ตมาลปุปผิยเถราปทานที่ ๑ (๑๙๑)
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยดอกคูน [๑๙๓] วิมานของเราที่บุญกรรม
นิรมิตให้ เปรียบด้วยไม้เท้าของเทวดา มีเสาทอง ๘๔๐๐๐ เสา เรามีจิตผ่องใส ถือเอาดอกคูนไปบูชาแด่พระพุทธเจ้าพระ นามว่าสิขี ผู้เป็นเผ่าพันธุ์ของโลกในกัลปที่ ๓๑ แต่กัลปนี้ เราได้ทำกรรม ใดในกาลนั้น ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา ในกัลปที่ ๒๐ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิพระองค์หนึ่ง ทรงพระนาม ว่าจันทติตตะ สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระ พุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระตมาลปุปผิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
![]() |
จบ ตมาลปุปผิยเถราปทาน.
ติณสันถารทายกเถราปทานที่ ๒ (๑๙๒)
ว่าด้วยผลแห่งการทำหลังคา [๑๙๔] ในกาลเมื่อเราบวชเป็นฤาษีอยู่ในป่า ได้เกี่ยวหญ้าถวายแด่พระศาสดา หญ้า ทั้งหมดนั้นเวียนไปทางเบื้องขวาแล้วตกลงที่แผ่นดิน เราถือเอาหญ้านั้นมา ลาดลงที่แผ่นดินดอนๆ และนำเอาใบตาล ๓ ใบมาทำเป็นหลังคา ถวายแด่ พระศาสดาพระนามว่าสิทธัตถะเทวดาและมนุษย์ ณ ที่นั้นทรง (บูชา) พระ ศาสดาตลอด ๗ วัน ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้ถวายหญ้าใดในกาลนั้น ด้วยการถวายหญ้านั้นเราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายหญ้า ใน กัลปที่ ๖๕ แต่กัลปนี้ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ ๔ พระองค์ ทรงพระนามว่า มหัทธนะ สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระติณสันถารทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ติณสันถารทายกเถราปทาน.
อรรถกถา ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๐. ตมาลปุปผิยวรรค ๒. ติณสันถารทายกเถราปทาน (๑๙๒)
๑๙๒. อรรถกถาติณสันถารทายกเถราปทาน
พึงทราบอปทานของท่านพระเถระรูปที่ ๒ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า ยํ ทายวาสิโก๑- อิสิ ความว่า พระเถระที่ถึงการนับว่า ทายวาสิโก อิสิ เพราะท่านได้บวชเป็นฤาษีในป่า ได้เกี่ยวได้ตัดหญ้าเพื่อมุงมณฑปที่ประทับของพระศาสดาพระนามว่าสิทธัตถะ ผู้เสด็จไปเข้าจำพรรษายังป่านั้น เพื่ออนุเคราะห์ตน.
๑- บาลีว่า วนวาสิโก.
อธิบายว่า เราได้กระทำทัพพสัมภาระเครื่องมุง และได้ทำมณฑปด้วยท่อนไม้เล็กๆ แล้ว เอาหญ้ามุงมณฑปนั้นแล้ว ได้ถวายบูชาแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะ.
บทว่า สตฺตาหํ ธารยุํ ตตฺถ ความว่า พวกเทวดาและมนุษย์ที่สถิตอยู่ ณ มณฑปนั้น ต่างพากันบูชาพระศาสดาผู้ประทับนั่งเข้านิโรธสมาบัติตลอด ๗ วัน.
คำที่เหลือมีเนื้อความง่ายทั้งนั้นแล.
จบอรรถกถาติณสันถารทายกเถราปทาน
ขัณฑผุลลิยเถราปทานที่ ๓ (๑๙๓)
ว่าด้วยผลแห่งการทำที่ขรุขระให้เรียบ [๑๙๕] พระสถูปของพระผู้มีพระภาคพระนามว่าผุสสะ มีอยู่ที่ป่ามหาวัน ในกาล นั้น ต้นไม้งอกขึ้น ณ ที่นั้น ฝูงช้างพากันมาหักกิน เราได้ทำที่ขรุขระให้ ราบเรียบ แล้วได้ใส่ก้อนปูนขาว เรายินดีด้วยคุณของพระผู้มีพระภาคพระ องค์นั้น ผู้เป็นที่เคารพของโลก ๓ ในกัลปที่ ๙๒ แต่กัลปนี้ เราได้ทำ กรรมใด ในกาลนั้น ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการ ใส่ก้อนปูนขาว ในกัลปที่ ๗๗ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ ๑๖ พระองค์ ทรงพระนามว่าชิตเสนะ สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำ ให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระขัณฑผุลลิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ขัณฑผุลลิยเถราปทาน
อรรถกถา ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๐. ตมาลปุปผิยวรรค ๓. ขัณฑผุลลิยเถราปทาน (๑๙๓)
๑๙๓. อรรถกถาขัณฑผุลลิยเถราปทาน
พึงทราบอปทานของท่านพระเถระรูปที่ ๓ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า ขณฺฑํ ในบทว่า ขณฺฑผุลฺลิยตฺเถโร นี้ หมายถึงสถานที่ที่ขรุขระผุพังเพราะไม้ทั้งหลายเก่าชำรุด.
