หน้าเว็บ

15 กุมภาพันธ์ 2569

8 จบ.นะ ← สามก๊ก (ฉบับย่อ) " ยังมิได้อ่านสามก๊ก อย่าพึ่งคิด การใหญ่ "

 
ตอนที่ 57 เล่าปี่ยาตราทัพเหยียบกังตั้ง
         ฝ่ายเล่าปี่ก็นึกแค้นซุนกวน จึงจัดแจงเตรียมทหารหวังล้างกังตั้งให้ได้ ขุนนางทั้งปวงต่างทัดทาน เล่าปี่ก็มิฟังให้ขงเบ้งอยู่รักษาเมืองเสฉวน แล้วเตรียมทหารจะยกไป
 ฝ่ายเตียวหุยซึ่งรักษาเมืองลองจิ๋ว รู้ดังนั้น ก็จัดแจงสั่งให้ ฮอมเกียง เตียวตัด เตรียมเครื่องนุ่งห่มขาว ม้าขาว ธงขาว แล เครื่องศัตราวุธ ให้เสร็จสิ้นภายในสามวัน ฝ่ายฮอมเกียง เตียวตัดก็เห็นว่าจัดหามิทัน เตียวหุยก็สั่งให้โบยเสีย ฝ่ายฮอมเกียง เตียวตัดก็คิดแค้นนัก แลคิดหนีไปสวามิภักดิ์ซุนกวน ตกดึกเห็นเตียวหุยเมาสุราหลับอยู่ ก็เข้าไปกระบี่แทงที่ท้องแลซอกคอ เตียวหุยร้องขึ้นมาคำเดียวก็ตาย แล้วฮอม เกียง เตียวตัด ก็ตัดศีรษะเตียวหุยหนีไปเมืองกังตั้ง
 ฝ่ายเล่าปี่รู้ดังนั้นก็ร้องไห้รักเป็นอันมาก แล้วสั่งเคลื่อนทัพไปกังตั๋ง เอากวนหิน เตียวเปา บุตรกวนอู เตียวหุยไปด้วย ฝ่ายซุนกวนแต่งแม่ทัพออกมาสกัดตั้งทัพที่ เมืองอิเหลง เล่าปี่ก็ให้ฮองตงออกรบ ทหารพัวเจี้ยงก็เอา เกาทัณฑ์ยิงไปถูกฮองตงตาย ฝ่ายสะโมโขเจ้าเมืองลำมัน ยกทัพมาช่วยเล่าปี่พบกำเหลง ก็เอาเกาทัณฑ์ยิงไปถูกกำเหลงตาย ทหารเล่าปี่ก็เข้ารบทหารซุนกวน มีชัยชนะเป็นลำดับ ฝ่ายซุนกวนรู้ดังนั้นก็สะดุ้งตกใจนัก เห็นการใหญ่หลวงนัก ส่งไมตรีไปหาเล่าปี่ เล่าปี่ก็มิยอมรับหวังล้างกังตั๋งเสียให้ได้ กำเจ๊กจึงเสนอให้ลกซุนออกสกัดตีเล่าปี่ ซุนกวนได้ฟังดังนั้นก็ฉุกคิดขึ้นได้ ให้เรียกหาตัวลกซุน ให้อาญาสิทธ์มอบกระบี่ บังคับบัญชาทหารทั้งปวง แล้วก็ยกทหารออกไป
 ฝ่ายลกซุนก็รักษาค่ายอยู่มิได้ออกรบ ทหารเล่าปี่ก็เข้ามาท้าสู้อยู่มิได้ ขาดลกซุนก็มิได้ออกรบ เล่าปี่ เห็นดังนั้นก็นึกประมาท จึงไปตั้งค่ายอยู่รายแม่น้ำอยู่เจ็ดพันเส้น ลกซุนเห็นเล่าปี่ตั้งค่ายมิต้องตำราพิชัยสงครามก็ดีใจ ครั้นถึงเวลาค่ำก็เข้าตีหัวท้ายค่ายเล่าปี่ เอาเพลิงจุดสลับค่ายกันไป ฝ่ายทหารเล่าปี่เห็นดังนั้น ก็วิ่งหนีวุ่นวายไป วิ่งเหยียบ ล้มตายกันเป็นอันมาก ครั้นจะช่วยถึงกันก็มิได้ ลกซุนก็ให้ทหารเข้าตีค่ายเล่าปี่ ทหารเล่าปี่ล้มตายเป็นอันมาก ค่ายเล่าปี่ก็แตก เล่าปี่ก็เห็นเหลือกำลังจะสู้รบ ก็แตกหนีไปถึงเมืองเป๊กเต้
