อาลัมพนทายกเถราปทานที่ ๑ (๒๒๑)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายราวสะพาน [๒๒๓] เราได้ถวายที่หน่วงเหนี่ยว
(ราวสะพาน) แด่พระผู้มีพระภาคพระนามว่า อัตถทัสสี เชษฐบุรุษของโลก ผู้คงที่ เป็นจอมของสัตว์ เราเดินไป (ปกครอง) ตลอดแผ่นดินอันกว้างขวางจดฝั่งสาคร ยังความเป็นอิสระให้เป็นไปในสัตว์ ทั้งหลายและในแผ่นดิน เราเผากิเลสทั้งหลาย แล้วถอนภพขึ้นได้หมดแล้ว วิชชา ๓ เราบรรลุแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ในกัลปที่ ๖๒ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิจอมกษัตริย์ ๓ พระองค์ ทรงพระนามว่า เอกาทัสสิตะ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระอาลัมพนทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
![]() |
จบ อาลัมพนทายกเถราปทาน.
อชินทายกเถราปทานที่ ๒ (๒๒๒)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายท่อนหนัง [๒๒๔] ในกัลปที่ ๓๑ แต่กัลปนี้ ข้าพระองค์เป็นคนคอยต้อนรับหมู่คณะ ได้เห็น พระพุทธเจ้า ผู้ปราศจากธุลี สมควรรับเครื่องบูชา ข้าแต่พระองค์ผู้จอมสัตว์ เชษฐบุรุษของโลก ประเสริฐกว่านระ ข้าพระองค์ได้ถวายท่อนหนังแด่ พระพุทธเจ้าพระนามว่าสิขี ผู้เป็นเผ่าพันธุ์ของโลก เพราะกรรมนั้น ข้าพระองค์เสวยสมบัติแล้ว เผากิเลสทั้งหลายแล้ว ข้าพระองค์ทรงกายอัน เป็นที่สุดอยู่ในศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในกัลปที่ ๓๑ แต่กัลปนี้ ข้าพระองค์ได้ถวายหนังสัตว์ใด ด้วยการถวายหนังสัตว์นั้น ข้าพระองค์ ไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายหนังสัตว์ ในกัลปที่ ๕๐
แต่กัลปนี้ ข้าพระองค์ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิราชนามว่าสุทายกะ สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพระองค์ทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาข้าพระองค์ ได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระอชินทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ อชินทายกเถราปทาน.
เทวรัตนิยเถราปทานที่ ๓ (๒๒๓)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายเนื้อ [๒๒๕] เมื่อก่อนนี้ เราเป็นพรานเนื้อ ได้เห็นพระพุทธเจ้า ผู้ปราศจากธุลี สมควรรับ เครื่องบูชา ในป่าใหญ่ เราจึงถวายชิ้นเนื้อแด่พระพุทธเจ้า พระนามว่า วิปัสสี ผู้แสวงหาคุณใหญ่ เราได้เสวยอิสริยยศในโลก (นี้) พร้อมทั้ง เทวโลก ด้วยการถวายเนื้อนี้ รัตนะย่อมบังเกิดแก่เรา รัตนะ ๒ ประการ เกิดแก่เราในโลก เพื่อบรรลุธรรมในปัจจุบัน เราย่อมเสวยรัตนะทั้งหมด นั้น เพราะผลแห่งการถวายเนื้อ ตัวของเราอ่อนและปัญญาของเรารู้ได้ ละเอียดละออ ในกัลปที่ ๙๑
แต่กัลปนี้ เราได้ถวายเนื้อใด ในกาลนั้น ด้วยการถวายเนื้อนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายเนื้อ ใน กัลปที่ ๔ แต่กัลปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิองค์หนึ่ง เป็นจอมแห่งชน มีนามว่ามหาโรหิตะ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว
พระพุทธศาสนาเราได้ทำ เสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระเทวรัตนิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ เทวรัตนิยเถราปทาน.