บทว่า ผุลฺลํ หมายถึง ที่ตรงที่แตกออก เช่นตามมุมที่ประดับประดาพื้นที่และฉัตรเป็นต้น ในที่ที่ไม้ทั้งหลายผุพังไป.
ขณฺฑ และ ผุลฺล รวมกันเป็น ขณฺฑผุลฺลานิ การซ่อมแซมไม้ที่ชำรุดผุพัง คือย้ำทำให้มั่นคงแข็งแรง รวมเรียกว่าปฏิสังขรณ์สิ่งที่ชำรุดผุพัง.
ก็ในเวลาที่พระเถระรูปนี้บำเพ็ญบุญสมภาร ทำการฉาบทาปูนขาวตรงที่ชำรุดผุพังที่พระเจดีย์ของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าผุสสะ ให้มั่นคงแข็งแรง ชื่อว่าปฏิสังขรณ์สิ่งชำรุดผุพัง. เพราะฉะนั้น พระเถระรูปนั้นจึงได้ปรากฏชื่อว่าขัณฑผุลลิยเถระ.
จบอรรถกถาขัณฑผุลลิยเถราปทาน
อโสกปูชกเถราปทานที่ ๔ (๑๙๔)
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยดอกอโศก [๑๙๖] ในกาลนั้น มีพระราชอุทยานอยู่ในพระนครติปุระ อันน่ารื่นรมย์ เราเป็นคน รักษาพระราชอุทยานอยู่ในนครนั้น เป็นคนรับใช้ของพระราชา พระสยัมภู มีพระนามชื่อว่าปทุม ๑- เป็นง่อยเปลี้ย (สปฺปโต) พระฉายาไม่ละพระองค์ ผู้เป็นมุนี ซึ่งประทับนั่งบนดอกบัวขาว เราเห็นอโศก มีดอกบานเป็นกลุ่มๆ (พวงช่อ) น่าดูนัก จึง (หัก) บูชาแด่พระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุม ผู้อุดม ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้ใด ด้วยการ บูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา ในกัลปที่ ๗๐ แต่ กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ ๑๖ พระองค์ ทรงพระนามว่าอรณัญชหะ สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเรา ได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระอโสกปูชกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ อโสกปูชกเถราปทาน.
อรรถกถา ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๐. ตมาลปุปผิยวรรค ๔. อโสกปูชกเถราปทาน (๑๙๔)
๑๙๔. อรรถกถาอโสกปูชกเถราปทาน
พึงทราบอปทานของท่านพระเถระรูปที่ ๔ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า รญฺโญ ปฏฺฐจโร อหํ ความว่า เราได้เป็นคนรับใช้ คือเป็นคนทำงานของพระราชา (ข้าราชการ).
บทว่า ชลชุตฺตมนามิโน ความว่า ดอกไม้ที่เกิดในชลธารคือในน้ำ ชื่อว่าชลชะ.
ดอกไม้ชนิดนั้นทำไมถึงชื่อว่าดอกปทุม เพราะพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ มีพระนามเสมอด้วยดอกปทุม.
อีกอย่างหนึ่ง มีอธิบายว่า เพราะพระผู้มีพระภาคเจ้ามีพระนามว่าปทุมะ ซึ่งเป็นดอกไม้สูงสุด.
จบอรรถกถาอโสกปูชกเถราปทาน
อังโกลกเถราปทานที่ ๕ (๑๙๕)
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยดอกปรู [๑๙๗] เราเห็นต้นปรู มีดอกบานสะพรั่ง ดอกสวยงามเป็นพวงๆ จึงได้เก็บดอกไม้ นั้นไปในสำนักพระพุทธเจ้า สมัยนั้น พระมหามุนีพระนามว่าสิทธัตถะ ทรงหลีกเร้นอยู่ในที่ลับ เราจึงบูชาเครื่องบูชาแล้ว โปรยดอกไม้ลงในถ้ำ ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราบูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้ใด ด้วยการบูชา นั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา ในกัลปที่ ๓๖ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิพระองค์หนึ่ง ทรงพระนามว่าเทวคัชชิตะ ทรงสมบูรณ์ ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราได้ทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระอังโกลกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ อังโกลกเถราปทาน.