ตอนที่ 58 เล่าปี่ตาย
 ฝ่ายเล่าปี่ตั้งแต่เสียทัพแตกมานั้น ก็อัปยศ อดสูใจยิ่งนัก มิยอมกลับเสฉวน ครั้นอยู่มาป่วยหนัก รู้ว่าตัวจะตายแน่แล้ว ก็เรียกหาขงเบ้ง จูล่ง แลนายทหารทั้งปวงเข้ามา เล่าปี่ก็ฝากฝังอาเต๊าให้แก่ขงเบ้ง ช่วยทำนุบำรุงต่อไป ครั้นสั่งสิ้นความก็ตรอมใจตาย ครองราชย์ได้สามปี แล้วขุนนางทั้งปวงก็เชิญ อาเต๊าขึ้นสืบราชสมบัติ มีพระนามว่า พระเจ้าเล่าเสี้ยน
 ฝ่ายสุมาอี้เห็นว่าบ้านเมืองเสฉวนยังมิปกติ จึงเสนอพระเจ้าโจผีให้ตีเสฉวนเสีย พระเจ้าโจผีเห็นด้วย ก็ให้ตระเตรียมทหารแล้วยกไปเป็นห้าทาง พระเล้าเล่าเสี้ยนรู้ดังนั้นก็ตกพระทัยนัก เรียกหาขงเบ้งเข้ามาช่วยคิดราชการ ขงเบ้งจึงให้ เตงจี้ไปผูกพันธไมตรีกับซุนกวน ซุนกวนก็ยอมด้วย พระเจ้าโจผีเห็นว่า เมืองเสฉวนกับเมืองกังตั้งเป็นไมตรีกัน ดีร้ายจะยกมาบรรจบตีลกเอี้ยง ก็ให้ยกไปตีเมืองกังตั้ง ซุนกวนก็ส่ง หนังสือขอกองทัพไปช่วย ขงเบ้งก็ให้จูล่งยกทหารจะไปตีเมือง เช่งอั้น พระเจ้าโจผีรู้ดังนั้นก็ถอยทัพกลับ ซีเซ่ง เตงฮอง เห็น ได้ทีก็ไล่ตามเข้าไป เตียวเลี้ยวเห็นดังนั้นก็เข้าช่วยพระเจ้าโจผี ถูกเกาทัณฑ์บาดเจ็บ อยู่มาพิษเกาทัณฑ์ก็กลุ้มขึ้น แล้วก็ตาย
 อยู่มาพระเจ้าเล่าเสี้ยนเสวยราษฎร์ได้สามปี เบ้งเฮ็กเจ้าเมืองมันอ๋อง คิดรุกรานเสฉวน ขงเบ้งก็ขอออกไป ปราบปรามหัวเมืองให้สิ้นซาก แลเส้นทางไกลกันดารนัก ทั้งโรคร้ายก็มาก ขงเบ้งก็ได้ยกทหารลงใต้ จับตัวเบ้งเฮ็กได้เป็นหลายครั้ง แลน้ำใจชาวเผ่าทางใต้นั้นดุร้ายนัก ก็มิอาจหักได้ด้วยกำลังทหาร ขงเบ้งก็หวังปราบปรามหัวเมืองให้สิ้นซาก จึงปล่อยตัวเบ้งเฮ็กเสียหกครั้ง ไล่ต้อนเบ้งเฮ็กจนอับจน ก็จับได้ เบ้งเฮ็กจึงยอมอ่อนน้อมด้วยขงเบ้ง ไม่คิดรุกรานเสฉวนอีกเลย ขงเบ้งก็ยกทหารกลับเสฉวน
ตอนที่ 59 ขงเบ้งตีวุยก๊ก
         ฝ่ายพระเจ้าโจผีครองราชย์ได้เจ็ดปี ก็ประชวรหนักเห็นว่าตัวจะมิรอด ก็เรียกโจจิ้น สุมาอี้ ฝากฝังโจ ยอยผู้บุตรให้สืบราชสมบัติต่อไป สั่งเสร็จแล้วก็ขาดใจตาย ขุนนางทั้งปวงจึงเชิญพระเจ้าโจยอย ขึ้นเสวยราชสมบัติแล้วให้ สุมาอี้ ไปรับหน้าศึกที่เมืองเสเหลียง
