หน้าเว็บ

10 มีนาคม 2569

พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ หัตถิวรรคที่ ๒๒

หัตถิทายกเถราปทานที่ ๑ (๒๑๑)
 ว่าด้วยผลแห่งการถวายช้างงา [๒๑๓] เราได้ถวายช้างตัวประเสริฐ
มีงาอันงอนงาม เจริญด้วยกำลังเร็วและ กล้าแข็ง แด่พระผู้มีพระภาคพระนามว่าสิทธัตถะ ผู้เป็นจอมสัตว์ ผู้คงที่ เราได้เสวยสันติบทอันเป็นประโยชน์สูงสุดอันยอดเยี่ยม (เพราะ) เราได้ ถวายช้างแด่พระผู้มีพระภาค ผู้แสวงหาประโยชน์ให้แก่โลกทั้งปวง ในกัลป ที่ ๔๙ แต่กัลปนี้ เราได้ถวายช้างใด ในกาลนั้น ด้วยการถวายช้างนั้น เรา ไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายช้าง ในกัลปที่ ๗๘ แต่กัลปนี้ ได้มี พระเจ้าจักรพรรดิจอมกษัตริย์ ๑๖ พระองค์ ทรงพระนามว่าสมันตปาสาทิกะ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระหัตถิทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
 จบ หัตถิทายกเถราปทาน.
ปานธิทายกเถราปทานที่ ๒ (๒๑๒)
 ว่าด้วยผลแห่งการถวายรองเท้า [๒๑๔] ข้าพระองค์ได้ถวายรองเท้าแด่พระผู้มีพระภาคผู้ประทับอยู่ในป่า เพ่งฌาน มีพระหฤทัยเมตตา มีเดช ทรงธรรม อบรมพระองค์แล้ว ข้าแต่พระองค์ ผู้จอมสัตว์ เชษฐบุรุษของโลก ประเสริฐกว่านระ ด้วยกรรมนั้น ข้าพระองค์ ได้เสวยยานทิพย์ นี้เป็นผลแห่งบุรพกรรม ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ ข้าพระองค์ได้ทำกรรมใด ในกาลนั้น เพราะกรรมนั้น ข้าพระองค์ไม่รู้จัก ทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายรองเท้า ในกัลปที่ ๗๗ แต่กัลปนี้ ได้ มีพระเจ้าจักรพรรดิจอมกษัตริย์ ๘ พระองค์ มีพระนามว่าสุยานะ มี พลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพระองค์ทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระปานธิทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
 จบ ปานธิทายกเถราปทาน.
สัจจสัญญกเถราปทานที่ ๓ (๒๑๓)
 ว่าด้วยผลแห่งสัจจสัญญา [๒๑๕] พระผู้มีพระภาคพระนามว่าเวสสภู ทรงแวดล้อมด้วยภิกษุสงฆ์ เมื่อทรง ยังมหาชนให้ดับ (ร้อน) จึงแสดงอริยสัจ เราเป็นผู้สมควรได้รับความ กรุณาอย่างยิ่ง ได้ไปสู่ที่ประชุม เรานั้น ได้นั่งฟังธรรมของพระศาสดา ครั้นเราฟังธรรมของพระศาสดานั้นแล้ว ได้ไปสู่เทวโลก เราได้อยู่ในเทพ บุรีนั้นตลอด ๓๐ กัลป ในกัลปที่ ๓๑ แต่กัลปนี้ เราได้สัญญา ในกาลนั้น ด้วยการได้สัญญานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งสัจสัญญา ใน กัลปที่ ๒๖ แต่กัลปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระองค์หนึ่ง เป็นจอม แห่งชน มีนามว่าเอกผุสสิตะ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิ- สัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธ- ศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระสัจจสัญญกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
 จบ สัจจสัญญกเถราปทาน.
 เอกสัญญกเถราปทานที่ ๔ (๒๑๔)
 ว่าด้วยผลแห่งการไหว้ผ้าบังสุกุล [๒๑๖] เราได้เห็นผ้าบังสุกุลของพระศาสดาอันห้อยอยู่บนยอดไม้ จึงได้ประนมกร อัญชลีไหว้ผ้าบังสุกุล ในกัลปที่ ๓๑ แต่กัลปนี้ เราได้สัญญาใด ในกาล นั้น ด้วยการได้สัญญานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา ในกัลปที่ ๒๕ แต่กัลปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระองค์หนึ่ง เป็นจอมแห่งชน มีนามว่าอมิตาภะ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระเอกสัญญกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ เอกสัญญกเถราปทาน.