@๑. น่าจะแปล, โป. ม. ยุ. ว่ามีรัศมีเปล่งปลั่ง (สมฺปโภ)
กิสลยปูชกเถราปทานที่ ๖ (๑๙๖)
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยใบไม้อ่อน [๑๙๘] สวนดอกไม้ของเรามีอยู่ในนครทวารวดี ในสวนดอกไม้ นั้นมีบ่อน้ำ และ เป็นที่งอกงามแห่งต้นไม้ทั้งหลาย พระผู้มีพระภาคพระนามว่าสิทธัตถะ ผู้กล้าแข็งด้วยกำลังของพระองค์ ไม่ทรงพ่ายแพ้อะไรๆ พระองค์จะทรง อนุเคราะห์เรา จึงเสด็จไปในอากาศ เราไม่เห็นอะไรๆ อื่นอันควรจะบูชา แด่พระองค์ผู้แสวงหาคุณอันใหญ่หลวง เห็นแต่ใบอ่อนของต้นอโศก จึง เอาโยนขึ้นไปบนอากาศ ก้าน ขั้ว ใบอ่อนเหล่านั้น ตามไปเบื้องพระ ปฤษฎางค์ของพระพุทธเจ้าซึ่งเสด็จไป เราเห็นดังนั้นแล้วเกิดสลดใจว่า โอ พระพุทธเจ้ามีพระคุณใหญ่หลวง ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้บูชาพระ พุทธเจ้าด้วยใบไม้อ่อน ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผล แห่งพุทธบูชา ในกัลปที่ ๒๗
แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิพระองค์ หนึ่ง ทรงพระนามว่าเอกิสสระ สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำ ให้แจ้งชัดแล้ว
พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระกิสลยปูชกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ กิสลยปูชกเถราปทาน.
อรรถกถา ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๐. ตมาลปุปผิยวรรค ๖. กิสลยปูชกเถราปทาน (๑๙๖)
๑๙๖. อรรถกถากิสลยปูชกเถราปทาน
บทว่า ฉฏฺเฐ นคเร ทฺวารวติยา ความว่า ทวารวดีนคร เพราะเป็นพระนครที่สมบูรณ์ด้วยประตูใหญ่ บานหน้าต่างและแผ่นกระดานมากมาย และสมบูรณ์ด้วยรั้ว กำแพง หอคอย ซุ้มประตูและคูน้ำที่มีโคลนเลน.
ที่ท่านเรียกว่า นคเร ทฺวารวติยา เพราะประชาชนทั้งหลายย่อมเรียกกันว่า นครทวารวดี เพราะกำหนดประตูและรั้วของพระนครขึ้นเป็นประธาน.
อธิบายว่า สวนดอกไม้ได้มีแก่เราแล้ว.
บทว่า เต กิสลยา ได้แก่ ใบอ่อนของต้นอโศกเหล่านั้น.
จบอรรถกถากิสลยปูชกเถราปทาน
ตินทุกทายกเถราปทานที่ ๗ (๑๙๗)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายผลมะพลับ [๑๙๙] เราเป็นลิง มีกำลังแข็งแรง เที่ยวไปตามซอกห้วยและธารเขา ได้เห็นต้น มะพลับอันมีผล จึงระลึกถึงพระพุทธเจ้า ผู้ประเสริฐสุด เรามีจิตเลื่อมใส มีใจโสมนัส ออกค้นหาพระพุทธเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะ ผู้เป็นนายกของ โลก ถึงที่สุดภพสาม ๒-๓ วัน พระศาสดาผู้ยอดเยี่ยมในโลก ทรงทราบ ความดำริของเรา จึงเสด็จมาในสำนักของเรา พร้อมด้วยพระขีณาสพ หลายพัน เราเกิดความปราโมทย์แล้ว ถือผลมะพลับเข้าไปเฝ้า พระผู้มี ภาคสัพพัญญู ผู้ประเสริฐกว่าบรรดาเจ้าลัทธิทรงรับ ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้ถวายผลไม้ใด
ในกาลนั้น ด้วยการถวายผลไม้นั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายผลไม้ ในกัลปที่ ๕๗
แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้า จักรพรรดิพระองค์หนึ่ง ทรงพระนามว่าอุปนันทะ สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว
พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระตินทุกทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ตินทุกทายกเถราปทาน.
