ปทุมเกสริยเถราปทานที่ ๑ (๓๐๑)
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยการโปรยเกสรดอกบัว [๓๐๓] ในกาลก่อน เราเป็นช้างพลายมาตังคะ อยู่
ในที่ใกล้หมู่ฤาษีปัจเจกพุทธเจ้า เรามีความเลื่อมใส ได้เอาเกสรดอกบัว โปรยลงบูชาแด่พระปัจเจกพุทธเจ้า ผู้แสวงหาคุณใหญ่ เรายังจิตให้เลื่อมใสในพระปัจเจกพุทธเจ้าผู้ประเสริฐ สุด กำจัดราคะแล้ว ผู้คงที่เหล่านั้น แล้วบันเทิงอยู่ในสวรรค์ตลอดกัลป ในกัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราได้โปรยเกสรดอกบัวบูชาในกาลนั้น ด้วยกรรม นั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระปทุมเกสริยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
![]() |
จบ ปทุมเกสริยเถราปทาน.
๓๐๑. อรรถกถาปทุมเกสริยเถราปทาน
พึงทราบเรื่องราวในอปทานที่ ๑ วรรคที่ ๓๑ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า อิสิส เฆ อหํ ปุพฺเพ เชื่อมความว่า ในกาลก่อน คือในเวลาบำเพ็ญโพธิสมภาร เราได้เป็นช้างชนิดดุร้ายในตระกูลช้างมาตังคะ อยู่ใกล้ภูเขาหิมวันต์ ใกล้กับหมู่ฤาษีปัจเจกพุทธเจ้า.
ชื่อว่าวารณะ เพราะห้ามมนุษย์เป็นต้นได้.
อีกความหมายหนึ่ง ชื่อว่าวารณะ เพราะร้อง คือบันลือโกญจนาทออกทางวาจาได้.
บทว่า มเหสีนํ ปสาเทน ได้แก่ ด้วยความเลื่อมใสในพระปัจเจกพุทธเจ้าผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่.
บทว่า ปจฺเจกชินเสฏฺเฐสุ ธุตราเคสุ ตาทิสุ เชื่อมความว่า เราได้โปรยเกสรดอกบัว บูชาในพระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลายผู้ไม่หวั่นไหวด้วยโลกธรรมทั้งหลาย.
จบอรรถกถาปทุมเกสริยเถราปทาน
สรรพคันธิยเถราปทานที่ ๒ (๓๐๒)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายของหอมและดอกไม้ [๓๐๔] เราได้ถวายของหอมและดอกไม้แก่พระพุทธเจ้า พระนามว่าวิปัสสี ผู้ แสวงหาคุณใหญ่ ได้ถวายผ้าโกสัยอย่างดีแก่พระองค์ผู้ซื่อตรง ในกัลป ที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราได้ถวายของหอมใดในกาลนั้น ด้วยทานนั้น เราไม่ รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายของหอม ในกัลปที่ ๑๕ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิจอมกษัตริย์ พระนามว่าสุเวละ ทรงสมบูรณ์ด้วย แก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระสรรพคันธิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ สรรพคันธิยเถราปทาน.
ปรมันนทายกเถราปทานที่ ๓ (๓๐๓)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายข้าวอย่างดี [๓๐๕] เราได้เห็นพระพุทธเจ้าพระนามว่าวิปัสสี ผู้โชติช่วงดังดอกกรรณิการ์ มี รัศมีรุ่งเรืองดังอาทิตย์อุทัย เชษฐบุรุษของโลก ประเสริฐกว่านระ เรา ประนมกรอัญชลีแล้ว นำเสด็จมาสู่เรือนของตน ครั้นนำเสด็จพระสัมพุทธเจ้ามาถึงแล้ว ได้ถวายข้าวอย่างดีเยี่ยม ในกัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราได้ถวายข้าวอย่างดีเยี่ยมในกาลนั้น ด้วยทานนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายข้าวอย่างดีเยี่ยม คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนา เรา ได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระปรมันนทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ปรมันนทายกเถราปทาน.
