หน้าเว็บ

01 มีนาคม 2569

พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ พันธุชีวกวรรคที่ ๑๖ กุมุททายกเถราปทานที่ ๑๐ (๑๖๐)

ว่าด้วยผลแห่งการถวายดอกบัวโกมุท
[๑๖๒] ณ ที่ใกล้ภูเขาหิมวันต์ มีสระใหญ่สระหนึ่ง (สระธรรมชาติ) ดาดาษ
ด้วย ดอกปทุม (บัวหลวง) และดอกอุบล (บัวเขียว) สะพรั่งด้วยดอกปุณ ฑริก (บัวขาว) ในกาลนั้น เราเป็นนกมีนามชื่อว่ากุกกุฏะ อาศัยอยู่ ใกล้สระนั้น เป็นผู้มีศีลสมบูรณ์ด้วยวัตร ฉลาดในบุญและมิใช่บุญ พระ มหามุนีพระนามว่าปทุมุตระ ทรงรู้แจ้งโลก สมควรรับเครื่องบูชา เสด็จ สัญจรไปในที่ไม่ไกลสระนั้น เราหักดอกบัวโกมุทน้อมถวายแด่พระองค์ พระองค์ทรงทราบความดำริของเราแล้วทรงรับไว้ ครั้นเราถวายทานแล้ว และอันกุศลมูลตักเตือน เราไม่ได้เข้าถึงทุคติเลยตลอดแสนกัลป ในกัลป ที่ ๑๖๐๐ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ ๘ พระองค์ พระเจ้าจักรพรรดิ เหล่านี้มีพระนามว่าวรุณ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระกุมุททายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ กุมุททายกเถราปทาน.
รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ
             ๑. พันธุชีวกเถราปทาน ๒. ตัมพปุปผิยเถราปทาน
             ๓. วีถิสัมมัชชกเถราปทาน ๔. กักการุปูชกเถราปทาน
             ๕. มันทาวรปุปผปูชกเถราปทาน ๖. กทัมพปุปผิยเถราปทาน
             ๗. ติณสูลกเถราปทาน ๘. นาคปุปผิยเถราปทาน
             ๙. ปุนนาคปุปผิยเถราปทาน ๑๐. กุมุททายกเถราปทาน
                บัณฑิตกล่าวคาถาไว้ ๕๖ คาถา.

จบ พันธุชีวกวรรคที่ ๑๖.

อรรถกถา ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๖. พันธุชีวกวรรค ๑๐. กุมุททายกเถราปทาน (๑๖๐)
         ๑๖๐. อรรถกถากุมุททายกเถราปทาน
         อปทานของท่านพระกุมุททายกเถระมีคำเริ่มต้นว่า หิมวนฺตสฺสาวิทูเร ดังนี้. 
         แม้พระเถระรูปนี้ก็ได้เคยบำเพ็ญกุศลมาแล้วในพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ ได้สั่งสมแต่บุญอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานไว้หลายภพ. 
         ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ท่านได้เกิดเป็นนกชื่อว่า กุกุตถะ๑- อยู่ใกล้สระใหญ่อันใกล้ภูเขาหิมวันต์ ที่ได้เกิดเป็นนกก็เพราะอกุศลกรรมบางอย่าง แต่เพราะมีกุศลกรรมที่ตนทำไว้ในกาลก่อนจึงได้เป็นผู้สมบูรณ์ด้วยปัญญา ฉลาดในบุญและบาป มีศีล งดเว้นจากอาหารที่เนื่องด้วยชีวิตสัตว์.
๑- บาลีว่า กุกกุฏะ 
         ในสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ เสด็จมาทางอากาศ เสด็จจงกรมใกล้กับนกนั้น. 
         ลำดับนั้น นกนั้นได้พบพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว มีจิตเลื่อมใส คาบเอาดอกโกมุทมาบูชาที่บาทมูลของพระผู้มีพระภาคเจ้า. 
         พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงรับดอกโกมุทนั้นไว้ เพื่อจะให้เธอเกิดความโสมนัสใจแล้ว ทรงกระทำอนุโมทนา. 
         ด้วยบุญอันนั้น นกนั้นจึงได้เสวยความสุขคือสมบัติในโลกทั้งสอง คือในเทวโลกและมนุษยโลกเสร็จแล้ว. 
         ในพุทธุปบาทกาลนี้ เขาเกิดในตระกูลแห่งหนึ่งในกรุงสาวัตถี เจริญวัยแล้ว เป็นผู้ที่ทรัพย์มาก มีโภคสมบัติมาก เลื่อมใสในพระรัตนตรัย ได้ฟังพระธรรมเทศนาของพระศาสดาแล้ว ได้มีศรัทธาบวชแล้ว ไม่นานนักก็ได้เป็นพระอรหันต์ ทราบถึงบุพกรรมของตนได้โดยประจักษ์ เกิดความโสมนัสใจ เมื่อจะประกาศถึงเรื่องราวที่ตนเคยได้ประพฤติมาแล้วในกาลก่อน จึงกล่าวคำเริ่มต้นว่า หิมวนฺตสฺสาวิทูเร ดังนี้. 
         ในบทว่า ปทุมุปฺปลสญฺฉนฺโน นี้ เชื่อมความว่า 
         ดอกปทุมสีขาวสมบูรณ์ด้วยใบบัวและดอกปทุมและอุบล สีเขียว สีแดงและสีขาว ๓ อย่าง รวมเรียกว่าดอกปทุมและดอกอุบล สระใหญ่นั้นได้ดารดาษเป็นป่าเต็มไปด้วยดอกปทุมและดอกอุบลเหล่านั้น. 
         บทว่า ปุณฺฑรีกสโมตฺถโฏ ความว่า ดารดาษเต็มไปด้วยดอกปุณฑริก (บัวขาว) และดอกปทุมสีแดงมากมาย. 
         คำที่เหลือมีเนื้อความพอจะรู้ได้โดยง่ายแล.
         จบอรรถกถากุมุททายกเถราปทาน         
     จบอรรถกถาพันธุชีวกวรรคที่ ๑๖

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น