หน้าเว็บ

14 กุมภาพันธ์ 2569

พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ สุธาวรรคที่ ๑๐ พุทธุปัฏฐากเถราปทานที่ ๑๐ (๑๐๐)

 ว่าด้วยผลแห่งการเป่าสังข์บูชาพระผู้มีพระภาค
 [๑๐๒] เราเป็นผู้เป่าสังข์บูชาแด่พระผู้มีพระภาค
พระนามว่าวิปัสสี เป็นผู้ประกอบการบำรุงพระสุคตเจ้า ผู้แสวงหาคุณใหญ่เป็นนิตย์ เราเห็นผลการ บำรุงพระโลกนาถผู้คงที่ ดนตรี ๖ หมื่นห้อมล้อมเราทุกเมื่อ ในกัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราบำรุงพระผู้มีพระภาคผู้แสวงหาคุณใหญ่ ด้วยกรรมนั้น เรา ไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการบำรุง ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ ได้มี พระเจ้าจักรพรรดิ ๑๖ พระองค์ ทรงพระนามว่ามหานิโฆษ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เรา ทำให้แจ้งชัดแล้ว
                พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระพุทธุปัฏฐากเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ พุทธุปัฏฐากเถราปทาน.
รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ
              ๑. สุธาปิณฑิยเถราปทาน ๒. สุปีฐิยเถราปทาน
              ๓. อัฑฒเจลกเถราปทาน ๔. สูจิทายกเถราปทาน
              ๕. คันธมาลิยเถราปทาน ๖. ติปุปผิยเถราปทาน
              ๗. มธุปิณฑิกเถราปทาน ๘. เสนาสนทายกเถราปทาน
              ๙. ไวยาวัจจกเถราปทาน ๑๐. พุทธุปัฏฐากเถราปทาน
                ท่านประกาศคาถาไว้ ๖๐ คาถากึ่ง.
จบ สุธาวรรคที่ ๑๐.
อนึ่ง รวมวรรคมี ๑๐ วรรค คือ
                  พุทธวรรคที่ ๑ สีหาสนิยวรรคที่ ๒
                  สุภูติวรรคที่ ๓ กุณฑธานวรรคที่ ๔
                  อุปาลิวรรคที่ ๕ วีชนีวรรคที่ ๖
                  สกจิตตนิยวรรคที่ ๗ นาคสมาลวรรคที่ ๘
                  ติมีรปุปผิยวรรคที่ ๙ เป็น ๑๐ ทั้งสุธาวรรค รวมคาถาได้ ๑,๔๕๕ คาถา.

จบ หมวด ๑๐ แห่งพุทธวรรค.
จบ หมวด ๑๐๐ ที่ ๑.

อรรถกถา ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๐. สุธาวรรค ๑๐. พุทธุปัฏฐากเถราปทาน (๑๐๐)
         ๑๐๐. อรรถกถาพุทธุปัฏฐากเถราปทาน
         อปทานของท่านพระพุทธุปัฏฐากเถระมีคำเริ่มต้นว่า วิปสฺสิสฺส ภควโต ดังนี้. 
         พระเถระแม้นี้ได้บำเพ็ญกุศลสมภารในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ สั่งสมบุญทั้งหลายอันเป็นอุปนิสัยแก่พระนิพพานในภพนั้นๆ ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าวิปัสสี บังเกิดในตระกูลคนเป่าสังข์ เจริญวัยแล้วได้เป็นผู้ฉลาดในศิลปะ คือในการเป่าสังข์ของตน. 
         ท่านเป่าสังข์ถวายพระผู้มีพระภาคเจ้าตลอดกาลเป็นนิตย์ แล้วบูชาด้วยเสียงสังข์นั่นเอง. 
         ด้วยบุญกรรมนั้น ท่านท่องเที่ยวไปในเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ท่านได้มีชื่อเสียงกึกก้องบันลือลั่นปรากฏไปทั่วทุกสถาน. 
         ในพุทธุปบาทกาลนี้ บังเกิดในตระกูลที่ปรากฏแห่งหนึ่ง เจริญวัยแล้ว ปรากฏโดยชื่อว่า มธุสสระ ดังนี้ เลื่อมใสในพระศาสดา บวชแล้วไม่นานนักก็ได้เป็นพระอรหันต์. ภายหลัง ท่านปรากฏชื่อว่า มธุรัสสเถระ ดังนี้. 
         วันหนึ่ง ท่านระลึกถึงบุพกรรมของตน เกิดโสมนัส เมื่อจะประกาศปุพพจริตาปทาน จึงกล่าวคำมีอาทิว่า วิปสฺสิสฺส ภควโต ดังนี้. 
         คำนั้นท่านได้กล่าวแล้วในหนหลังนั่นแล. 
         บทว่า อโหสึ สงฺขธมโก ความว่า ชื่อว่าสังขะ เพราะขุดด้วยดีไป. อธิบายว่า เที่ยวไปในที่สุดแห่งน้ำในสมุทร. 
         ชื่อว่าสังขธมกะ ผู้เป่าสังข์นั้นทำเสียงให้กึกก้อง. อธิบายว่า เรานั้นได้เป็นผู้เป่าสังข์นั้นเอง. 
         คำที่เหลือในบททั้งปวงมีอรรถตื้นทั้งนั้นแล.
         จบอรรถกถาพุทธุปัฏฐากเถราปทาน         
จบอรรถกถาสุธาวรรคที่ ๑๐

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น