ธรรมสัญญกเถราปทานที่ ๔ (๓๐๔)
ว่าด้วยผลแห่งการฟังธรรม [๓๐๖] ได้มีการฉลองพระมหาโพธิแห่งพระผู้มีพระภาค พระนามว่าวิปัสสี พระสัมพุทธเจ้าเชษฐบุรุษของโลก ประเสริฐกว่านระ ปรากฏเหมือนว่าประทับอยู่ ณ โคนไม้โพธิ สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคแวดล้อมด้วยภิกษุสงฆ์ ทรงประกาศ (อริย) สัจจะ ๔ ทรงเปล่งอาสภิวาจา พระสัมพุทธเจ้าผู้มี กิเลสดังหลังคาเปิด ทรงแสดงโดยย่อ และทรงแสดงโดยพิสดารแล้ว ทรงยังมหาชนให้ดับร้อน เราได้ฟังธรรมของพระองค์ เชษฐบุรุษของโลก ผู้คงที่ ถวายบังคมแทบพระบาทของพระศาสดาแล้ว บ่ายหน้ากลับไปทาง ทิศอุดร ในกัลปที่ ๙๑
แต่กัลปนี้ เราได้ฟังธรรมใดในกาลนั้น ด้วยการ ฟังธรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการฟังธรรม ในกัลปที่ ๓๓ แต่กัลปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิองค์หนึ่ง เป็นใหญ่ในแผ่นดิน มี นามชื่อว่าสุตวา มีพลมาก
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระธรรมสัญญกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ธรรมสัญญกเถราปทาน
๓๐๔. อรรถกถาธัมมสัญญกเถราปทาน
พึงทราบเรื่องราวในอปทานที่ ๔ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า มหาโพธิมโห อหุ ความว่า ได้มีการบูชาต้นไม้ที่ได้นามว่าต้นโพธิ์ เพราะเป็นสถานที่ประทับของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าวิปัสสี ผู้ทรงไว้ซึ่งจตุมรรคญาณ.
บทว่า รุกฺขฏฺฐสฺเสว สมฺพุทฺโธ พระสัมพุทธเจ้าผู้เป็นเชษฐบุรุษของโลก ผู้องอาจกว่านรชน ย่อมปรากฏเหมือนว่าประทับอยู่ ณ โคนไม้โพธิ์ ของมหาชนผู้ประชุมกันแล้วในสมัยที่บูชาต้นโพธิ์นั้น.
บทว่า ภควา ตมฺหิ สมเย ความว่า ในสมัยนั้น คือในเวลาที่ทำการบูชาต้นโพธิ์ พระผู้มีพระภาคเจ้ามีพระภิกษุสงฆ์แวดล้อมข้างหน้า.
บทว่า วาจาสภิมุทีรยํ ความว่า เมื่อจะทรงเปล่งเสียงอันอ่อนสละสลวยหวานและสูงสุด จึงทรงประกาศ คือแสดงสัจจะ ๔ ไว้.
บทว่า สงฺขิตฺเตน จ เทเสนฺโต ความว่า เมื่อจะทรงแสดงคล้อยตามอัธยาศัยของเวไนยสัตว์และบุคคล จึงทรงแสดงไว้โดยย่อบ้าง โดยพิสดารบ้าง.
บทว่า วิวิฏฺฏจฺฉโท ความว่า พระสัมพุทธเจ้าผู้มีกิเลสดังหลังคาอันเปิดแล้ว เพราะหลังคาที่ท่านกล่าวไว้อย่างนี้คือ ราคะเป็นหลังคา, โทสะเป็นหลังคา, โมหะเป็นหลังคา, กิเลสทั้งหมดเป็นหลังคา ดังนี้ ถูกเปิดแล้ว ถูกเพิกแล้ว ถูกกำจัดแล้ว.
อธิบายว่า ทรงยังมหาชนนั้นให้ดับร้อนด้วยเทศนาพิเศษ คือระงับความเร่าร้อนลงได้.
บทว่า ตสฺสาหํ ธมฺมํ สุตฺวาน ได้แก่ ได้ฟังพระธรรมของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้นผู้ทรงแสดงอยู่.