 รังสิสัญญกเถราปทานที่ ๕ (๒๑๕)
 ว่าด้วยผลแห่งการได้สัญญาในพระพุทธเจ้า [๒๑๗] เราได้เห็นพระพุทธเจ้าสว่างจ้าดังพระอาทิตย์อุทัย เปล่งปลั่งดังพระจันทร์ องอาจดังเสือโคร่ง ประเสริฐ มีสกุล ในระหว่างภูเขา อานุภาพของ พระพุทธเจ้ารุ่งเรืองอยู่ในระหว่างภูเขา เรายังจิตให้เลื่อมใสในพระรัศมี แล้ว บันเทิงอยู่ในสวรรค์ตลอดกัลป ในกัลปที่เหลือ เราก่อสร้างกุศล ด้วยจิตเลื่อมใสนั้น และด้วยการระลึกถึงพระพุทธเจ้า ใน ๓ หมื่นกัลป แต่กัลปนี้ เราได้สัญญาใด ในกาลนั้น ด้วยการได้สัญญานั้น เราไม่รู้จัก ทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการได้สัญญาในพระพุทธเจ้า ในกัลปที่ ๕๗ แต่กัลปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระองค์หนึ่ง เป็นจอมแห่งชน มีนามว่าสุชาติ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระรังสิสัญญกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
 จบ รังสิสัญญกเถราปทาน.
 สันธิตเถราปทานที่ ๖ (๒๑๖)
 ว่าด้วยผลแห่งการได้สัญญาในพระพุทธเจ้า [๒๑๘] เรามีสติเกิดขึ้นเฉพาะหน้า ได้สัญญาอันไปในพระพุทธเจ้าอย่างหนึ่ง ที่ ไม้อัสสัตถพฤกษ์ อันมีรัศมีเขียวสด งดงามดี ในกัลปที่ ๓๑ แต่กัลปนี้ เราได้สัญญาใด ในกาลนั้น เพราะการได้สัญญานั้นเป็นเหตุนำมา เราได้ บรรลุความสิ้นอาสวะ ในกัลปที่ ๑๓ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ จอมกษัตริย์พระนามว่าวนิทธะ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพล มาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระสันธิตเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ สันธิตเถราปทาน.
 ตาลวัณฏทายกเถราปทานที่ ๗ (๒๑๗)
 ว่าด้วยผลแห่งการถวายพัดใบตาล [๒๑๙] เราได้ถวายพัดใบตาลแด่พระพุทธเจ้าพระนามว่าติสสะ ผู้มีจักษุทิพย์ เพื่อ ต้องการให้ระงับร้อนในฤดูร้อน เพื่อระงับความเร่าร้อน เราดับได้สนิทซึ่งไฟ คือ ราคะ ไฟ คือ โทสะ และดับได้สนิทซึ่งไฟ คือ โมหะ อันยิ่งกว่า ความร้อนนั้น นี้เป็นผลการถวายพัดใบตาล เราเผากิเลสทั้งหลายได้แล้ว ถอนภพขึ้นได้หมดแล้ว ทรงกายอันเป็นที่สุดอยู่ในศาสนาของพระสัมมา- สัมพุทธเจ้า ในกัลปที่ ๙๒ แต่กัลปนี้ เราได้ทำกรรมใด ในกาลนั้น ด้วย กรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายพัดใบตาล ในกัลป ที่ ๖๓ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ พระนามว่ามหารามะ ทรงสมบูรณ์ ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำ เสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระตาลวัณฏทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
 จบ ตาลวัณฏทายกเถราปทาน.
 อักกันตสัญญกเถราปทานที่ ๘ (๒๑๘)
 ว่าด้วยผลแห่งการปูผ้าให้ทรงเหยียบ [๒๒๐] เราถือผ้าสาฎกผืนน้อย ในผ้าห่มของท่านอุปัชฌาย์ พร่ำศึกษามนต์อยู่ เพื่อ บรรลุถึงประเภทวิชาลูกศร ได้เห็นพระพุทธเจ้าผู้ปราศจากธุลี สมควรรับ เครื่องบูชา ผู้องอาจ ประเสริฐ เลิศ พระนามว่าติสสะ ผู้ตรัสรู้แล้ว ดังคชสารตัวประเสริฐ ผู้สูงสุดกว่านระ ผู้เลิศลอย เป็นมหาวีระ เชษฐบุรุษ ของโลก ประเสริฐกว่านระ ทรงเหยียบผ้าสาฎกผืนน้อยที่เราลาดไว้ ครั้น เราได้เห็นพระองค์ผู้ส่องแสงสว่างในโลก ปราศจากมลทินเช่นกับพระจันทร์ มีใจผ่องใส ได้ถวายบังคมพระบาทของพระศาสดา ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้ถวายผ้าสาฎกผืนน้อยใด ด้วยการถวายผ้าสาฎกนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย                           นี้เป็นผลแห่งการถวายผ้าสาฎกผืนน้อย ในกัลปที่ ๓๗
