ว่าด้วยผลแห่งการถวายเนื้อดี
[๖๘] เราเป็นผู้เที่ยวอยู่ที่ภูเขา ดังไกรสรราชสีห์ผู้เป็นอภิชาตสัตว์ เราฆ่า
หมู่เนื้อ เลี้ยงชีวิตอยู่ระหว่างภูเขา ก็พระผู้มีพระภาคพระนามว่าอัตถทัสสีสัพพัญญู ผู้ประเสริฐกว่าบรรดาคน พระองค์ทรงประสงค์จะถอนเราขึ้น จึงเสด็จมา ยังภูเขาสูง เราฆ่าเนื้อฟานแล้วนำมาเพื่อกิน สมัยนั้น พระผู้มีพระภาค เสด็จเข้ามาภิกษาจาร เราได้เลือกหยิบเอาเนื้อดีถวายแด่พระศาสดาพระ องค์นั้น ในกาลนั้น พระมหาวีรเจ้าจะทรงยังเราให้เย็น จึงทรงอนุโมทนา ด้วยจิตอันเลื่อมใสนั้น เราเข้าไปในระหว่างภูเขา ยังปีติให้เกิดขึ้นแล้ว ทำ กาละ ณ ที่นั้น ด้วยการถวายเนื้อนั้น และด้วยการตั้งจิตไว้ดี เรารื่นรมย์ อยู่ในเทวโลกตลอด ๑๕๐๐ กัลป ในกัลปทั้งหลายที่เหลือ เราทำกุศล ด้วยการถวายเนื้อนั้น และด้วยการอนุสรณ์ถึงพระพุทธเจ้า
![]() |
ในกัลปที่ ๓๘ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ ๘ พระองค์ พระนามว่าทีฆายุ
ในกัลปที่ ๖๐๐๐ แต่กัลปนี้ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ ๒ พระองค์ พระนามว่าสรณะ คุณวิเศษ เหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัด แล้ว
พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระสุจินติตเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ สุจินติตเถราปทาน.
อรรถกถา ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๗. สกจิตตนิยวรรค ๖. สุจินติตเถราปทาน (๖๖)
๖๖. อรรถกถาสุจินติตเถราปทาน
อปทานของท่านพระสุจินติตเถระมีคำเริ่มต้นว่า คิริทุคฺคจโร อาสึ ดังนี้.
พระเถระแม้นี้ได้บำเพ็ญบุญสมภารไว้ในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ สั่งสมบุญทั้งหลายอันเป็นอุปนิสัยแก่พระนิพพานในภพนั้นๆ ในกาลแห่งพระพุทธเจ้าพระนามว่าอัตถทัสสี เกิดในตระกูลแห่งพราหมณ์ ณ หิมวันตประเทศ ฆ่าเนื้อและสุกรเป็นต้นเคี้ยวกินอยู่.
ในกาลนั้น พระโลกนาถเจ้าทรงสงเคราะห์สัตว์โลกและมีพระทัยเอ็นดูสัตว์จึงเสด็จไปสู่หิมวันต์. ในกาลนั้น นายพรานนั้นเห็นพระผู้มีพระภาคเจ้า มีจิตเลื่อมใส ได้ให้เนื้อล่ำอันอร่อย ที่เขานำมาเพื่อประโยชน์ให้พระองค์ทรงเสวย.
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงรับแล้ว เพื่อความอนุเคราะห์แก่เธอ. พระองค์ทรงเสวยเนื้อนั้นแล้วเสด็จหลีกไป.
ด้วยบุญกรรมนั้นนั่นเอง ท่านจุติจากอัตภาพนั้นด้วยความโสมนัสนั่นแล ท่องเที่ยวไปในสุคติ เสวยสมบัติในกามาวจรสวรรค์ ๖ ชั้น เสวยจักรพรรดิสมบัติเป็นต้นในมนุษยโลก.
ในพุทธุปบาทกาลนี้ บังเกิดในเรือนมีตระกูลเลื่อมใสในพระศาสดา บวชแล้วไม่นานนักก็ได้เป็นพระอรหันต์.
ท่านถึงความแตกฉานในปฏิสัมภิทา ๔ และอภิญญา ๖ ระลึกถึงบุพกรรมของตน เกิดโสมนัส เมื่อจะประกาศปุพพจริตาปทาน จึงกล่าวคำมีอาทิว่า คิริทุคฺคจโร อาสึ ดังนี้.
ชื่อว่าคิริ เพราะอรรถว่าเปล่งคือกระทำเสียง.
คิรินั้นคืออะไร? คือภูเขาอันล้วนแล้วแต่สิลาและฝุ่น.
ทางที่บุคคลดำเนินไปด้วยยากคือลำบาก ชื่อว่าทุคคะ. ทางที่ไปยากลำบาก ชื่อว่าคิริทุคคะ ได้แก่ทางที่บุคคลดำเนินไปได้ยาก เราเป็นพรานผู้เที่ยวไป คือมีปกติเที่ยวไปในทางที่ผู้เปล่งเสียงดำเนินไปได้โดยยาก คือในระหว่างภูเขา.
บทว่า อภิชาโตวา เกสรี ความว่า เราเกิดคือบังเกิดโดยพิเศษยิ่ง เที่ยวไปในทางที่ผู้ดำเนินไปได้โดยยาก เหมือนไกรราชสีห์ฉะนั้น.
บทว่า ศิริทุคฺคํ ปวิสึ อหํ ความว่า ในกาลนั้น เราเกิดปีติโสมนัส เพราะการถวายเบื้องต้นแล้ว ได้เข้าไประหว่างภูเขา.
คำที่เหลือมีอรรถง่ายทั้งนั้นแล.
จบอรรถกถาสุจินติตเถราปทาน

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น