         ฝ่ายขงเบ้งเห็นว่าสุมาอี้มิสติปัญญา ก็คิดอุบายปล่อยข่าวลือไปทั่วลกเอี๋ยงว่าสุมาอี้คิดขบถ พระเจ้าโจยอยก็ทรงเชื่อ ก็ถอดสุมาอี้ออกจากขุนนาง ให้ไปเป็นไพร่ทำมาหากินอยู่บ้านเก่า ฝ่ายขงเบ้งรู้ดังนั้นก็ยินดี เข้ากราบทูลพระเจ้าเล่าเสี้ยน ขอไปตีลกเอี้ยง ขณะนั้นพระเจ้าเล่าเสี้ยน ครองราชย์ได้ห้าปี
         ฝ่ายขงเบ้งออกจากเมืองฮันต๋ง แวะเข้าคำนับที่ฝังศพม้าเฉียว แล้วตีถลำเข้ามาจะตีเอาเมืองเทียนซุย ให้จูล่งซุ่มทหารอยู่ แลขงเบ้งก็ใช้อุบายล่อม้าจุ้น เจ้าเมืองเทียนซุยออกมา เกียงอุยซึ่งเป็นนายทหารในเมืองนั้นสำคัญใน อุบาย ก็ซ้อนกลเสีย จูล่งเสียทีก็กลับเข้าไปหาขงเบ้ง
         ฝ่ายขงเบ้งเห็นว่าเกียงอุยมิสติปัญญารู้ล่วงนัก ก็ใคร่ได้มาอยู่ด้วย จึงทำอุบายเสีย เกียงอุยจึงยอมมาทำการอยู่ด้วยขงเบ้ง ขงเบ้งก็ยกมาถึงเขากิสาน พระเจ้าโจยอยก็ตั้งให้โจจิ้น ออก ต้านทานขงเบ้ง ฝ่ายโจจิ๋นสู้ขงเบ้งมิได้ ก็แตกหนีมา
ฝ่ายพระเจ้าโจยอยเห็นดังนั้น ก็มิรู้จะหานายทัพมาสู้ขงเบ้ง จงฮิวจึงเสนอให้กลับแต่งตั้งสุมาอี้ เข้าสู้ด้วยขงเบ้ง พระเจ้าโจยอยเห็นชอบด้วย ก็ตั้งให้สุมาอี้เป็นขุนนางอย่างเก่า แล้วให้ไปบรรจบกับพระเจ้าโจยอย ณ เมืองเตียงฮัน
 ฝ่ายขงเบ้งรู้ว่าพระเจ้าโจยอยให้สุมาอี้กลับ ตำแหน่งอย่างเก่าก็ตกใจนัก แล้วว่าสุมาอี้จะมาตีปิดต้นทาง จึงหาผู้อาสาไปรักษาด่านเกเต๋ง ม้าเจ๊กก็ได้อาสา แล ทำทัณฑ์บนไว้แล้วยกไป ฝ่ายม้าเจ๊กเมื่อมาถึงก็เห็นประมาท ไปตั้งทัพสกัดบนยอดเนินเขา เมื่อสุมาอี้เมื่อยกทัพมาถึง เห็นดังนั้น ก็เข้าล้อมเนินเขา ปิดทางน้ำแลจุดไฟเผาเสีย ทหารม้าเจ๊กก็ แตกตื่นเป็นอลหม่าน ทหารสุมาอี้ก็เข้าล้อมอยู่ ม้าเจ๊กเห็นดังนั้นก็จวนตัวหนีหักออกมา แลรักษาต้นทางเกเต๋งไว้มิได้
 ฝ่ายขงเบ้งรู้ดังนั้นก็ตกใจ ก็รีบเตรียมถอย ทัพกลับฮันต๋ง เดินทางไปถึงเมืองเสเสีย ก็ให้หยุดอยู่ แลทหารบอกว่าสุมาอี้ยกทัพมาถึงแล้ว ทหารขงเบ้งก็ตกใจหน้าซีดเสียทุกคน แลขงเบ้งเห็นว่าจวนตัวคับขันนัก ก็ให้เปิดประตูเมืองทั้งสี่ด้าน แล้วมิให้ผู้ใดส่งเสียง แล้วตัวขงเบ้งก็ขึ้นไปบนกำแพงเมือง เล่นดีดพิณสบายอยู่ สุมาอี้เห็นดังนั้นก็นึกสงสัย พิเคราะห์อยู่ก็เห็นว่าขงเบ้งแต่งกลมีทหารชุ่มเป็นมั่นคง ก็ให้เร่งถอยทหารกลับ