คิริเนลมุฏฐิปูชกเถราปทานที่ ๘ (๑๙๘)
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยดอกไม้ [๒๐๐] พระผู้มีพระภาคชินเจ้าพระนามว่าสุเมธ เชษฐบุรุษของโลก ประเสริฐกว่า นระ ทรงตั้งความเพียรเพื่อทรงอนุเคราะห์หมู่ชนผู้เกิดภายหลัง เราบูชา ดอกไม้หลายกำแด่พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น ผู้เป็นจอมสัตว์ ผู้คงที่ ไม่มี โทษดังภูเขา กำลังจงกรมอยู่ เรามีจิตเลื่อมใส อันกุศลมูลตักเตือนแล้ว ไม่ได้เข้าถึงทุคติเลยตลอด ๓ หมื่นกัลป ในกัลปที่ ๒,๓๐๐ แต่กัลปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิองค์หนึ่ง พระนามว่าสุเนละ สมบูรณ์ด้วย แก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จ ๘ แล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระคิริเนลมุฏฐิปูชกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ คิริเนลมุฏฐิปูชกเถราปทาน.
ติกัณฑิปุปผิยเถราปทานที่ ๙ (๑๙๙)
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยดอกคล้า [๒๐๑] พระสยัมภูชินเจ้า ผู้ไม่ทรงพ่ายแพ้อะไรๆ มีพระนามว่าสุมังคละ เสด็จ ออกจากป่าใหญ่ เข้าสู่พระนคร พระสัมพุทธเจ้าผู้เป็นมุนีพระองค์นั้น เสด็จเที่ยวบิณฑบาตแล้วเสด็จออกจากนคร ทรงทำภัตกิจเสร็จแล้ว ประ ทับอยู่ในระหว่างป่า เรามีจิตเลื่อมใส มีใจโสมนัส ถือดอกคล้า ๓ ดอก ไปบูชาแด่พระสยัมภูพุทธเจ้า ผู้แสวงหาคุณอันใหญ่หลวง ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้ใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จัก ทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา ในกัลปที่ ๘๖
แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้า จักรพรรดิ (พระองค์หนึ่ง) ทรงพระนามว่าอเปสละ สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว
พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระติกัณฑิปุปผิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ติกัณฑิปุปผิยเถราปทาน.
ยูถิกปุปผิยเถราปทานที่ ๑๐ (๒๐๐)
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยดอกคัดเค้า [๒๐๒] พระชินเจ้าพระนามว่าปทุมุตระ ผู้สมควรรับเครื่องบูชา มีพระจักษุ ทรง ออกจากป่าใหญ่ เสด็จดำเนินไปสู่พระวิหาร เราเอามือทั้งสองประคอง ดอกคัดเค้า (เข็ม) อันสวยงามไปบูชาแด่พระพุทธเจ้า ผู้มีพระหฤทัยเมตตา ผู้คงที่ ด้วยจิตอันเลื่อมใสนั้น เราเสวยสมบัติแล้ว ไม่ได้เข้าถึงทุคติเลย ตลอดแสนกัลป ในกัลปที่ ๕๐ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิพระองค์ หนึ่ง เป็นจอมแห่งชน พระนามว่าสมิตนันทนะ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระยูถิกปุปผิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ยูถิกปุปผิยเถราปทาน.
รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. ตมาลปุปผิยเถราปทาน ๒. ติณสันถารทายกเถราปทาน
๓. ขัณฑผุลลิยเถราปทาน ๔. อโสกปูชกเถราปทาน
๕. อังโกลกเถราปทาน ๖. กิสลยปูชกเถราปทาน
๗. ตินทุกทายกเถราปทาน ๘. คิริเนลมุฏฐิปูชกเถราปทาน
๙. ติกัณฑิปุปผิยเถราปทาน ๑๐. ยูถิกปุปผิยเถราปทาน
และมีคาถา ๕๘ คาถา.
จบ ตมาลปุปผิยวรรคที่ ๒๐.
และรวมวรรคมี ๑๐ วรรค คือ
๑. ภิกขทายิวรรค ๒. มหาปริวารวรรค
๓. เสเรยยวรรค ๔. โสภิตวรรค
๕. ฉัตตวรรค ๖. พันธุชีวกวรรค
๗. สุปาริจริยวรรค ๘. กุมุทวรรค
๙. กุฏชปุปผิยวรรค ตมาลปุปผิยวรรคเป็นที่ ๑๐.
ท่านทำไว้ใน ๑๐ วรรคนี้มี คาถา ๖๖๖ คาถา.
จบ หมวด ๑๐ แห่งภิกขวรรค เป็นหมวด ๑๐๐ ที่ ๒.

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น