จบอรรถกถาธัมมสัญญกเถราปทาน
ผลทายกเถราปทานที่ ๕ (๓๐๕)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายผลไม้ [๓๐๗] ในกาลนั้น มีอาศรมอยู่ที่ฝั่งแม่น้ำภาคีรสี เราถือผลไม้เดินมาสู่อาศรมนั้น ช้าๆ ณ ที่นั้น เราได้พบพระพุทธเจ้าพระนามว่าวิปัสสี ผู้มีรัศมีรุ่งเรือง ดังพระจันทร์ เราได้ถวายผลไม้ของเราที่มีอยู่ทั้งหมดแด่พระศาสดา ใน กัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราได้ถวายผลไม้ใดในกาลนั้น ด้วยทานนั้น เรา ไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายผลไม้ คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระผลทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ผลทายกเถราปทาน
๓๐๕. อรรถกถาผลทายกเถราปทาน
พึงทราบเรื่องราวในอปทานที่ ๕ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า ผลหตฺโถ อเปกฺขวา ความว่า เราได้เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าวิปัสสี แล้วจึงได้ถือเอาผลไม้รสอร่อยหวาน ค่อยๆ เดินไปสู่อาศรมอย่างช้าๆ.
จบอรรถกถาผลทายกเถราปทาน
สัมปสาทิกเถราปทานที่ ๖ (๓๐๖)
ว่าด้วยผลแห่งความเลื่อมใสคุณวิเศษ [๓๐๘] ขอนอบน้อมแด่พระองค์ผู้เป็นพระพุทธวีรเจ้า พระองค์พ้นแล้วในที่ทั้งปวง ข้าพระองค์เป็นผู้ถึงความวิบัติ ขอพระองค์ได้โปรดเป็นที่พึ่งของข้าพระองค์ นั้นเถิด พระพุทธเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะ เป็นบุคคลไม่มีใครเปรียบในโลก ทรงพยากรณ์แก่เราว่า พระสงฆ์เสมอด้วยมหาสมุทรประมาณมิได้ สูงสุด ท่านจงยังจิตให้เลื่อมใสในพระสงฆ์นั้น ผู้ปราศจากธุลี เป็นเขตบุญที่ให้ผล ไม่สิ้นสุด ดังปลูกพืชที่ดีไว้ฉะนั้น พระสัพพัญญูเชษฐบุรุษของโลก ประเสริฐกว่านระ ตรัสดังนี้ ทรงพร่ำสอนเราอย่างนี้แล้ว เสด็จเหาะ ขึ้นสู่พื้นเวหาส
เมื่อพระสัพพัญญูผู้ประเสริฐกว่านระ พอเสด็จไปไม่ นาน เราก็ถึงกาลกิริยา แล้วได้อุบัติยังชั้นดุสิตในกาลนั้น เรายังจิตให้ เลื่อมใสในพระสงฆ์ผู้ปราศจากธุลี เป็นเขตบุญที่ให้ผลไม่สิ้นสุด แล้ว บันเทิงอยู่ในสวรรค์ตลอดกัลป ในกัลปที่ ๙๔
แต่กัลปนี้ เราได้ความ เลื่อมใสในกาลนั้น ด้วยความเลื่อมใสนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็น ผลแห่งความเลื่อมใส คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระสัมปสาทิกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ สัมปสาทิกเถราปทาน.
อารามทายกเถราปทานที่ ๗ (๓๐๗)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายอาราม [๓๐๙] เราได้ปลูกสร้างอารามถวายแด่พระผู้มีพระภาค พระนามว่าสิทธัตถะ ใกล้ หมู่ไม้มีเงาร่มเย็น มีฝูงนกเข้าอยู่อาศัย เราได้พบพระพุทธเจ้าผู้ปราศจาก ธุลี สมควรรับเครื่องบูชา เราจึงน้อมถวายอารามกะพระองค์ ผู้เป็น เชษฐบุรุษของโลก ประเสริฐกว่านระ เรามีจิตโสมนัสยินดี ได้ถวายผลไม้ และดอกไม้ และลำดับนั้น เราเกิดความเลื่อมใส น้อมถวายทานนั้น เราได้ถวายทานแด่พระพุทธเจ้าด้วยใจอันผ่องใส ผลย่อมบังเกิดแก่เราใน ภพที่เกิด ในกัลปที่ ๙๔
แต่กัลปนี้ เราได้ถวายอารามใดในกาลนั้น ด้วยทานนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายอาราม ในกัลป ที่ ๓๗
แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ ๗ พระองค์ ทรงพระนามว่า มุทุสีตละ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระอารามทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ อารามทายกเถราปทาน
อนุเลปทายกเถราปทานที่ ๘ (๓๐๘)
ว่าด้วยผลแห่งการฉาบสี [๓๑๐] เราได้เห็นพระสาวกของพระพุทธเจ้าพระนามว่า อัตถทัสสี ผู้เป็นมุนี เราได้เข้าไปหาท่านซึ่งกำลังทำนวกรรมอยู่ที่สีมา และเมื่อนวกรรมสำเร็จ แล้ว เราได้ให้การไล้ทา (ได้ให้สีสำหรับทา) เรามีจิตเลื่อมใสโสมนัส ในพระสงฆ์สาวกผู้เป็นบุญเขตอันยอดเยี่ยมในกัลปที่ ๑๘๐๐ แต่กัลปนี้ เราได้ทำกรรมใดในกาลนั้น ด้วยกรรมนั้นเราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผล แห่งการฉาบสี คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระอนุเลปทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ อนุเลปทายกเถราปทาน.