         ฝ่ายทหารทั้งปวงเห็นสุมาอี้ยกทัพกลับไป ก็มีความยินดี แล้วขงเบ้งก็ให้ล่ากลับฮันต๋ง ฝ่ายจูล่งซึ่งล่วงมาอยู่ตำบลกิก๊ก ก็ฝ่ากลับออกมาได้อย่างมิเป็นอันตราย ครั้นขงเบ้งกลับถึงฮันต๋งก็ฝืนใจ ให้ประหารม้าเจ๊กตามอาญา แล ทัณฑ์บน แลขงเบ้งก็ให้เตรียมทหารพรักพร้อมไว้ รอการตีลกเอี๋ยงอีกคราหนึ่ง
ตอนที่ 60 จูล่งตาย
 อยู่มาพระเจ้าเล่าเสี้ยนได้รับหนังสือจากซุนกวน ให้ออกตีลกเอี๋ยง พระเจ้าเล่าเสี้ยนเห็นชอบด้วย ก็ให้ขงเบ้งยกไปตีลกเอี๋ยง แลขณะไปนั้นก็รู้ข่าวว่าจูล่งตายแล้ว ขงเบ้งก็ร้องไห้รักเป็นอันมาก แล้วว่าซึ่งจูล่งถึงแก่ความตายนี้ เหมือนดั่งแขนซ้ายพระเจ้าเล่าเสี้ยนขาด พระเจ้าเล่าเสี้ยนก็ร้องไห้รัก แล้วให้แต่งการศพเป็นอย่างดี
 ฝ่ายขงเบ้งก็ยกทัพมาทางตันฉอง พระเจ้าโจยอยก็ให้โจจิ๋นออกสู้ขงเบ้ง อยู่มาไม่นานเสบียงหมด ขงเบ้งจึงยกทัพกลับฮันต๋ง ฝ่ายเมืองกังตั้งก็ทำพิธีราชาพิเษก ยกซุนกวนเป็นกษัตริย์ แล้วก็ส่งไมตรีไปทางเสฉวน ให้ช่วยรบลกเอี๋ยง ตีสองทาง พระเจ้าเล่าเสี้ยนรู้ดังนั้น ก็ให้ขงเบ้งออกตีลกเอี๋ยงอีกคราหนึ่ง
         ฝ่ายสุมาอี้รู้ดังนั้นก็ออกมาสกัดทัพขงเบ้ง ให้เตียวคับเป็นกองหน้า ขงเบ้งก็ยกมาถึง ณ เขากิสาน อยู่มา ขงเบ้งได้ข่าวว่า ซุนกวนจะยกมามาตีเสฉวน ขงเบ้งรู้ดังนั้นก็ตกใจ ถอยทัพกลับ เตียวคับก็ตามไป ต้องกลขงเบ้งถึงแก่ความตาย
ตอนที่ 61 ขงเบ้งตาย
 ฝ่ายขงเบ้งช่องสุมทหารได้สามปี ก็ลาพระเจ้าเหี้ยนเต้ไปปราบวุยก๊กให้ราบคาบ แล้วก็ยกทหารมาเขากิสานอีก สุมาอี้ก็ออกสกัดทัพ ขงเบ้งก็ได้แต่งหนังสือชวนซุนกวนตีกระหนาบ ซุนกวนก็ยกทัพหลวงมาเอง พระเจ้าโจยอยก็ออกไปสกัดซุนกวนที่เมืองหับป๋า ครั้นรบกัน ทหารซุนกวนก็สู้มิได้จึงยกทัพกลับกังตั๋ง ฝ่ายขงเบ้งก็รบกับสุมาอี้ยืดยาวอยู่ สุมาอี้ก็ตั้งมั่นมิได้ออกรบ ขงเบ้งก็ให้ทหารส่งผ้าซับในผู้หญิง ไปยังค่ายสุมาอี้ ทำทีเป็นเยาะเย้ย มิใช่ชายชาติทหาร สุมาอี้เห็นดังนั้นก็โกรรแต่อยู่ในใจ แล้วก็ถามถึงตัวขงเบ้งกับทหารผู้นั้น ทหารผู้นั้นก็ว่าขงเบ้งนอนมิได้ปรกติ ตรวจกำชับดูแลทหารอยู่เสมอ การใหญ่น้อยก็มิได้ผ่อนผันให้ผู้ใดทำ สุมาอี้ได้ยินดังนั้นก็ว่าเห็นขงเบ้งจะอายุสั้นเสียแล้ว แล้วก็ให้บำเหน็จรางวัลแก่ทหารผู้นั้น ตามสมควร
