หน้าเว็บ

05 มีนาคม 2569

พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ กุมุทวรรคที่ ๑๘ มัคคทัตติกเถราปทานที่ ๖ (๑๗๖)

ว่าด้วยผลแห่งการโปรยดอกไม้
[๑๗๘] พระผู้มีพระภาคพระนามว่า อโนมทัสสี ผู้จอมสัตว์ประเสริฐกว่านระ
เสด็จจงกรมอยู่ในที่แจ้ง เพื่อประโยชน์สุขในปัจจุบัน เมื่อพระผู้มีพระภาค ยกพระบาทขึ้น ดอกไม้ตั้งอยู่บนพระเศียรแห่งพระพุทธเจ้าผู้งาม เรามีจิต เลื่อมใส มีใจโสมนัส ถวายบังคมแล้วโปรยดอกไม้ในกัลปที่ ๒ หมื่น แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ ๕ พระองค์ทรงพระนามว่า ปุปผฉทนิยะ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระมัคคทัตติกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.

จบ มัคคคทัตติกเถราปทาน

อรรถกถา ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๘. กุมุทวรรค. มัคคทัตติกเถราปทาน (๑๗๖)
         ๑๗๖. อรรถกถามัคคทัตติกเถราปทาน
         อปทานของท่านพระมัคคทัตติกเถระมีคำเริ่มต้นว่า อโนมทสฺสี ภควา ดังนี้. 
         แม้ท่านพระเถระรูปนี้ก็ได้เคยบำเพ็ญกุศลมาแล้วในพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ ทุกๆ ภพนั้นจะสั่งสมแต่บุญอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานเป็นประจำเสมอ. 
         ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าอโนมทัสสี ท่านได้เกิดในเรือนอันมีตระกูล เจริญวัยแล้วดำรงอยู่ในเพศฆราวาส ได้พบเห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าอโนมทัสสี กำลังเสด็จจงกรมท่ามกลางอากาศ และได้พบเห็นความอัศจรรย์ในที่ที่ย่างพระบาทจงกรม จะเรี่ยรายไปด้วยดอกไม้มากมายแล้ว มีใจเลื่อมใส โยนดอกไม้ทั้งหลายขึ้นไปบนอากาศ. ดอกไม้เหล่านั้นก็ได้กลายเป็นเพดานปรากฏแล้ว. 
         ด้วยบุญอันนั้น เขาจึงได้ท่องเที่ยวไปในเฉพาะสุคติทั้งหลายเท่านั้น ได้รับแต่การบูชาในที่ทั้งปวง ได้เสวยความสุขแล้ว. 
         ในพุทธุปบาทกาลนี้ เขาได้เกิดในตระกูลแห่งหนึ่ง ถึงความเป็นหนุ่มโดยลำดับแล้ว เกิดศรัทธาบวชแล้ว เป็นผู้สมบูรณ์ด้วยวัตรปฏิบัติ ไม่นานนักก็ได้บรรลุพระอรหันต์ ปรากฏชื่อว่ามัคคทัตติกเถระ เพราะได้บูชาพระพุทธเจ้าผู้เสด็จจงกรมอยู่แล้ว. 
         ท่านระลึกถึงบุพกรรมของตนได้เกิดความโสมนัสใจ เมื่อจะประกาศถึงเรื่องราวที่ตนเคยได้ประพฤติมาแล้วในกาลก่อน จึงกล่าวคำเริ่มต้นว่า อโนมทสฺสี ภควา ดังนี้. 
         บทว่า ทิฏฺฐธมฺมสุขตฺถาย ความว่า ด้วยการจงกรมในอัตภาพนี้ ทำให้ได้รับความสุขทำให้เบาสรีระเป็นต้น. 
         บทว่า อพฺโภกาสมฺหิ จงฺกมิ ความว่า ได้เสด็จจงกรมในที่แจ้ง คือที่พระลานหลวง. ได้แก่ได้ทำการย่างพระบาทสัญจรไป. 
         บทว่า อุทฺธเต ปาเท ปุปฺผานิ ความว่า เมื่อยกพระบาทขึ้นด้วยการจงกรม ดอกไม้ทั้งหลายมีดอกปทุมและดอกอุบลเป็นต้น ผุดขึ้นจากแผ่นดิน เรี่ยรายแล้วในที่จงกรม. 
         บทว่า โสภํ มุทฺธนิ ติฏฺฐเร ความว่า ดอกไม้ทั้งหลายเหล่านั้นตั้งอยู่เบื้องบนของพระพุทธเจ้าผู้งดงามอยู่. 
         คำที่เหลือมีเนื้อความพอจะรู้ได้ง่ายทีเดียวแล.
จบอรรถกถามัคคทัตติกเถราปทาน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น