ว่าด้วยผลแห่งการถวายพัดดอกอ้อ
[๑๐๙] เมื่อพระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตระ เชษฐบุรุษของโลกผู้คงที่ สงบระงับ
มั่นคง ประทับนั่งบนเครื่องลาดหญ้า เราเอาดอกอ้อมาผูกเป็นพัด แล้ว น้อมถวายแด่พระพุทธเจ้าผู้เป็นจอมสัตว์ ผู้คงที่ พระสัพพัญญูผู้นายก ของโลก ทรงรับพัดแล้ว ทรงทราบความดำริของเรา ได้ตรัสพระคาถานี้ ว่า กายของเรา ดับ (ร้อน) แล้ว ความเร่าร้อนไม่มี ฉันใด จิตของ ท่านจะหลุดพ้นจากกองไฟ ๓ กอง ฉันนั้น
![]() |
เทวดาบางเหล่าที่อาศัยต้นไม้ อยู่ มาประชุมกันทั้งหมด ด้วยหวังว่า จักได้ฟังพระพุทธพจน์อันยังทายก ให้ยินดี พระผู้มีพระภาคประทับนั่ง ณ ที่นั้น แวดล้อมด้วยหมู่เทวดา เมื่อจะทรงยังทายกให้รื่นเริง จึงได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า
ด้วยการถวาย พัดนี้ และด้วยการตั้งจิตไว้ ผู้นี้จักได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ มีพระนามชื่อ ว่าสุพพตะ ด้วยกรรมที่เหลือนั้น อันกุศลมูลตักเตือนแล้ว จักได้เป็น พระเจ้าจักรพรรดิมีพระนามชื่อว่ามาลุตะ ด้วยการถวายพัดนี้ และด้วย การนับถืออันไพบูลย์ ผู้นี้จะไม่เข้าถึงทุคติในแสนกัลป
ในกัลปที่ ๓ หมื่น จักมีพระเจ้าจักรพรรดิ ๓๘ พระองค์ มีพระนามว่าสุพพตะ ใน ๓ หมื่น กัลป จักมีพระเจ้าจักรพรรดิ ๘ พระองค์ พระนามว่ามาลุตะ คุณวิเศษ เหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้ง ชัดแล้ว
พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระนฬมาลิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ นฬมาลิยเถราปทาน.
จบ ภาณวารที่ ๗.
อรรถกถา ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๑. ภิกขทายิวรรค ๗. นฬมาลิยเถราปทาน (๑๐๗)
๑๐๗. อรรถกถานฬมาลิยเถราปทาน
อปทานของท่านพระนฬมาลิยเถระมีคำเริ่มต้นว่า ปทุมุตฺตรพุทฺธสฺส ดังนี้.
พระเถระแม้นั้นได้บำเพ็ญกุศลสมภารในพระชินเจ้าผู้ประเสริฐองค์ก่อนๆ สั่งสมบุญทั้งหลายอันเป็นอุปนิสัยแก่พระนิพพานในชาติเป็นอเนก ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ บังเกิดในเรือนมีตระกูลแห่งหนึ่ง เจริญวัยแล้วอยู่ครองเรือน เห็นโทษในกาม ละเรือนบวชเป็นดาบสอยู่ในป่าหิมวันต์ เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ตถาคต ก็เลื่อมใส ลาดเครื่องลาดหญ้า กระทำพัดวิชนีด้วยดอกไม้อ้อพัดถวายพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ประทับนั่งอยู่ ณ ที่นั้น.
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงรับแล้ว ได้กระทำอนุโมทนา เพื่อทรงอนุเคราะห์แก่ท่าน.
ด้วยบุญกรรมนั้น ท่านท่องเที่ยวไปในเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ละเว้นความกระวนกระวายและความเร่าร้อนในภพที่ตนเกิดแล้วๆ ได้รับความสุขทางกายและทางจิต เสวยสุขเป็นอเนก.
ในพุทธุปบาทกาลนี้ บังเกิดในเรือนมีตระกูลแห่งหนึ่ง เจริญวัยแล้วเลื่อมใสในพระศาสดาด้วยกำลังแห่งวาสนาในกาลก่อน บวชแล้วไม่นานนักก็ได้เป็นพระอรหันต์.
ครั้นภายหลัง ท่านระลึกถึงบุพกรรมของตน เกิดโสมนัส เมื่อจะประกาศปุพพจริตาปทาน จึงกล่าวคำมีอาทิว่า ปทุมุตฺตรพุทฺธสฺส ดังนี้.
คำนั้นท่านกล่าวไว้ในหนหลังนั่นแล้ว.
บทว่า นฬะ ในบทว่า นฬมาลํ คเหตฺวาน
เชื่อมความว่า ชื่อว่านฬะ เพราะไม่มีแก่นเป็นไม้น้อยเบาพร้อมกว่าลำไม้ไผ่. ระเบียบคือดอกแห่งไม้อ้อ ชื่อว่านฬมาละ เราได้สร้างพัดวิชนีด้วยระเบียบไม้อ้อนั้น.
ชื่อว่าวิชนี เพราะเป็นเครื่องพัดให้เกิดลม. เราได้น้อมนำพัดวิชนีนั้นเข้าไปถวายพระพุทธเจ้าแล้ว.
คำที่เหลือในบททั้งปวงมีอรรถง่ายทั้งนั้นแล.
จบอรรถกถานฬมาลิยเถราปทาน
จบอรรถกถาภาณวารที่ ๗

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น