 ครั้นขงเบ้งอยู่ในค่าย แลเห็นดาวประจำตัว เศร้าหมองนัก ก็ว่าเห็นตัวจะตายเป็นมั่นคง เกียงอุยก็ว่าให้ทำพิธีต่ออายุ ก็จะพอสืบไปได้บ้าง ขงเบ้งเห็นด้วย ก็ให้จัดทำพิธีต่ออายุ ครั้นทำพิธีอยู่หกคืน สุมาอี้ก็แลเห็นดาวอุปราชเมืองครองราชย์ได้สิบสามปี สุมาอี้ก็ให้โจฮองสืบราชสมบัติต่อมา ฝ่ายเกียงอุยก็มาตีวุยก๊กอยู่เนืองๆ อยู่มาพระเจ้าโจฮองเสวยราษฎร์ได้สิบสามปี สุมาอี้ก็ป่วยตาย พระเจ้าโจฮองก็ตั้งให้สุมา สู สุมาเจียวผู้บุตรสุมาอี้ คุมอำนาจบ้านเมืองแลทหารทั้งปวง
ตอนที่ 62 สุมาเจียวตีเมืองเสฉวน
         ขณะนั้นลกซุนแลจูกัดถิ่น ผู้มีสติปัญญา เมืองกังตั๋งก็ตายแล้ว อยู่มาพระเจ้าซุนกวนเสวยราษฎร์ได้ ยี่สิบสี่ปี ก็ประชวรหนักถึงแก่ความตาย จูกัดเก๊กแลขุนนางทั้งปวงก็ตั้งให้ซุนเหลียง เสวยราษฎร์แทน
         ฝ่ายสุมาสูแลสุมาเจียว ขุนนางผู้ใหญ่ผู้น้อยก็อยู่ในบังคับบัญชาสิ้น แลทำการกำเริบ พระเจ้าโจฮองก็คิดทำการกำจัดเสีย สุมาสูแจ้งดังนั้นก็โกรรนัก ถอดพระเจ้าโจฮองออกจากราชสมบัติ ก็ให้โจมอ หลานพระเจ้าโจผีครองราษฎร์แทน พระเจ้าโจมอก็แต่งตั้งให้สุมาสูเป็นมหาอุปราช
         อยู่มาพระเจ้าโจมอเสวยราษฎร์ได้สองปีเศษ สุมาสูก็ถึงแก่ความตาย สุมาเจียวก็ได้เป็นมหาอุปราชแทน ฝ่ายเกียงอุยเห็ราชการเมืองวุยก๊กแปรปรวนอยู่ ก็เข้ายกทหารเข้ารบอยู่เนืองๆ แต่มิสำเร็จ
 ฝ่ายเมืองกังตั๋ง หมดสิ้นยุคพระเจ้าซุนเหลียง ก็ได้ซุนฮิวปกครองต่อมา เมืองวุยก๊ก ก็ได้โจฮวนสืบราชสมบัติต่อจากโจมอ ฝ่ายพระเจ้าเล่าเสี้ยน ซึ่งอยู่แดนเสฉวนนั้น ก็มิได้เอาใจใส่ราชการ เสพย์สุราทุกวันมิได้ขาด เชื่อฟังแต่ถ้อยคำฮุยโฮขันที ฝ่ายเกียงอุยก็ได้ตีวุยก๊กอยู่หลายครั้ง อยู่มาฮุยโฮก็ได้ยุยงพระเจ้าเล่าเสี้ยน ให้เรียกเกียงอุยกลับ ด้วยติดสินบนเจียมอูขุนนางในเมืองเสฉวน พระเจ้าเล่าเสี้ยนก็ให้เรียกเกียงอุยกลับ เกียงอุยรู้ดังนั้นก็น้อยใจ แล้วยกทหารลาออกมาทำไร่ นา ฝึกทหารอยู่ที่ตำบลหลงเส
