หน้าเว็บ

20 กุมภาพันธ์ 2569

พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ มหาปริวารวรรคที่ ๑๒ สุวรรณปุปผิยเถราปทานที่ ๕ (๑๑๕)

ว่าด้วยผลแห่งการโปรยดอกไม้ทอง ๔ ดอก
[๑๑๗] พระผู้มีพระภาคพระนามว่าวิปัสสี เชษฐบุรุษของโลก
ประเสริฐกว่านระ ประทับนั่งแสดงอมตบทแก่หมู่ชนอยู่ เราฟังธรรมของพระองค์ผู้เป็นจอม สัตว์คงที่แล้ว ได้โปรยดอกไม้ทอง ๔ ดอก บูชาแด่พระพุทธเจ้า ดอกไม้ ทองนั้นกลายเป็นหลังคาทองบังร่มตลอดทั่วบริษัท ในกาลนั้น รัศมีของ พระพุทธเจ้าและรัศมีทองรวมเป็นแสงสว่างอันไพบูลย์ เรามีจิตเบิกบาน ดีใจ เกิดโสมนัส ประนมกรอัญชลี เกิดปีติ เป็นผู้นำความสุขใน ปัจจุบันมาให้แก่ชนเหล่านั้น เราทูลวิงวอนพระสัมพุทธเจ้าและถวายบังคม พระองค์ผู้มีวัตรงาม ยังความปราโมทย์ให้เกิดแล้ว กลับเข้าสู่ภพของตน ครั้นกลับเข้าสู่ภพแล้ว ยังระลึกถึงพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุดอยู่ ด้วย จิตอันเลื่อมใสนั้น เราได้เข้าถึงชั้นดุสิต ในกัลปที่ ๙๑
                แต่กัลปนี้ เรา บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้ทองใด ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา ในกัลปที่ ๔๓
                แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ ราช ๑๖ พระองค์ ทรงพระนามว่าเนมิสมมต มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว
                พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระสุวรรณปุปผิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.

จบ สุวรรณปุปผิยเถราปทาน.

อรรถกถา ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๒. มหาปริวารวรรค. สุวรรณปุปผิยเถราปทาน (๑๑๕)
         ๑๑๕. อรรถกถาสุวรรณปุปผิยเถราปทาน
         อปทานของท่านพระสุวรรณปุปผิยเถระมีคำเริ่มต้นว่า วิปสฺสี นาม ภควา ดังนี้. 
         แม้พระเถระรูปนี้ได้เคยบำเพ็ญกุศลมาแล้วในพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ ทุกๆ ภพนั้นจะสร้างสมแต่บุญอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานเป็นประจำเสมอ. 
         ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าวิปัสสี ท่านได้เกิดเป็นภุมัฏฐกเทพบุตร ณ สถานที่แห่งหนึ่ง ได้ฟังธรรมของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้นแล้ว มีจิตเลื่อมใสบูชาด้วยดอกไม้ ๔ ดอก. ดอกไม้เหล่านั้นได้กลายเป็นเพดานทองคำปกคลุมบนอากาศ. รัศมีแห่งทองคำกับรัศมีแห่งพระสรีระของพระพุทธเจ้า ได้รวมเป็นอันเดียวกันแล้วกลายเป็นแสงสว่างอย่างมหาศาล. 
         เทพบุตรนั้นมีความเลื่อมใสเป็นยิ่งนัก แม้ไปถึงภพที่อยู่ของตนแล้ว ก็ยังระลึกถึงอยู่เป็นนิตย์. 
         ด้วยบุญกรรมนั้น เทพบุตรนั้นท่องเที่ยวไปในสุคติทั้งหลายมีสวรรค์ชั้นดุสิตเป็นต้นอยู่นั่นแหละ ได้เสวยทิพยสมบัติแล้ว. มาในพุทธุปบาทกาลนี้ ได้เกิดในเรือนที่มีสกุล พอได้บรรลุนิติภาวะแล้ว ฟังพระธรรมเทศนาของพระศาสดา ได้บวชถวายชีวิตในพระศาสนา ไม่นานนักก็ได้เป็นพระอรหันต์. 
         ในกาลต่อมา ท่านระลึกถึงบุพกรรมของตนได้ เกิดความโสมนัส เมื่อจะประกาศถึงเรื่องราวที่ตนเคยได้ประพฤติแล้วในกาลก่อน จึงกล่าวคำเป็นต้นว่า วิปสฺสี นาม ภควา ดังนี้. 
         คำเริ่มต้นนั้นได้มีเนื้อความตามที่ได้กล่าวไว้แล้วในหนหลังแล. 
         บทว่า ปาโมชฺชํ ชนยิตฺวาน ความว่า ยังปีติอันมีกำลังให้เกิดขึ้นแล้ว คือให้เกิดความเป็นผู้มีใจเป็นของตน ดุจในประโยคเป็นต้นว่า ความปราโมทย์ ความรื่นเริง ความบันเทิง การยิ้ม การยิ้มแย้ม ความปลื้มใจ ความยินดี ความเป็นผู้มีใจเป็นของตน. 
         คำที่เหลือในที่ทุกแห่งมีเนื้อความง่ายทั้งนั้น.
จบอรรถกถาสุวรรณปุปผิยเถราปทาน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น