จบ ภาณวารที่ ๑๐
อารักขทายกเถราปทานที่ ๔ (๒๒๔)
ว่าด้วยผลแห่งการสร้างไพรที [๒๒๖] เราได้ให้สร้างไพรทีถวายแด่พระผู้มีพระภาคพระนามว่าสิทธัตถะ และได้ ถวายอารักขาแด่พระสุคตเจ้า ผู้แสวงหาคุณอันใหญ่หลวง ด้วยกรรมพิเศษ นั้น เราไม่เห็นภัยที่น่าหวาดเสียวเลย ความสะดุ้งกลัวไม่มีแก่เราผู้เกิดแล้ว ในภพไหนๆ ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้ให้สร้างไพรทีใด ในกาลก่อน ด้วยการสร้างไพรทีนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการสร้างไพรที ถวาย ในกัลปที่ ๖ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ พระนามว่าอปัสเสนะ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระอารักขทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ อารักขทายกเถราปทาน.
อพยาธิกเถราปทานที่ ๕ (๒๒๕)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายโรงไฟ [๒๒๗] เราได้ถวายโรงไฟแด่พระผู้มีพระภาคพระนามว่าวิปัสสี ได้ถวายอาวาสและ เครื่องรองรับน้ำร้อนแก่ภิกษุอาพาธ ด้วยกรรมนั้น อัตภาพของเราอันผู้มี ฤทธิ์นิรมิตดีแล้ว เราไม่รู้สึกป่วยไข้เลย นี้เป็นผลแห่งบุญกรรม ในกัลป ที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราได้ถวายโรงไฟ ในกาลนั้น ด้วยการถวายโรงไฟนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายโรงไฟ และในกัลปที่ ๗ แต่ กัลปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิองค์หนึ่ง เป็นจอมแห่งชน สมบูรณ์ ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระอพยาธิกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ อพยาธิกเถราปทาน.
วกุลปุปผิยเถราปทานที่ ๖ (๒๒๖)
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยดอกพิกุล [๒๒๘] ชนทั้งหลายรู้จักชื่อเราว่านารทะ รู้จักเราว่ากัสสปะ เราได้เห็นพระพุทธเจ้านามว่าวิปัสสี ผู้เลิศกว่าบรรดาสมณะ อันเทวดาสักการะ ทรงไว้ซึ่ง อนุพยัญชนะ สมควรรับเครื่องบูชา เราถือเอาดอกพิกุลไปบูชาแด่พระ- พุทธเจ้า ในกัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้ใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา ในกัลปที่ ๗๔ แต่กัลปนี้ ได้มีพระมหากษัตริย์พระนามว่าโรมสะ ทรงสวมพวง ดอกไม้เป็นอาภรณ์ มียาน พล และพาหนะพรั่งพร้อม คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระวกุลปุปผิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ วกุลปุปผิยเถราปทาน.
โสวรรณวฏังสกิยเถราปทานที่ ๗ (๒๒๗)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายพวงมาลัย [๒๒๙] เราเดินอยู่ตามพื้นที่สวน ได้เห็นพระพุทธเจ้าผู้เป็นนายกของโลก เราได้ถือ มาลัยประดับศีรษะที่ทำด้วยทอง อันสร้าง (ตกแต่ง) อย่างดี ขึ้นคอช้าง ไปอย่างรีบด่วน บูชาแด่พระพุทธเจ้าพระนามว่าสิขี ผู้เป็นเผ่าพันธุ์ของโลก ในกัลปที่ ๓๑ แต่กัลปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้ใด ด้วยการ บูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา ในกัลปที่ ๒๗ แต่กัลปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระองค์หนึ่ง เป็นจอมแห่งชน มีนามว่ามหาปตาปะ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเรา ได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระโสวรรณวฏังสกิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ โสวรรณวฏังสกิยเถราปทาน.
