![]() |
| หนิงไฉ่เฉิน (เลสลี่ จาง) กำลังถูกทางการตามจับ หนิงไฉ่เฉิน หนีการจับกุม เขา ได้เข้าไปพัวพันกับ กลุ่มกบฏ ที่ซ่อนตัวอยู่ในวัดร้าง เขา พบกับ ชิงฟง (หวังจู่เสียน) หญิงสาวที่หน้าตาเหมือน เนี่ยเสี่ยวเชี่ยน คนรักเก่า ของเขาที่จากไป ชิงฟง เป็นน้องสาวของ ฟู่เทียนฟง เธอ เป็นสมาชิกของกลุ่ม ผู้รักชาติ หนิงไฉ่เฉิน ตกหลุมรักชิงฟง แต่ เธอ มีความลับที่อาจทำลายทุกสิ่ง พวกเขา ต้องต่อสู้กับ ปีศาจต้นไม้ ที่กลับมาพร้อมอำนาจที่เหนือกว่าเดิม ภาพยนตร์กำลังภายใน สัญชาติฮ่องกง ปี ค.ศ. 1990 นำแสดงโดย เลสลี จาง , หวัง จู่เสียน , หลี่ เจียซิน , จาง เสฺวโหย่ว กำกับภาพยนตร์โดย เฉิงเสี่ยวตง และอำนวยการสร้างโดย ฉีเคอะ ภาพยนตร์เรื่องนี้มีเนื้อหามาจากนวนิยายเรื่อง โปเยโปโลเย โดยภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาคต่อของ โปเยโปโลเย เย้ยฟ้าแล้วก็ท้า มีภาคต่อคือ โปเยโปโลเย เย้ยฟ้าแล้วก็ท้า ภาค 3 |
กำกับ เฉิงเสี่ยวตง เขียนบท Edward Leung Yiu-ming — Lam Kei-to (林紀陶) Lau Tai-muk (劉大木) การต่อสู้ระหว่างมนุษย์กับผีร้าย แต่ในภาคนี้ไม่ใช่ความรักของสาวกับมนุษย์อีกต่อไป อาหลินถูกจับเข้าคุกโดยไร้ความผิดแต่เขาหนีออกมาได้และไปอยู่ที่บ้านร้างหลังหนึ่งที่มีผีอยู่มากมาย แต่ว่าจริงๆแล้วเป็นคนที่กำลังเตรียมการช่วยเหลือผู้บริสุทธิ์ อาฟู่ได้พบกับลูกสาวคนสวยทั้ง 2 ของเขา ซึ่งทั้งสองสาวหลงรักอาหลิน ทันใดนั้นเจ้าผียักษ์ก็ออกอาละอาด ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่อาฟู่ถูกนายพลคุมตัว พอถึงที่บ้านร้างก็สบโอกาสช่วยเหลืออาฟู่ เพราะนายพลกำลังต่อสู้กับผียักษ์อยู่ แล้วท่านนายพลก็พบว่าอาฟู่นั้นเป็นผู้บริสุทธิ์ พวกเขาจึงร่วมมือกันกำจัดปีศาจ
หลังจากเหตุการณ์ในภาคแรกแรก หนิงไฉ่เฉิน ได้แยกทางกับหยินจิกฮา นักพรตลัทธิเต๋า และกลับไปยังหมู่บ้านบ้านเกิดของเขา ซึ่งนับแต่นั้นมาเขาก็ตกอยู่ในช่วงเวลาที่สิ้นหวัง หนิงหนีจากมนุษย์กินเนื้อและถูกจับเข้าคุกโดยไร้ความผิด เขาอยู่ร่วมห้องขังกับผู้เฒ่าฉู่ซึ่งเป็นนักปราชญ์ที่มีชื่อเสียง แต่แกล้งเสียสติเป็นเวลาหลายเดือนในคุก ในวันที่หนิงกำลังจะถูกประหารชีวิต ผู้เฒ่าฉู่ก็เผยว่าเขาได้ขุดอุโมงค์ไว้สำหรับหลบหนีออกมาสำเร็จแล้ว และเขาก็ได้มอบจี้กับหนังสือเล่มหนึ่งให้หนิง พร้อมทั้งส่งหนิงให้เข้าไปในอุโมงค์เพื่อหลบหนีออกมาแทน
หนิงเผลอขโมยม้าของ ชิเฉา มือกระบี่หนุ่มนักพรตลัทธิเต๋า ขี่เดินทางหนีมา เมื่อหนิงหยุดพักค้างคืนในบ้านร้างซึ่งร่ำลือว่ามีผีอยู่ ชิเฉาก็ตามมาทันและทั้งสองก็ได้ปรับความเข้าใจผิดกัน ทว่าในตอนกลางดึก ทหารฝ่ายกบฏได้โผล่ออกมาโจมตีผู้มาเยือนทั้งสอง หลังการต่อสู้กันชั่วครู่ไม่นาน ชิงฝาง (สายลม) เหล่าพี่น้องกบฏและเหยี่ยชี (จันทรา) ก็ค้นพบจี้ของผู้เฒ่าฉู่อยู่ที่ตัวหนิง ขณะที่หนิงเข้าใจผิดว่าชิงฝางเป็นเสี่ยวเชี่ยนคนรักของเขา ซึ่งเธอดูคล้ายคลึงกันมาก แต่ฝ่ายกบฏกลับเข้าใจผิดคิดว่าหนิงคือผู้เฒ่าฉู่ซึ่งพวกเขาเคารพยกย่องนับถือ จึงยุติการต่อสู้กัน