๓๐๘. อรรถกถาอนุเลปทายกเถราปทาน
พึงทราบเรื่องราวในอปทานที่ ๘ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า นิฏฺฐิเต นวกมฺเม จ ความว่า เมื่อนวกรรมที่สีมาดำเนินไปเสร็จสิ้นลงแล้ว.
บทว่า อนุเลปมทาสหํ ความว่า เราได้ให้การไล้ทาด้วยปูนขาวในภายหลัง คือใช้ปูนขาวฉาบทาบทับ.
จบอรรถกถาอนุเลปทายกเถราปทาน
พุทธสัญญิกเถราปทานที่ ๙ (๓๐๙)
ว่าด้วยผลแห่งสัญญาในพระพุทธเจ้า [๓๑๑] เราได้ฝันเห็นพระพุทธเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะ ผู้เปล่งปลั่งดังพระอาทิตย์ อุทัย มีรัศมีรุ่งเรืองดังพระจันทร์ เป็นเชษฐบุรุษของโลก ประเสริฐกว่า นระ เป็นนายกของโลก กำลังเสด็จดำเนินไปในละแวกป่า จึงยังจิตให้ เลื่อมใสในพระองค์ แล้วได้เข้าถึงสุคติ ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เรา ได้สัญญาใดในกาลนั้น ด้วยสัญญานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผล แห่งการสัญญาในพระพุทธเจ้า คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราได้ทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนา เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระพุทธสัญญิกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ พุทธสัญญิกเถราปทาน.
ปัพภารทายกเถราปทานที่ ๑๐ (๓๑๐)
ว่าด้วยผลแห่งการชำระและตั้งหม้อน้ำ [๓๑๒] เราได้ชำระ (กวาด ล้าง ถู) ถ้ำของพระผู้มีพระภาค พระนามว่าปิยทัสสี และได้ตั้งหม้อน้ำสำหรับฉันไว้ถวายแด่พระองค์ผู้คงที่ พระพุทธเจ้า พระนามว่าปิยทัสสีผู้มหามุนีทรงพยากรณ์เราว่า ลูกศรพันหนึ่ง ลูกคลีร้อย หนึ่ง คนถือธงสีเหลือง ปราสาทและแก้วอันประมาณมิได้ จักบังเกิด ครั้นเราถวายทานการชำระถ้ำแล้ว บันเทิงอยู่ในสวรรค์ตลอดกัลป ใน กัลปที่ ๓๒
แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิจอมกษัตริย์ พระนามว่า สุพุทธะทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระปัพภารทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ปัพภารทายกเถราปทาน
รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. ปทุมเกสริยเถราปทาน ๒. สรรพคันธิยเถราปทาน
๓. ปรมันนทายกเถราปทาน ๔. ธรรมสัญญกเถราปทาน
๕. ผลทายกเถราปทาน ๖. สัมปสาทิกเถราปทาน
๗. อารามทายกเถราปทาน ๘. อนุเลปเถราปทาน
๙. พุทธสัญญิกเถราปทาน ๑๐. ปัพภารทายกเถราปทาน
และท่านกล่าวคาถาไว้ ๕๑ คาถา.
จบ ปทุมเกสริยวรรคที่ ๓๑

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น