มิญชวฏังสกิยเถราปทานที่ ๘ (๒๒๘)
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาโพธิพฤกษ์ [๒๓๐] เมื่อพระโลกนาถ พระนามว่าสิขี ผู้ประเสริฐกว่าบรรดาเจ้าลัทธิ เสด็จ นิพพานแล้ว เราได้ทำการบูชาโพธิพฤกษ์ อันเกลื่อนกล่นด้วยมาลัยประดับ ศีรษะ ในกัลปที่ ๓๑ แต่กัลปนี้ เราได้ทำการบูชาใด ในกาลนั้น ด้วย การบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชาโพธิพฤกษ์ ในกัลป ที่ ๒๖ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ (พระองค์หนึ่ง) ทรงพระนาม ว่าเมฆัพภะ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษ เหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัด แล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระมิญชวฏังสกิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ มิญชวฏังสกิยเถราปทาน.
สุกตาเวฬิยเถราปทานที่ ๙ (๒๒๙)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายพวงมาลัย [๒๓๑] ในกาลนั้น เราเป็นนายมาลาการมีนามว่าอสิตะ ได้ถือเอาพวงมาลัยไป เพื่อน้อมเกล้าถวายแด่พระราชา ยังไม่ทันถึงพระราชา ก็ได้พบพระพุทธเจ้า ผู้นำของโลก พระนามว่าสิขี เราร่าเริงมีจิตโสมนัส ได้บูชาแด่พระพุทธเจ้า ในกัลปที่ ๓๑ แต่กัลปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้ใด ด้วย การบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา ในกัลปที่ ๒๕ แต่กัลปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิราช มีกำลังมาก มีนามว่าเวภาระ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระสุกตาเวฬิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ สุกตาเวฬิยเถราปทาน.
เอกวันทนิยเถราปทานที่ ๑๐ (๒๓๐)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายบังคม [๒๓๒] เรามีจิตเลื่อมใส มีใจโสมนัส ได้ถวายบังคมพระพุทธเจ้า ผู้ประเสริฐสุด พระนามว่าเวสสภู ผู้องอาจ สามารถ มีความเพียร ผู้ทรงชำนะวิเศษ ใน กัลปที่ ๓๑ แต่กัลปนี้ เราได้ทำกรรมใด ในกาลนั้น ด้วยกรรมนั้น เรา ไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายบังคม ในกัลปที่ ๒๔ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ ทรงพระนามว่าวิคตานันทะ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระเอกวันทนิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ เอกวันทนิยเถราปทาน.
รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. อาลัมพนทายกเถราปทาน ๒. อชินทายกเถราปทาน
๓. เทวรัตนิยเถราปทาน ๔. อารักขทายกเถราปทาน
๕. อพยาธิกเถราปทาน ๖. วกุลปุปผิยเถราปทาน
๗. โสวรรณวฏังสกิยเถราปทาน ๘. มิญชวฏังสกิยเถราปทาน
๙. สุกตาเวฬิยเถราปทาน ๑๐. เอกวันทนิยเถราปทาน
ท่านผู้เห็นประโยชน์ทั้งหลายคำนวณคาถาได้ ๕๕ คาถา ฉะนี้แล.
จบ อาลัมพนทายกวรรคที่ ๒๓.
อรรถกถาวรรคที่ ๒๑ เป็นต้น
เบื้องหน้าต่อแต่นี้ไป ทุกๆ เรื่องทั้งหมด ข้าพเจ้าจักทำการพรรณนาเฉพาะบทที่ยากเท่านั้น ส่วนในวรรคที่ ๒๑, ๒๒ และ ๒๓ ชื่อของพระเถระทั้งหมดได้แล้วด้วยบุญที่ตนเองได้กระทำไว้ จะต่างกันก็แต่เพียงบุญที่กระทำไว้เท่านั้น, ชื่อและพระนครที่ประทับอยู่ของพระพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ผู้ทรงให้พยากรณ์เหล่านั้น แม้ทั้งหมดก็ง่ายทั้งนั้นแล เพราะมีเนื้อความตามที่ได้กล่าวไว้แล้วในหนหลังแล.
ส่วนเนื้อความแห่งคาถาอปทาน บัณฑิตก็พอจะรู้ได้โดยง่ายทีเดียวด้วยการประกอบเทียบกับเนื้อความแล.

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น