                แต่กัลปนี้ เราได้เป็น พระเจ้าจักรพรรดิองค์หนึ่ง เป็นจอมแห่งชน มีนามว่าสุนันทะ มีพล มาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เรา ทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระอักกันตสัญญกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
 จบ อักกันตสัญญกเถราปทาน.
 สัปปิทายกเถราปทานที่ ๙ (๒๑๙)
 ว่าด้วยผลแห่งการถวายเนยใสและน้ำมัน [๒๒๑] เรานั่งอยู่ในปราสาทอันประเสริฐ แวดล้อมด้วยหมู่นารี ได้เห็นพระสมณะ ผู้ทรงประชวร จึงน้อมนมัสการพระมหาวีรเจ้า ผู้ประเสริฐกว่าเทวดา ประเสริฐกว่านระ ซึ่งเสด็จเข้ามาสู่เรือน (ของเรา) เราได้ถวายเนยใสและ น้ำมันแด่พระพุทธเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะ ผู้คงที่ เราได้เห็นพระองค์ผู้มี ความกระวนกระวายสงบระงับ มีอินทรีย์ คือ พระพักตร์ผ่องใส จึงถวาย บังคมพระบาทของพระศาสดา แล้วให้ประกาศไปในบุรี พระวีรเจ้าผู้ถึงที่สุด แห่งฤทธิ์ ทรงเห็นเราผู้เลื่อมใสดี จึงเสด็จเหาะขึ้นสู่นภากาศ ดังพระยาหงส์ ในอัมพร ในกัลปที่ ๙๔
                แต่กัลปนี้ เราได้ถวายทานใด ในกาลนั้น ด้วยทานนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายเนยใสและน้ำมัน ในกัลปที่ ๑๗ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิพระองค์หนึ่ง ทรงพระนามว่าทุติเทพ ทรง สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว
                พระพุทธศาสนาเราได้ทำ เสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระสัปปิทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
 จบ สัปปิทายกเถราปทาน.
 ปาปนิวาริยเถราปทานที่ ๑๐ (๒๒๐)
 ว่าด้วยผลแห่งการแต่งที่จงกรม [๒๒๒] เราแผ้วถางที่จงกรมของพระผู้มีพระภาคพระนามว่าปิยทัสสี มุงบังด้วยไม้อ้อ ป้องกันลมและแดด เราก่อสร้างกุศลเพื่อต้องการเว้นบาป ตั้งความเพียร ในศาสนาของพระศาสดา เพื่อละกิเลสทั้งหลาย ในกัลปที่ ๑๑ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิพระองค์หนึ่ง ปรากฏพระนามว่าอัคคิเตชะ ทรง สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำ เสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระปาปนิวาริยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
 จบ ปาปนิวาริยเถราปทาน.
รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ
            ๑. หัตถิทายกเถราปทาน ๒. ปานธิทายกเถราปทาน
            ๓. สัจจสัญญกเถราปทาน ๔. เอกสัญญกเถราปทาน
            ๕. รังสิสัญญกเถราปทาน ๖. สันธิตเถราปทาน
            ๗. ตาลวัณฏทายกเถราปทาน ๘. อักกันตสัญญกเถราปทาน
            ๙. สัปปิทายกเถราปทาน ๑๐. ปาปนิวาริยเถราปทาน
                มีคาถา ๕๔ คาถา ฉะนี้แล.

จบ หัตถิวรรคที่ ๒๒

อรรถกถาวรรคที่ ๒๑ เป็นต้น         
         เบื้องหน้าต่อแต่นี้ไป ทุกๆ เรื่องทั้งหมด ข้าพเจ้าจักทำการพรรณนาเฉพาะบทที่ยากเท่านั้น ส่วนในวรรคที่ ๒๑, ๒๒ และ ๒๓ ชื่อของพระเถระทั้งหมดได้แล้วด้วยบุญที่ตนเองได้กระทำไว้ จะต่างกันก็แต่เพียงบุญที่กระทำไว้เท่านั้น, ชื่อและพระนครที่ประทับอยู่ของพระพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ผู้ทรงให้พยากรณ์เหล่านั้น แม้ทั้งหมดก็ง่ายทั้งนั้นแล เพราะมีเนื้อความตามที่ได้กล่าวไว้แล้วในหนหลังแล. 
         ส่วนเนื้อความแห่งคาถาอปทาน บัณฑิตก็พอจะรู้ได้โดยง่ายทีเดียวด้วยการประกอบเทียบกับเนื้อความแล.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น