หน้าเว็บ

10 มีนาคม 2569

พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ อุทกาสนทายิวรรคที่ ๒๔

อุทกาสนทายกเถราปทานที่ ๑ (๒๓๑)
 ว่าด้วยผลแห่งการถวายอาสนะตั้งน้ำ [๒๓๓] เราออกจากประตูอารามแล้ว ได้ลาดแผ่นกระดาน (สำหรับนั่ง)
ไว้ และ ได้ตั้งน้ำ (ฉันน้ำใช้) ไว้ เพื่อบรรลุประโยชน์อันสูงสุด ในกัลปที่ ๓๑ แต่กัลปนี้ เราได้ทำกรรมใด ในกาลนั้น ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลเพราะลาดอาสนะและตั้งน้ำ ในกัลปที่ ๑๕ แต่กัลปนี้ ได้มีพระ เจ้าจักรพรรดิ พระนามว่าอภิสามะ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพล มาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระอุทกาสนทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ อุทกาสนทายกเถราปทาน.
ภาชนทายกเถราปทานที่ ๒ (๒๓๒)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายภาชนะ [๒๓๔] ในกาลนั้น เราเป็นช่างหม้ออยู่ในนครพันธุมดี เราได้แบ่งภาชนะถวายแก่ ภิกษุสงฆ์ในนครนั้นเสมอๆ ในกัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราได้แบ่งภาชนะ ถวายภิกษุสงฆ์แล้ว เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายภาชนะ ในกัลปที่ ๕๓ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ พระนามว่าอนันตชลิ ทรง สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเรา ได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระภาชนทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
 จบ ภาชนทายกเถราปทาน.
 สาลปุปผิยเถราปทานที่ ๓ (๒๓๓)
 ว่าด้วยผลแห่งการถวายดอกสาละ [๒๓๕] ในกาลนั้น เราเป็นคนทำขนมขายอยู่ในนครอรุณวดี เราได้เห็นพระชินเจ้า พระนามว่าสิขี เสด็จไปทางประตูบ้านเรา เรามีใจผ่องใสรับบาตรของพระ พุทธเจ้าซึ่งเสด็จมาถึงพอดี แล้วได้ถวายดอกสาละแก่พระองค์ ในกัลปที่๓๑ แต่กัลปนี้ เราได้ถวายดอกไม้ใด ด้วยการถวายดอกไม้นั้น เราไม่รู้ จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายดอกสาละ ในกัลปที่ ๑๔ แต่กัลปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิมีนามว่าอมิตัญชละ สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระสาลปุปผิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
 จบ สาลปุปผิยเถราปทาน
๒๓๓. อรรถกถาสาลปุปผิยเถราปทาน
         พึงทราบเรื่องราวในอปทานที่ ๓ ดังต่อไปนี้ :- 
         บทว่า อรุณวติยา นคเร มีวิเคราะห์ว่า 
         ชื่อว่าอรุณ เพราะผุดขึ้นกระทำแสงสว่างไปรอบด้าน. 
         ชื่อว่าอรุณวดี เพราะอรุณนั้นมีอยู่ในพระนครนั้น. 
         อธิบายว่า พระอาทิตย์โผล่ขึ้นทำแสงสว่างไปทั่วพระนครนั้น. 
         แม้ในพระนครที่เหลือก็มีพระอาทิตย์ขึ้นเหมือนกัน แต่พึงทราบว่า ท่านมุ่งกล่าวให้เป็นคำพิเศษ ดุจคำว่า ชื่อว่า มหึส (กระบือ) เพราะย่อมนอนบนแผ่นดิน ทั้งๆ ที่สัตว์สี่เท้าทั้งหมดก็นอนบนแผ่นดินเหมือนกัน แต่พึงทราบว่าท่านมุ่งกล่าวด้วยอำนาจรุฬหีศัพท์. 
         อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่าอรุณวดี อันมีแสงสว่างดุจการขึ้นไปแห่งอรุณ ประกอบด้วยแสงสว่างแห่งรัตนะ ๗ ประการ เช่น ทองคำ เงิน แก้วมณีและแก้วมุกดาเป็นต้น ส่องสว่างไปในที่เช่น กำแพง ปราสาทและถ้ำเป็นต้น. 
         อธิบายว่า ข้าพเจ้าได้เลี้ยงชีวิตอยู่ด้วยการทำขนมขาย อยู่ในพระนครอรุณวดีนั่นแล.
จบอรรถกถาสาลปุปผิยเถราปทาน
กิลัญชทายกเถราปทานที่ ๔ (๒๓๔)
 ว่าด้วยผลแห่งการให้เสื่อลำแพน [๒๓๖] ในกาลนั้น เราเป็นช่างสานอยู่ในนครติวรา อันน่ารื่นรมย์ หมู่ชนในนครนั้น เลื่อมใสในพระพุทธเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะ ผู้ส่องโลกให้สว่างไสว หมู่ ชนเที่ยวแสวงหาเสื่อลำแพนเพื่อบูชาพระโลกนาถ เราได้ให้เสื่อลำแพนแก่ ชนทั้งหลายผู้ทำพุทธบูชา ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้ทำกรรมใด ในกาลนั้น ด้วยกรรมนั้น ไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการให้เสื่อลำแพน ในกัลปที่ ๗๗ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ พระนามว่าชลันธระ ทรง สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเรา ได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระกิลัญชทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ กิลัญชทายกเถราปทาน