 ฝ่ายสุมาเจียวเห็นราชการเมืองเสฉวนอิดโรย แลเห็นจะเสื่อมสลายแล้วก็ให้เตงงาย จงโฮย ออกตีเสฉวนให้ได้ พระเจ้าเล่าเสี้ยนก็มิได้สนใจออกว่าราชการ แลมิได้ป้องกันบ้านเมือง เตงงายก็ได้แยกไปตีทางอิมเป๋ง แลทางนั้นเดินลำบาก กันดารแสนเข็ญนัก ฝ่ายเสฉวนแลเห็นเส้นทางอิมเป้งกันดาร มิคิดว่าจะมีทหารยกมาได้ จึงป้องกันหละหลวม เตงงายก็ยกทหารมาแต่น้อยผ่านมาได้ จะเข้าเมืองเสฉวน
 ฝ่ายพระเจ้าเล่าเสี้ยนเห็นจวนตัว ก็มิคิดอ่านป้องกัน ยอมอ่อนน้อมออกไปคำนับ มอบเมืองเสฉวนให้แก่เตงงาย ฝ่ายเกียงอุยรู้ดังนั้นก็ตกใจแล้วแสร้งยอมเข้าไปอยู่ด้วยจงโฮย แล้วยุให้คิดขบถ ก็ถูกทหารกลุ้มฆ่าตายทั้งจงโฮย แลเกียงอุย สุมาเจียวจึงได้เสฉวนแต่นั้นมา
ตอนที่ 63 สุมาเอี๋ยนสถาปนาราชวงศ์จิ้น
 ฝ่ายพระเจ้าโจฮวนก็ได้แต่งตั้งสุมาเจียว เป็นจีนอ๋อง อยู่มาไม่นานสุมาเจียวก็ตาย สุมาเอี๋ยนผู้บุตร ก็ได้เป็นที่จีนอ๋องแทนบิดา อยู่มาสุมาเอี๋ยนก็ถอดพระเจ้าโจฮวน ออกเสียจากราชสมบัติ ตั้งตนเป็นพระเจ้าจีนอ๋อง แต่นั้นก็สิ้นสุดราชวงศ์วุ่ย แล้วสุมาเอี๋ยนก็เตรียมทแกล้วทหารทั้งปวงจะยกไปตีกังตั้ง
ฝ่ายพระเจ้าซุนฮิวแจ้งดังนั้นก็ทรงประชวรหนักถึงแก่ความตาย ขุนนางทั้งปวงก็ตั้งให้ซุนโฮสืบราชสมบัติต่อมา ฝ่ายพระเจ้าซุนโฮครั้นสืบราชสมบัติเสียแล้ว ก็ กำเริบทำหยาบช้าผิดประเพณีมาแต่ก่อน ฝ่ายพระเจ้าสุมาเอี๋ยนเห็นเมืองกังตั้งจะโรยรา ก็ให้ยกทหารไปตีกังตั้ง ฝ่ายพระเจ้าฮุยโฮเห็นข้าศึกยกเข้ามาจวนตัว ก็ออกมายกเมืองกังตั้ง ให้แก่พระเจ้าสุมาอี๋ยน แต่นั้นมาพระเจ้าสุมาเอี๋ยนก็ได้รวมแผ่นดินสามก๊ก กลับมาอยู่เป็นหนึ่งเดียวอีกครั้งหนึ่ง แล้วสถาปนาราชวงศ์จิ้นสืบต่อมา
(อวสาน)
   
Description สามก๊ก 2010 ช่อง 13 [ ตอนที่ 126 ตอนจบ ]
   
เกร็ดประวัติตัวละครสำคัญ
1. โจโฉ
 บุรุษผู้ยอมทรยศคนทั้งโลก แต่ไม่ยอมให้โลกทรยศตน ตำแหน่งสูงสุดคือ มหาอุปราช เป็นผู้กุมอำนาจทั้งปวง อยู่เหนือฮ่องเต้ เดิมทำราชการอยู่ภายในราชสำนัก คนทั้งปวงยำเกรง ถูกแต่งตั้งให้ไปสกัดการโจมตีของขบถโจรโพกผ้าเหลือง สุดท้ายแยกตัวหนีออกมาหลังจากลอบฆ่า ตั้งโต๊ะไม่สำเร็จ รวบรวมเจ้าเมืองต่างๆ เข้าโจมตีตั๋งโต๊ะ แต่ไม่สำเร็จ จึงแยกตัวออกมาต่างหาก สะสมกำลังพลและแสนยานุภาพ ครอบครองหัวเมืองฝ่ายเหนือ จนถูกเชิญมาเป็นมหาอุปราช ได้ใช้ ความสามารถการรู้จักใช้คน และเลห์เหลี่ยมกลยุทธ์ที่เป็นที่เลื่องลือ จนสามารถครอบครองส่วนของแผ่นดินจีนไว้มากที่สุด ที่ได้ชื่อว่า วุยก๊ก
