ว่าด้วยผลแห่งการถวายดอกปทุมพร้อมด้วยธง
[๖๑] พระผู้มีพระภาคพระนามว่าปทุมุตระ กำลังทรงประกาศสัจจะ
๔ ทรงยัง ธรรมอันประเสริฐให้เป็นไป ทรงยังสายฝนอมฤตให้ตก ดับความเร่าร้อน มหาชนอยู่ เรายืนถือดอกปทุมพร้อมด้วยธงอยู่ที่ไกล ๒๕๐ ชั่วธนู มีความ โสมนัสได้โยนดอกปทุมพร้อมด้วยธงขึ้นไปบนอากาศ เพื่อบูชาพระ มุนีพระนามว่าปทุมุตระ และเมื่อดอกปทุมกำลังมา ความอัศจรรย์ก็เกิดมี ในขณะนั้น พระผู้มีพระภาคผู้ประเสริฐกว่าบรรดาคน ทรงทราบความ ดำริของเรา ทรงรับไว้ พระศาสดาทรงรับดอกปทุมอันอุดมด้วยพระหัตถ์ อันประเสริฐแล้ว ประทับยืนในท่ามกลางภิกษุสงฆ์ ได้ตรัสพระคาถา เหล่านี้ว่า
![]() |
ผู้ใดโยนดอกปทุมนี้มาในพระสัพพัญญู ผู้นายกอุดม เราจัก พยากรณ์ผู้นั้น ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าว ผู้นั้นจักเป็นจอมเทวดาเสวย เทวรัชสมบัติตลอด ๓๐ กัลป จักได้เป็นพระราชาในแผ่นดินครอบครอง พสุธาอยู่ ๗๐๐ กัลป จักถือเอาอัตภาพในภพนั้นแล้ว จักได้เป็นพระเจ้า จักรพรรดิ ในกาลนั้น สายฝนดอกปทุมจักตกจากอากาศมากมาย ใน แสนกัลป พระศาสดามีพระนามชื่อว่าโคดม ซึ่งสมภพในวงศ์พระเจ้า โอกกากราช จักเสด็จอุบัติในโลก ผู้นั้นจักเป็นโอรสผู้เป็นทายาทในธรรม ของพระศาสดาพระองค์นั้น อันธรรมนิรมิต กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้ว จักไม่มีอาสวะนิพพาน เราออกจากครรภ์แล้วมีสติสัมปชัญญะ มีอายุ ๕ ปี โดยกำเนิด ได้บรรลุอรหัต คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราได้ทำให้แจ้งชัดแล้ว
พระพุทธศาสนาเราได้ทำ เสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระปทุมเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบปทุมเถราปทาน.
อรรถกถา ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๖. วีชนีวรรค ๙. ปทุมเถราปทาน (๕๙)
๕๙. อรรถกถาปทุมเถราปทาน
อปทานของท่านพระปทุมเถระมีคำเริ่มต้นว่า จตุสจฺจํ ปกาเสนฺโต ดังนี้.
พระเถระแม้นี้ได้บำเพ็ญบุญสมภารไว้ในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ เมื่อพระปทุมุตตรมุนีกระทำความโชติช่วงแห่งพระสัทธรรมให้รุ่งเรืองอยู่ ท่านบังเกิดในเรือนมีตระกูลแห่งหนึ่ง ดำรงการครองเรือน ปรากฏว่า ท่านเพียบพร้อมด้วยโภคทรัพย์. ท่านเลื่อมใสในพระศาสดา ฟังธรรมอยู่กับมหาชน ได้ยืนถือกำดอกปทุมพร้อมด้วยธง.
ท่านได้ขว้างกำดอกปทุมนั้นพร้อมด้วยธงขึ้นสู่อากาศ เห็นความอัศจรรย์นั้น จึงเกิดโสมนัสอย่างยวดยิ่ง. ทำบำเพ็ญกุศลจนตลอดชีวิต ในที่สุดแห่งชีวิต บังเกิดในสวรรค์ ได้ปรากฏและอันเขาบูชา ในฉกามาพจรสวรรค์ดุจธง เสวยทิพยสมบัติ และเสวยจักรพรรดิสมบัติในมนุษย์ทั้งหลาย.
ในพุทธปุบาทกาลนี้ ท่านบังเกิดในเรือนมีตระกูลสมบูรณ์ด้วยสมบัติ เพียบพร้อมด้วยศรัทธา เจริญวัยแล้วเกิดศรัทธา เพียงอายุ ๕ ขวบเท่านั้นได้บรรพชาแล้ว ไม่นานก็ได้เป็นพระอรหันต์ ท่านปรากฏโดยนามที่ท่านได้บำเพ็ญบุญไว้ว่า ปทุมเถระ ดังนี้.
ท่านระลึกถึงบุพกรรมของตน เกิดโสมนัส เมื่อจะประกาศปุพพจริตาปทาน จึงกล่าวคำมีอาทิว่า จตุสจฺจํ ปกาเสนฺโต ดังนี้.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สจฺจํ ความว่า ที่ชื่อว่าสัจจะ เพราะแท้ ไม่ผิด ไม่คลาดเคลื่อน.
ที่ชื่อว่าจตุสัจจะ เพราะท่านรวบรวมสัจจะ ๔ คือ ทุกขสัจจะ สมุทยสัจจะ นิโรธสัจจะและมัคคสัจจะ
เมื่อประกาศคือเมื่อกระทำสัจจะ ๔ นั้นให้ปรากฏในโลก.
บทว่า อมตํ วุฏฺฐึ ความว่า เมื่อยังสายน้ำฝนคืออมตมหานิพพานให้ตกอยู่คือหลั่งไหล ยังโลกนี้พร้อมด้วยเทวโลกให้ชุ่มอยู่ คือยังความเร่าร้อนคือกิเลสทั้งปวงให้ดับ ชื่อว่าย่อมยังฝน คือพระธรรมให้ตก.
บทว่า สธชํ ปทุมํ คยฺห ความว่า ถือดอกปทุม คือกำดอกปทุมรวมกับธง.
บทว่า อฑฺฒโกเส ฐิโต อหํ ความว่า ได้ยกดอกปทุมและธงทั้งสองขึ้นยืนอยู่แล้ว.
คำที่เหลือในที่ทั้งปวงตื้นทั้งนั้นแล.
จบอรรถกถาปทุมเถราปทาน

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น