ชิงฝางและเหยี่ยชี สองพี่น้องสตรีอธิบายว่าบิดาของพวกนาง อ๋องฟู่ ถูกใส่ร้ายป้ายสีในคดีอาญา ขณะนี้กำลังถูกส่งตัวไปยังสถานที่ประหารชีวิต ภารกิจของกลุ่มกบฏคือการชิงตัวประกัน ต่อมาพวกกบฏก็ออกเดินทางและทิ้งให้หนิงกับชิเฉาอยู่ที่บ้านร้าง คืนถัดมา ทั้งสองพบว่าบ้านร้างหลังนี้มีผีสิงอยู่จริง ชิเฉาสามารถเอาชนะทำร้ายมันได้ แต่มันก็หลบหนีไป เขาไล่ติดตามแต่ไม่ประสบความสำเร็จ เขาปรากฏตัวขึ้นบนถนนลูกรังในช่วงรุ่งสาง ทำให้เกิดการทะเลาะวิวาทกับขบวนรถของจักรพรรดิที่นำโดยแม่ทัพหู หูและชิเฉาได้ต่อสู้กันสักพักใหญ่แล้วก็แยกทางกัน โดยที่ชิเฉาไม่ทราบเลยว่า ขบวนรถนี้เป็นขบวนที่บรรทุกกรงขังพ่อของพี่น้องสองสาว
เมื่อล้มเหลวในการจู่โจมขบวนรถก่อนหน้านี้ พวกกบฏจึงกลับไปรวมตัวที่บ้านร้างผีสิง เพื่อรอซุ่มโจมตีขบวนรถอีกครั้งที่นั่น เมื่อขบวนรถผ่านมาถึง ปีศาจก็กลับมาเช่นกัน ฝ่ายกบฏสามารถช่วยชีวิตพ่อของพี่น้องสองสาวได้ในระหว่างที่หูกำลังต่อสู้กับปีศาจ แต่ทว่า ไม่นานนักพระจักรพรรดิก็มาถึงพร้อมกับเหล่าสาวกของเขา เขาทำให้พวกกบฏไร้ความสามารถด้วยคาถามนต์ดำ ซึ่งชิเฉาจำได้ว่าเป็นบทสวดที่ชั่วร้าย หนิงและชิงฝาง หลบหนีไปขอความช่วยเหลือจากหยิน ขณะที่อ๋องฟู่ ชิเฉา และเหยี่ยชี ถูกพระจักรพรรดิจับตัวไป
เหล่าเชลยถูกนำตัวกลับไปที่วังหลวง ตอนนี้หูเกิดนึกสงสัย จึงเข้าไปในวังเพียงเพื่อพบศพกลวงของราชสำนักทั้งหมดภายใน เขาตระหนักแล้วว่าพระจักรพรรดิแท้จริงเป็นปีศาจ หูได้ปล่อยตัวพวกเชลยและต่อสู้อย่างกล้าหาญเพียงลำพังเพื่อให้เวลาเชลยฟื้นกำลัง อย่างไรก็ตาม เพราะไม่มีพลังเวทมนตร์ทางจิตวิญญาณ หูจึงไม่สามารถเอาชนะปีศาจได้ แล้วเขาก็ถูกทำลาย ทันใดนั้น นักพรตหยินและคนอื่นๆ ก็มาถึง ปีศาจถูกบังคับให้เปิดเผยร่างที่แท้จริงของมัน เป็นตะขาบอายุพันปีขนาดมหึมา หยินและชิเฉาถูกปีศาจกลืนกินลงท้อง ทว่าพวกเขาก็ใช้วิชาแยกวิญญาณออกจากร่างกายเพื่อทำลายมันจากภายในได้สำเร็จ แต่ชิเฉาไม่สามารถที่จะกลับคืนสู่ร่างของเขาได้ วิญญาณของเขาจึงล่องลอยไป
วันรุ่งขึ้นเป็นวันแต่งงานของชิงฝางกับครอบครัวหม่า หนิงวิ่งลงจากโรงเตี๊ยมไปที่ถนนสายหลักและได้บอกกับเหยี่ยชีว่าเขาขออวยพรให้ชิงฝางมีชีวิตแต่งงานที่ยืนยาวและมีความสุขก่อนที่จะจากไป ในทะเลทราย ขณะที่หยินและหนิงกำลังจะเดินทางต่อ พวกเขามองเห็นผู้หญิงสองคนนั่งบนหลังม้าขี่เข้ามาใกล้ เป็นชิงฝางและเหยี่ยชีนั่นเอง ชิงฝางหลบหนีออกจากงานแต่งงานและตัดสินใจออกเดินทางไปใช้ชีวิตกับหนิง

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น