ว่าด้วยผลแห่งการถวายยา
[๑๘๑] เราเป็นหมอผู้ศึกษาดี อยู่ในนครพันธุมดี เป็นผู้นำสุขมาให้แก่มหาชน
ผู้ได้รับความทุกข์เดือดร้อน (กระสับกระส่าย) ในกาลนั้น เราเห็นพระ สมณะผู้มีศีล ผู้รุ่งเรืองใหญ่ ป่วยไข้ มีจิตเลื่อมใส มีใจโสมนัส ได้ถวาย ยาบำบัดไข้ พระสมณะผู้สำรวมอินทรีย์อุปัฏฐากของพระวิปัสสีสัมมาสัมพุทธเจ้า มีนามชื่อว่าพระอโสก หายจากโรคด้วยยานั้นแล ในกัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราได้ถวายยาใด ด้วยการถวายยานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายยา และในกัลปที่ ๘ แต่ภัทรกัลปนี้ เราได้เป็น พระเจ้าจักรพรรดิสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก พระนามว่า สัพโพสถ คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระติกิจฉกเถระได้กล่าวคาถานี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
![]() |
จบ ติกิจฉกเถราปทาน.
อรรถกถา ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๘. กุมุทวรรค ๙. ติกิจฉกเถราปทาน (๑๗๙)
๑๗๙. อรรถกถาติกิจฉกเถราปทาน
อปทานของท่านพระติกิจฉกเถระมีคำเริ่มต้นว่า นคเร พนฺธุมติยา ดังนี้.
พระเถระแม้นี้ก็ได้เคยบำเพ็ญกุศลมาแล้วในพระชินวรพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ ทุกๆ ภพนั้นจะสั่งสมแต่บุญอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานเป็นประจำเสมอ.
ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าวิปัสสี ท่านได้เกิดในตระกูลหมอ ในพระนครพันธุมดี เป็นพหูสูต ศึกษาเล่าเรียนมาเป็นอย่างดี ฉลาดในเวชกรรม เยียวยารักษาโรคได้หลายชนิด ได้รักษาให้แก่พระเถระชื่อว่าอโสก ผู้เป็นอุปัฏฐากของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าวิปัสสี.
ด้วยบุญกรรมนั้น เขาจึงได้เสวยแต่ความสุข ไปๆ มาๆ ในเทวโลกและมนุษยโลก ทุกๆ ภพที่เขาได้เกิดแล้ว ได้เป็นผู้ไม่มีโรค มีอายุยืน มีสรีระร่างกายสวยงามดังทองคำ.
ในพุทธุปบาทกาลนี้ เขาได้บังเกิดในตระกูลคหบดี ในกรุงสาวัตถี เจริญวัยแล้ว สำเร็จการศึกษาในทางศิลปศาสตร์ทุกแขนง ไม่มีโรคภัย มีแต่ความสุข เพียบพร้อมด้วยสมบัติมากมาย เลื่อมใสในพระรัตนตรัย ได้ฟังพระธรรมเทศนาของพระศาสดาแล้ว ได้มีศรัทธา ละเพศฆราวาสบวชแล้ว ไม่นานนักก็ได้เป็นพระอรหันต์ ระลึกถึงบุพกรรมของตนได้เกิดความโสมนัสใจ เมื่อจะประกาศถึงเรื่องราวที่ตนเคยได้ประพฤติมาแล้วในกาลก่อน จึงกล่าวคำเริ่มต้นว่า นคเร พนฺธุมติยา ดังนี้.
คำที่เหลือทั้งหมดนั้นมีเนื้อความง่ายทั้งนั้น เพราะได้กล่าวเนื้อความไว้แล้วในหนหลังแล.
จบอรรถกถาติกิจฉกเถราปทาน

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น