2.เล่าปี่
         ผู้อ้างว่าสืบเชื้อสายราชวงศ์ฮั่น เดิมเป็นคนยากจน ทอเสื่อขาย ได้ร่วมสาบานเป็นพี่น้องกับกวนอู เตียวหุย ปราบปรามขบถโจรโพกผ้าเหลือง นิสัยโอบอ้อมอารี เป็นที่รักใคร่แก่คนทั่วไป ได้เป็นเจ้าเมืองชีจิ๋ว ภายหลังต้องหกระเหเร่ร่อนไปอาศัยเจ้าเมืองต่างๆอยู่ จนได้ขงเบ้งเป็นที่ปรึกษา จึงได้ฟื้นตัว และสามารถครอบครองดินแดนเสฉวนได้ในชื่อว่า จ๊กก๊ก
3.ซุนกวน
         ผู้บุตรของซุนเกี๋ยน และน้องของซุนเซ็ก ครอบครองดินแดนฝั่งกังตั้ง อายุน้อยกว่าโจโฉ กับ เล่าปี่มาก อาศัยความรุ่งเรืองของการค้าขายติดแม่น้ำ สร้างความแข็งแกร่งให้กับก๊กตัวเอง ได้ใช้ชื่อว่า ง่อก๊ก
4.กวนอู
         น้องร่วมสาบานของเล่าปี่ หลังจากตายไปได้ถูกยกย่องว่าเป็นเทพเจ้าแห่งความซื่อสัตย์ หน้าแดง จักษุยาว หนวดเครางาม มีง้าวคู่กาย ภายหลังอยู่ร่วมกับกวนเป๋ง ผู้บุตรบุญรรรม กับจิวฉอง เป็นเจ้าเมืองเกงจิ๋ว ถูกแผนกลยุทธ์ของลกซุน และลิบองฆ่าตาย
5.เตียวหุย
         น้องร่วมสาบานของ เล่าปี่และเตียวหุย นิสัยวู่วามอารมณ์ร้อน ชอบเหล้าสุรา ศรีษะเหมือนเสือ จักษุโตกลม เสียงดัง มีกำลังมาก ติดตามเล่าปี่มาตลอด ตายเพราะถูกลอบฆ่า และนิสัย วู่วามของตนเอง
6.ขงเบ้ง
 ผู้ถูกยกย่องว่าหยั่งรู้ดินฟ้า มหาสมุทร จากคำแนะนำของซีซี ทำให้เล่าปี่ต้องมาเชิญด้วยตัวเอง ถึงสามครั้งสามครา มีความรู้เป็นเลิศ รับใช้ราชวงศ์เล่าถึง 2 ชั่วอายุคน ภายหลังเล่าปี่ตาย ได้ฝากฝังเล่าเสี้ยนให้ดูแลแต่ไม่อาจสำเร็จได้ เพราะพระเจ้าเล่าเสี้ยนหูเบา เชื่อแต่คำยุยงของขันที ฮุยโฮ ยกทัพไปปราบปรามชาวม่าน และได้สู้รบกับวุยก๊กหลายครั้ง มีคู่ปรับคือสุมาอี้
7.สุมาอี้
เริ่มจากรับข้าราชการเล็กๆ ในก๊กโจโฉ เริ่มไว้วางใจในสมัยพระเจ้าโจยอย ออกสู้รบ กับขงเบ้งหลายครั้งอย่างคู่คี่สูสี เป็นคู่ปรับตัวฉกาจของขงเบ้ง มีบุตรชื่อสุมาสู สุมาเจียว ได้ถอดพระเจ้าโจฮองออกจากราชสมบัติ สะสมอำนาจเหนือตระกูลโจ ภายหลัง สุมาเอี๋ยน ผู้บุตรสุมาเจียว ถอดพระเจ้าโจฮวนออก แต่งตั้งตัวเองเป็นฮ่องเต้ รวบรวมแผ่นดินจีน เป็นหนึ่งเดียว สถาปนาราชวงศ์จิ้น
