ว่าด้วยผลแห่งการถวายธงและบำรุง
[๖๐] เราร่าเริง มีจิตโสมนัส ได้ยกธงขึ้นปักไว้ที่ไม้โพธิ์อันเป็นต้นไม้อุดม
แห่ง พระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตระ เราเก็บใบโพธิ์ที่หล่นเอาไปทิ้งภายนอก ได้ไหว้ไม้โพธิ์อันอุดม ดังได้ถวายบังคมพระสัมพุทธเจ้าผู้หมดจดทั้งกาย ในภายนอก ทรงพ้นวิเศษแล้ว ไม่มีอาสวะเหมือนดังเฉพาะพระพักตร์ พระศาสดาพระนามว่าปทุมุตระทรงรู้แจ้งโลก ผู้ควรรับเครื่องบูชาประทับ ยืนท่ามกลางภิกษุสงฆ์ ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า
![]() |
ด้วยการถวายธงและ ด้วยการบำรุงทั้งสองนี้เขาจะไม่ไปสู่ทุคติตลอดแสนกัลป จักได้เสวยความ เป็นเทวดารูปงามไม่น้อยในเทวดาทั้งหลาย จักได้เป็นพระราชาในแว่น แคว้นหลายร้อยครั้ง จักได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิมีพระนามชื่อว่าอุคคตะ ครั้นเสวยสมบัติแล้ว อันกุศลมูลตักเตือน จักยินดียิ่งในพระศาสนาของ พระผู้มีพระภาคพระนามว่าโคดม เราเป็นผู้มีจิตแน่วแน่เพื่อความเพียรสงบ ระงับไม่มีอุปธิ ทรงกายอันเป็นที่สุดอยู่ในพระศาสนาของพระสัมพุทธเจ้า
ในกัลปที่ ๕๑๐๐ ได้มีกษัตริย์หลายพระองค์ พระนามว่าอุคคตะ มีเสนา ประมาณ ๕ หมื่น มีชื่อว่าเขมะ คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว
พระพุทธศาสนาเราได้ ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระธชทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบธชทายกเถราปทาน.
อรรถกถา ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๖. วีชนีวรรค ๘. ธชทายกเถราปทาน (๕๘)
๕๘. อรรถกถาธชทายกเถราปทาน
อปทานของท่านพระธชทายกเถระมีคำเริ่มต้นว่า ปทุมุตฺตรพุทฺธสฺส ดังนี้.
พระเถระแม้นี้ได้บำเพ็ญบุญสมภารไว้ในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ สั่งสมบุญทั้งหลายอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานในภพนั้นๆ ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ บังเกิดในเรือนมีตระกูลแห่งหนึ่ง เจริญวัยแล้ว เลื่อมใสในพระศาสดา ให้กระทำธงด้วยผ้าดีๆ มากมาย คือได้กระทำการบูชาด้วยธง.
ด้วยบุญกรรมนั้น ท่านบังเกิดในตระกูลสูง เป็นผู้ควรบูชาแล้ว ในภพที่ตนเกิดแล้วๆ.
ครั้นต่อมา ในพุทธุปบาทกาลนี้ ท่านบังเกิดในเรือนมีตระกูลแห่งหนึ่ง เจริญวัยแล้ว เจริญด้วยบุตรและภรรยา เป็นผู้มีโภคะมาก มียศ มีศรัทธาเลื่อมใสในพระศาสดา ละการครองเรือนบวช ไม่นานนักก็ได้เป็นพระอรหันต์.
ท่านได้บรรลุพระอรหัตผลแล้ว ระลึกถึงบุพกรรมแล้วเกิดโสมนัส เมื่อจะประกาศปุพพจริตาปทาน จึงกล่าวคำมีอาทิว่า ปทุมุตฺตรพุทฺธสฺส ดังนี้.
ความแห่งคำนั้นมีอรรถดังกล่าวในก่อนนั้นแล.
บทว่า หฏฺโฐ หฏฺเฐน จิตฺเตน ความว่า ผู้มีรูปกายอันบริสุทธิ์ชื่อว่าร่าเริง เพราะประกอบด้วยจิตอันเกิดพร้อมด้วยโสมนัส ชื่อว่ามีจิตร่าเริง คือมีจิตยินดี เพราะมีจิตประกอบด้วยศรัทธา.
บทว่า ธชมาโรปยึ อหํ ความว่า ชื่อว่าธชะ เพราะอรรถว่าสะบัด คือไหว. เราได้ยกธงนั้นขึ้นคล้องไว้บนปลายไม้ไผ่แล้วบูชา.
บทว่า ปติตปตฺตานิ คณฺหิตฺวา ความว่า เราถือเอาใบต้นโพธิ์ที่หล่นแล้วทิ้งเสียภายนอก.
บทว่า อนฺโตสุทฺธํ พหิสุทฺธํ ความว่า เราได้ไหว้ คือได้กระทำการนอบน้อมต้นโพธิ์อันสูงสุดในที่พร้อมหน้า ดุจว่าต่อพระพักตร์พระสัมพุทธะผู้บริสุทธิ์ภายในจิตตสันดานและนามกาย และบริสุทธิ์ในภายนอกคือรูปกายมีจักขุปสาทและโสตปสาทเป็นต้น ผู้หลุดพ้นวิเศษยิ่งคือหลุดพ้นจากกิเลส ผู้ไม่มีอาสวะ.
คำเหลือในที่ทั้งปวงมีอรรถตื้นทั้งนั้นแล.
จบอรรถกถาธชทายกเถราปทาน

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น