หน้าเว็บ

20 กุมภาพันธ์ 2569

พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ มหาปริวารวรรคที่ ๑๒ พุทธสัญญกเถราปทานที่ ๗ (๑๑๗)

ว่าด้วยผลแห่งการประกาศพุทธาภาพ
[๑๑๙] เมื่อพระผู้มีพระภาคพระนามว่าวิปัสสี ผู้เลิศในโลก ทรงปลงพระชนมายุ
สังขารนั้น พื้นแผ่นดินและน้ำก็หวั่นไหว ฟ้าก็คะนอง แม้ภพ ชื่อปปัญจกะ อันสวยงามน่าปลื้มใจ สะอาด วิจิตร ของเราก็หวั่นไหว ในขณะพระพุทธเจ้าทรงปลงพระชนมายุ เมื่อภพหวั่นไหวแล้ว ความสะดุ้งเกิดขึ้นแก่ เราว่า ความหวั่นไหวเกิดขึ้นเพื่ออะไรหนอ แสงสว่างอันไพบูลย์ได้มี แล้ว ท้าวเวสสุวัณมา ณ ที่นี้แล้ว ยังมหาชนให้หายความเศร้าโศกว่า สัตว์ไม่มีภัย ท่านทั้งหลายจงมีความตั้งใจเคารพเถิด เราประกาศพระพุทธานุภาพว่า โอ พระพุทธเจ้า โอ พระธรรม โอ ความถึงพร้อมแห่งสัตถุ ศาสน์หนอ เมื่อพระพุทธเจ้าอุบัติ แผ่นดินก็หวั่นไหวดังนี้แล้ว บันเทิง อยู่ในสวรรค์ตลอดกัลป ในกัลปทั้งหลายที่เหลือ เราได้ทำกุศล ในกัลป ที่ ๙๑
                แต่กัลปนี้ เราได้สัญญาใดในกาลนั้น ด้วยสัญญานั้น เราไม่รู้จัก ทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งสัญญาในพระพุทธเจ้า ในกัลปที่ ๑๔
                แต่กัลปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิราช ผู้ประเสริฐ มีนามชื่อว่าสมิตะ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำ ให้แจ้งชัดแล้ว
                พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระพุทธสัญญกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. 

จบ พุทธสัญญกเถราปทาน.

อรรถกถา ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๒. มหาปริวารวรรค . พุทธสัญญกเถราปทาน (๑๑๗)
         ๑๑๗. อรรถกถาพุทธสัญญกเถราปทาน
         อปทานของท่านพระพุทธสัญญกเถระ อันมีคำเริ่มต้นว่า ยทา วิปสฺสี โลกคฺโค ดังนี้. 
         แม้พระเถระรูปนี้ก็ได้เคยบำเพ็ญกุศลมาแล้วในพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ ทุกๆ ภพนั้นจะสร้างสมแต่บุญอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานเป็นประจำเสมอ. 
         ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าวิปัสสี ท่านได้เกิดเป็นเทพบุตรอยู่ในภุมัฏฐกวิมานแห่งหนึ่ง. เวลานั้นเป็นเวลาที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าวิปัสสี ทรงปลงอายุสังขาร. ครั้งนั้น หมื่นแห่งโลกธาตุทั้งสิ้นพร้อมทั้งสาครและภูเขา ก็เกิดการหวั่นไหวเลื่อนลั่น. ในครั้งนั้น ถึงภพของเทพบุตรนั้นก็พลอยหวั่นไหวไปด้วย. 
         ในขณะนั้น เทพบุตรองค์นั้นเกิดความสงสัยคิดว่า ปฐพีเกิดความหวั่นไหวเพราะอะไรหนอ ก็ทราบว่าพระพุทธเจ้าทรงปลงอายุสังขาร จึงเกิดความเศร้าโศกโทมนัสเป็นการใหญ่. 
         ครั้งนั้น ท้าวเวสสวัณมหาราชจึงเสด็จมาปลอบใจเทพบุตรนั้นว่า อย่าคิดไปเลย. ด้วยบุญอันนั้น พอเทพบุตรนั้นจุติจากภพนั้นแล้ว ได้ท่องเที่ยวไปในเทวโลกและมนุษยโลก. มาในพุทธุปบาทกาลนี้ ได้บังเกิดในเรือนที่มีสกุล บรรลุนิติภาวะแล้วจึงละเพศฆราวาสบวช ไม่นานนักก็ได้เป็นพระอรหันต์. 
         ในกาลต่อมา ท่านได้ระลึกถึงบุพกรรมของตนเองได้ เกิดความโสมนัส เมื่อประกาศถึงเรื่องราวที่ตนเคยได้ประพฤติมาแล้วในกาลก่อน จึงกล่าวคำเริ่มต้นว่า ยทา วิปสฺสี โลกคฺโค ดังนี้. 
         บทว่า อายุสงฺขารโมสฺสชฺชิ มีวิเคราะห์ว่า ชื่อว่าอายุ เพราะคุ้มครองรักษาสัตว์ทั้งหลายไว้รอบด้าน, สังขารของอายุ คือความเป็นกอง ชื่อว่าอายุสังขาร, ความว่า สละ ละ วาง อายุสังขารนั้นเสียได้. ในการปลงอายุสังขารนั้น. 
         เชื่อมความว่า แผ่นดินแสนจักรวาลทั้งสิ้นอันประกอบด้วยน้ำและประดับด้วยสาครแห่งน้ำ ได้หวั่นไหวแล้ว. 
         บทว่า โอตตํ วิตฺถตํ มยฺหํ ความว่า ภพของข้าพเจ้าสูงใหญ่กว้างขวาง สวยงาม วิจิตร สะอาด บริสุทธิ์เป็นอย่างดี งดงามประดับด้วยรัตนะ ๗ ประการมากมาย ได้หวั่นไหวแล้วคือหวั่นไหวไปทั่ว. 
         คำที่เหลือในที่ทุกแห่งมีเนื้อความง่ายทั้งนั้น.
จบอรรถกถาพุทธสัญญกเถราปทาน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น