณะเพียงว่าวรรณะแห่งทอง. ซึ่งพระสัมพุทธะคือพระสิทธัตถะผู้มีวรรณะเพียงดังว่าวรรณะแห่งทองพระองค์นั้น. 
         บทว่า คจฺฉนฺตํ อนฺตราปเณ ความว่า ผู้เสด็จไปอยู่ในระหว่างทางแห่งแถวร้านค้าของพ่อค้าทั้งหลาย. 
         บทว่า กญฺจนคฺฆิยสงฺกาสํ เชื่อมความว่า เห็นพระสิทธัตถะ เสมือนกับเสาระเนียดอันสำเร็จด้วยทอง มีพระลักษณะ ๓๒ คือสมบูรณ์ด้วยพระลักษณะอันประเสริฐ ๓๒ ผู้ยังโลกให้โชติช่วง คือผู้เป็นดุจประทีปส่องโลกทั้งสิ้นไม่มีประมาณคือเว้นจากประมาณ ไม่มีผู้ใดเปรียบ คือเว้นจากผู้เปรียบเทียบ ผู้ทรงไว้ซึ่งความรุ่งเรือง ทรงไว้ซึ่งพระรัศมี คือทรงไว้ซึ่งพระพุทธรัศมีมีวรรณะ ๖ ได้รับปีติอย่างยิ่งคือสูงสุด. 
         คำที่เหลือรู้ได้ง่ายทั้งนั้นแล.
จบอรรถกถาอันนสังสาวกเถราปทาน

ไม่มีความคิดเห็น: