ว่าด้วยผลแห่งการถวายดอกมะลิ
[๑๐๖] เราได้ถวายดอกมะลิแด่พระผู้มีพระภาค พระนามว่าสิทธัตถะ ดอกมะลิ
๗ ดอก เราโปรยลงที่ใกล้พระบาทด้วยความยินดี ด้วยกรรมนั้น วันนี้เราได้เสวยความไม่ตาย เราทรงกายที่สุดอยู่ในศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราบูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้ใด ด้วยกรรม นั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชาด้วยดอกไม้ ในกัลปที่ ๕ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ ๑๓ พระองค์ มีพระนามว่าสมันตคันธะ ครอบครองแผ่นดินมีสมุทรสาคร ๔ เป็นที่สุด เป็นจอมแห่งหมู่ชน คุณ วิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้ แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระปทปูชกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
![]() |
จบ ปทปูชกเถราปทาน
อรรถกถา ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๑. ภิกขทายิวรรค ๔. ปทปูชกเถราปทาน (๑๐๔)
๑๐๔. อรรถกถาปทปูชกเถราปทาน
อปทานของท่านพระปทปูชกเถระมีคำเริ่มต้นวา สิทฺธตฺถสฺส ภควโต ดังนี้.
พระเถระแม้นี้บำเพ็ญกุศลสมภารในพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ สั่งสมบุญทั้งหลายอันเป็นอุปนิสัยแก่พระนิพพานในภพนั้นๆ.
ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะ บังเกิดในเรือนมีตระกูลแห่งหนึ่ง เจริญวัยแล้วเลื่อมใสในพระศาสดา บูชาแทบบาทมูลของพระผู้มีพระภาคเจ้าด้วยดอกมะลิ. ด้วยบุญกรรมนั้น ท่านท่องเที่ยวไปในเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เสวยสักกสมบัติ.
ในพุทธุปบาทกาลนี้ บังเกิดในเรือนมีตระกูลแห่งหนึ่ง เจริญวัยแล้วเลื่อมใสในพระศาสดา บวชแล้วเจริญวิปัสสนา ดำรงอยู่ในพระอรหัตผล.
ครั้นภายหลัง ท่านระลึกถึงบุพกรรมของตน เกิดโสมนัส เมื่อจะประกาศปุพพจริตาปทาน จึงกล่าวคำมีอาทิว่า สิทฺธตฺถสฺส ภควโต ดังนี้.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ชาติปุปฺผมทาสหํ ความว่า เมื่อควรจะกล่าวว่า ชาติสุมนปุปฺผํ อทาสิ อหํ ให้ลบ สุมนศัพท์เสีย เพื่อสะดวกแก่การประพันธ์คาถา.
ท่านบังเกิดโดยชาติในที่นั้น เบิกบานอยู่ ชื่อว่าสุมนะ เพราะทำความดีใจ คือโสมนัสแก่ชนทั้งหลาย ชื่อว่าปุปผะ เพราะอรรถว่าแย้มบาน คือคลี่บาน ชื่อว่าสุมนปุปผะ เพราะเป็นดอกไม้ที่แย้มบานด้วยดี.
อธิบายว่า เราได้บูชาดอกมะลิเหล่านั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะ.
คำที่เหลือในบททั้งปวงมีอรรถง่ายทั้งนั้นแล.
จบอรรถกถาปทปูชกเถราปทาน

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น