8.จูล่ง
วีรบุรุษผู้เก่งกาจติดตามเล่าปี่ และขงเบ้ง เป็น 1 ใน 5 ทหารเสือที่เล่าปี่แต่งตั้งขึ้น ประกอบด้วย จูล่ง กวนอู เตียวหุย ม้า เฉียว ฮองตง สร้างวีรกรรมสำคัญคือ จูล่งฝ่าทัพรับอาเต๊า โดยที่ตัวคนเดียวฝ่าช่วยชีวิตท่ามกลางทหารและองครักษ์มากมายของโจโฉที่ยกทัพลงใต้ หวังครอบครองแผ่นดิน ฝ่าออกมาคืนแก่เล่าปี่อย่างแสนสาหัส ฆ่าทหารเอกและทหารเลวของโจโฉอย่างดาษดื่น เป็นบุคคลที่ตายดีสุดในสามก๊ก เพราะตายอย่างสงบ
9.ตั้งโต๊ะ
         ทรราชที่อ้างตัวมาชุบเลี้ยงพระเจ้าเหี้ยนเต้ แต่ไม่อยู่ใน จริยธรรม ฆ่าคนอย่างสนุกสนาน แผ่นดินเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า มีทหารเอกคู่ใจ คือ ลิโป้ ไม่มีใครกล้าต่อกรด้วย ภายหลังตายพราะผู้หญิง โดยเป็นแผนของอองอุ้นใช้กลยุทธ์ ที่เลื่องลือ โดยมีแม่นางเตียวเสี้ยน หว่านล้อมเสน่ห์ ให้พ่อลูก ตั้งโต๊ะ กับลิโป้ ผิดใจกัน
10.ลิโป้
บุตรบุญธรรมของ ตั้งโต๊ะ ถูกชุบเลี้ยงมาเป็นองครักษ์ข้างกาย มีฝีมือเป็นหนึ่งในแผ่นดินจีน ยอมฆ่าพ่อบุญธรรมคนเดิม เต็งหงวน เพราะเห็นแก่ลาภยศ มัวเมาลุ่มหลงอิสตรีได้ขึ้นชื่อเป็นลูกทรพี 3 พ่อ ถูกกลยุทธ์แม่นางเตียวเสี้ยน ลุ่มหลงจนฆ่าตั้งโต๊ะด้วยมือตนเอง หลบหนี ไปพึ่งใบบุญเล่าปี่ แล้วทรยศซ้ำ ภายหลังถูกโจโฉไล่ตามตี จนมุมที่เมืองแห้แฟือ ถูกฆ่า ประหารชีวิต ตัดศรีษะไปเสียบประจาน จบยุคของผู้มีฝีมือเก่งกาจที่สุดในแผ่นดิน
11.จิวยี่
ผู้ได้รับฉายาว่าเป็นผู้ถ่มนำลายรดฟ้า ได้อยู่รับใช้ในสมัย ชุนเซ็ก และซุนกวน เป็นเพื่อนสนิทของซุนเซ็ก ได้ถูกชวนมาร่วม บริหารบ้านเมือง ครั้นซุนเซ็กตาย จึงอยู่มาสมัยซุนกวน วางแผนออกรบร่วมกับขงเบ้งปราบปรามต่อต้านโจโฉที่ยกทัพมาทำสงครามกับกังตั้ง ได้ขึ้นชื่อว่าศึกเซ็กเพ็ก สงครามไฟประวัติศาสตร์จารึก ที่เผาผลาญทหารโจโฉร่วมล้านคน ภายหลังถูกขงเบ้งหักหลัง แย่งชิงเมืองทั้งหลายที่รบได้ไป จึง คิดแค้นใจและถูกพิษธนูกลุ้ม ขาดใจตาย ก่อนตายได้ตะโกนว่า ฟ้าให้ยี่มาเกิด ไฉนจึงให้เหลียงมาเกิดด้วย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น