Translate

14 กุมภาพันธ์ 2569

พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ สุธาวรรคที่ ๑๐ คันธมาลิยเถราปทานที่ ๕ (๙๕)

ว่าด้วยผลแห่งการถวายสถูปไม้หอม
 [๙๗] เราได้ทำสถูปไม้หอมคลุม (ปิด) ด้วยดอกมะลิ
อันสมควรแก่พระพุทธเจ้า ถวายแด่พระผู้มีพระภาคพระนามว่าสิทธัตถะ ได้ถวายบังคมพระพุทธเจ้า อัครนายกของโลก เช่นกับทองคำมีค่า ผู้รุ่งเรืองดังนิลอุบล แผดแสงดัง พระอาทิตย์ ผู้องอาจดังพระยาเสือโคร่ง ผู้ประเสริฐ มีชาติยิ่งเหมือน ไกรสร ผู้เลิศกว่าสมณะทั้งหลาย ประทับนั่งแวดล้อมด้วยภิกษุสงฆ์ เรา ถวายบังคมพระบาทของพระศาสดาแล้ว บ่ายหน้าทางทิศอุดรหลีกไป ใน กัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้ถวายของหอมและดอกไม้ ด้วยผลแห่ง สักการะที่ทำแล้วในพระพุทธเจ้าโดยพิเศษนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็น ผลแห่งพุทธบูชา ในกัลปที่ ๓๙ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ ๑๖ พระ องค์ พระเจ้าจักรพรรดิเหล่านั้น มีพระนามเหมือนกันว่าเทวคันธะ คุณ วิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้ แจ้งชัดแล้ว 
                พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระคันธมาลิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.

 จบ คันธมาลิยเถราปทาน.

อรรถกถา ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๐. สุธาวรรค . คันธมาลิยเถราปทาน (๙๕)
         ๙๕. อรรถกถาคันธมาลิยเถราปทาน
         อปทานของท่านพระคันธมาลิยเถระมีคำเริ่มต้นว่า สิทฺธตฺถสฺส ภควโต ดังนี้. 
         พระเถระแม้นี้ได้บำเพ็ญกุศลสมภารในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ สั่งสมบุญทั้งหลายอันเป็นอุปนิสัยแก่พระนิพพานในภพนั้นๆ. 
         ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะ บังเกิดในเรือนมีตระกูลแห่งหนึ่งได้เป็นผู้มีทรัพย์มาก มีโภคะมาก. ท่านเลื่อมใสในพระศาสดา พอกพูนของหอมเป็นอันมากมีจันทน์ กำยาน การบูรและกฤษณาเป็นต้น สร้างสถูปหอมถวายพระศาสดา. ฉาบดอกมะลิไว้บนคันธสถูป และกระทำการนอบน้อมพระพุทธเจ้าด้วยองค์ ๘. 
         ด้วยบุญกรรมนั้น ท่านจึงเสวยสมบัติในเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย. 
         ในพุทธุปบาทกาลนี้ บังเกิดในเรือนมีตระกูลแห่งหนึ่ง สมบูรณ์ด้วยทรัพย์สมบัติ เจริญวัยแล้ว เลื่อมใสในพระศาสดา บวชแล้วไม่นานนักก็ได้เป็นพระอรหันต์. 
         ครั้นภายหลัง ท่านระลึกถึงบุพกรรมของตน จึงเกิดโสมนัส เมื่อจะประกาศปุพพจริตาปทาน จึงกล่าวคำมีอาทิว่า สิทฺธตฺถสฺส ภควโต ดังนี้. 
         คำนั้นทั้งหมดมีอรรถตื้นทั้งนั้นแล.
จบอรรถกถาคันธมาลิยเถราปทาน

ไม่มีความคิดเห็น: