หน้าเว็บ

20 กุมภาพันธ์ 2569

พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ มหาปริวารวรรคที่ ๑๒ ชาติปูชกเถราปทานที่ ๑๐ (๑๒๐)

ว่าด้วยผลแห่งการบูชาพระชาติ
[๑๒๒] เมื่อพระวิปัสสีโพธิสัตว์ประสูติจากพระครรภ์ แสงสว่างได้มีอย่างไพบูลย์ และ
พื้นแผ่นดิน พร้อมทั้งสมุทรสาครและภูเขาก็หวั่นไหว อนึ่ง พวก หมอดูพยากรณ์ว่า พระพุทธเจ้าจักมีในโลก เป็นผู้เลิศกว่าสรรพสัตว์ จักรื้อถอนหมู่ชน (จากสังสารทุกข์) เราได้ฟังคำของพวกหมอดูแล้ว ได้ทำการบูชาพระชาติด้วยความดำริว่า การบูชาพระชาติเช่นนี้นั้นไม่มี (อีก) เรารวบรวมกุศลแล้ว ได้ยังจิตของตนให้เลื่อมใส ครั้นเราทำการ บูชาพระชาติแล้วทำกาลกิริยา ณ ที่นั้น เราเข้าถึงกำเนิดใดๆ คือ ความ เป็นเทวดาหรือมนุษย์ ในกำเนิดนั้นๆ เราย่อมล่วงสรรพสัตว์ นี้เป็นผล แห่งการบูชาพระชาติ แม่นมทั้งหลายย่อมบำรุงเราเป็นไปตามอำนาจจิต ของเรา เขาไม่อาจยังเราให้โกรธเคือง นี้เป็นผลการบูชาพระชาติ ในกัลป ที่ ๙๑
                แต่กัลปนี้ เราได้ทำการบูชาใดในกาลนั้น ด้วยการบูชานั้น เรา ไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลการบูชาพระชาติ ในกัลปที่ ๓
                แต่กัลปนี้ ได้มี พระเจ้าจักรพรรดิ ๓๔ พระองค์ เป็นจอมแห่งชน มีพระนามว่าสุปาริจริยะ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และแม้อภิญญา ๑ เราทำให้ชัดแล้ว
                พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้ ทราบว่า ท่านพระชาติปูชกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ชาติปูชกเถราปทาน.
รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ
            ๑. มหาปริวารเถราปทาน ๒. สุมังคลเถราปทาน
            ๓. สรณคมนิยเถราปทาน ๔. เอกาสนิยเถราปทาน
            ๕. สุวรรณปุปผิยเถราปทาน ๖. จิตกปูชกเถราปทาน
            ๗. พุทธสัญญกเถราปทาน ๘. มัคคสัญญกเถราปทาน
            ๙. ปัจจุปัฏฐานสัญญกเถราปทาน ๑๐. ชาติปูชกเถราปทาน
                บัณฑิตทั้งหลาย กล่าวรวมคาถาไว้ ๙๐ คาถา ฉะนี้แล.

จบ มหาปริวารวรรคที่ ๑๒

อรรถกถา ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๒. มหาปริวารวรรค ๑๐. ชาติปูชกเถราปทาน (๑๒๐)
         ๑๒๐. อรรถกถาชาติปูชกเถราปทาน
         อปทานของท่านพระชาติปูชกเถระมีคำเริ่มต้นว่า ชายํ ตสฺส วิปสฺสิสฺส ดังนี้. 
         แม้พระเถระรูปนี้ก็ได้เคยบำเพ็ญกุศลมาแล้วในพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ ทุกๆ ภพนั้นจะสร้างแต่บุญอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานเป็นประจำเสมอ. 
         ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าวิปัสสี ท่านได้เกิดในเรือนที่มีสกุล บรรลุนิติภาวะแล้ว ได้ยินพวกหมอดูทำนายลักษณะของพระวิปัสสีโพธิสัตว์ว่า ได้ยินว่า กุมารนี้จักได้เป็นพระพุทธเจ้า เป็นผู้เลิศประเสริฐกว่าชาวโลกทั้งหมด จักขนสรรพสัตว์ออกจากสงสารแน่นอน. 
         ครั้งได้ยินแล้วจึงได้ทำการบูชาพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น เริ่มแต่ในเวลาที่ยังเป็นเด็กๆ คล้ายกับทำการบูชาแด่พระพุทธเจ้าฉะนั้น. ภายหลัง ครั้นทำการบูชาอย่างใหญ่ แม้ในพระพุทธเจ้าผู้ประสูติแล้ว ตลอดทั้ง ๓ คราว คือคราวเป็นเด็ก คราวเป็นพระราชกุมารและคราวที่ได้ครองราชสมบัติตามลำดับ. 
         พอจุติจากอัตภาพนั้นได้บังเกิดในสวรรค์ชั้นดุสิตเป็นต้น เสวยทิพยสุขแล้ว ภายหลังได้เกิดในมนุษย์เป็นพระเจ้าจักรพรรดิเป็นต้น. 
         ในพุทธุปบาทกาลนี้ ได้บังเกิดในเรือนอันมีสกุล ในเวลาที่มีอายุได้ ๘๗ ปีนั่นแล ได้เลื่อมใสในพระผู้มีพระภาคเจ้า บวชแล้วเจริญวิปัสสนาไม่นานนัก ก็ได้เป็นพระอรหันต์. 
         ในกาลอื่น ท่านระลึกถึงบุพกรรมของตนได้ เกิดความโสมนัส เมื่อจะประกาศถึงเรื่องราวที่ตนเคยได้ประพฤติมาแล้วในกาลก่อน จึงกล่าวคำเริ่มต้นว่า ชายํ ตสฺส วิปสฺสิสฺส ดังนี้. 
         ถ้อยคำนั้นทั้งหมด ข้าพเจ้าได้กล่าวไว้แล้วในหนหลังแล. 
         ในบทว่า เนมิตฺตานํ สุณิตฺวาน นี้ มีวิเคราะห์ว่า 
         ชื่อว่า เนมิตฺตา เพราะย่อมรู้นิมิตเหตุการณ์ ได้แก่เหตุที่จะได้รับความสุขและความทุกข์. 
         อธิบายว่า ได้ยินคำทำนายของพวกหมอดูเหล่านั้นแล้ว. 
         คำที่เหลือในที่ทุกแห่งมีเนื้อความง่ายทั้งนั้น.
         จบอรรถกถาชาติปูชกเถราปทาน
         จบอรรถกถามหาปริวารวรรคที่ ๑๒

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น