 ๒๓๔. อรรถกถากิลัญชทายกเถราปทาน         
         พึงทราบเรื่องราวในอปทานที่ ๔ ดังต่อไปนี้ :- 
         บทว่า ติวรายํ ปุเร รมฺเม มีวิเคราะห์ว่า 
         ติวรา เพราะแวดล้อมป้องกันด้วยกำแพงถึง ๓ ชั้น. 
         ชื่อว่ารัมมะ เพราะเป็นที่น่ารื่นรมย์ใจ เพราะประกอบด้วยเครื่องอุปโภคมีของเคี้ยวและของกินเป็นต้น ประกอบด้วยผ้าและเครื่องอาภรณ์เป็นต้น และประกอบด้วยการฟ้อนและการขับร้องเป็นต้น. 
         เชื่อมความว่า เราได้เป็นช่างสานอยู่ในพระนครติวรา อันน่ารื่นรมย์ใจนั้น.
จบอรรถกถากิลัญชทายกเถราปทาน
เวทิทายกเถราปทานที่ ๕ (๒๓๕)
 ว่าด้วยผลแห่งการสร้างไพรที [๒๓๗] เรามีจิตเลื่อมใส มีใจโสมนัส ได้ให้ช่างก่อสร้างไพรทีไว้ที่ไม้โพธิพฤกษ์ อันเป็นไม้อุดมของพระผู้มีพระภาคพระนามว่าวิปัสสี เพราะเราได้ให้ช่าง ก่อสร้างไพรที ในกัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่ง การสร้างไพรที ในกัลปที่ ๑๑ แต่กัลปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ มีนามว่าสูริยสมะ สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระเวทิทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
 จบ เวทิทายกเถราปทาน.
วรรณการเถราปทานที่ ๖ (๒๓๖)
ว่าด้วยผลแห่งการให้สี [๒๓๘] ในกาลนั้น เราเป็นช่างย้อมอยู่ในนครอรุณวดี เราย้อมภัณฑะ คือ ผ้าที่ พระเจดีย์ให้มีสีต่างๆ ในกัลปที่ ๓๑ แต่กัลปนี้ เราย้อมสีใด ในกาลนั้น ด้วยการย้อมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการให้สี ในกัลปที่ ๒๓ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ พระนามว่าจันทสมะ ทรงสมบูรณ์ ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระวรรณการกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ วรรณการกเถราปทาน.
๒๓๖. อรรถกถาวัณณการกเถราปทาน
         พึงทราบเรื่องราวในอปทานที่ ๖ ดังต่อไปนี้ :- 
         บทว่า วณฺณกาโร อหํ ตทา มีวิเคราะห์ว่า 
         ชื่อว่าวัณณการ เพราะย่อมทำคือย้อมผ้าทั้งหลายด้วยสี มีสีเขียว เหลืองและแดงเป็นต้น. 
         เราเป็นช่างย้อมผ้า ในเวลาที่จะเอาผ้าทั้งหลายห่มพระเจดีย์ ก็ย้อมผ้าทั้งหลายให้มีสีต่างๆ.
จบอรรถกถาวัณณการกเถราปทาน 
ปิยาลปุปผิยเถราปทานที่ ๗ (๒๓๗)
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยดอกมะหาด [๒๓๙] ในกาลก่อน เราเป็นพรานเนื้อ (เที่ยว) อยู่ในป่าชัฏ เราเห็นต้นมะหาด มีดอกบาน จึงเก็บมาโยน โรย ลงที่ทางเดิน เรามีใจผ่องใส รับบาตร ของพระพุทธเจ้าซึ่งกำลังเสด็จดำเนินอยู่ที่ทาง แล้วได้ถวายมะหาดแก่พระ องค์ ในกัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้ใด ด้วย การบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราได้ทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระปิยาลปุปผิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ปิยาลปุปผิยเถราปทาน.
๒๓๗. อรรถกถาปิยาลปุปผิยเถราปทาน
         พึงทราบเรื่องราวในอปทานที่ ๗ ดังต่อไปนี้ :- 
         บทว่า ปิยาลํ ปุปฺผิตํ ทิสฺวา ได้แก่ เห็นต้นมะหาดมีดอกบานดี. 
         บทว่า คตมคฺเค ขิปึ อหํ ความว่า เราเป็นพรานเนื้อ เก็บเอาดอกมะหาดมาโยนบูชาที่หนทางเสด็จดำเนินของพระพุทธเจ้า.
จบอรรถกถาปิยาลปุปผิยเถราปทาน 
อัมพยาคทายกเถราปทานที่ ๘ (๒๓๘)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายผลมะม่วง [๒๔๐] เราเป็นผู้ฉลาดในศิลปะของตน ได้ไปสู่ป่าชัฏ ได้พบพระพุทธเจ้ากำลังเสด็จ ดำเนินอยู่ จึงถวายผลมะม่วง ในกัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราได้ถวายทานใด ในกาลนั้น ด้วยทานนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวาย ผลมะม่วง คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระอัมพยาคทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ อัมพยาคทายกเถราปทาน.
๒๓๘. อรรถกถาอัมพยาคทายกเถราปทาน         
         บทว่า สเก สิปฺเป อปตฺถทฺโธ ความว่า เราเป็นผู้ไม่กระด้างเย่อหยิ่ง ตั้งมั่นฉลาดในศิลปะของตัวเอง เช่น ตักกศาสตร์และพยากรณศาสตร์เป็นต้น ได้ไปยังป่าชัฏ. 
         บทว่า สมฺพุทฺธํ ยนฺตํ ทิสฺวาน ได้แก่ พบพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าวิปัสสี กำลังเสด็จไปยังละแวกป่า. 
         บทว่า อมฺพยาคํ อทาสหํ ความว่า เราได้ถวายผลมะม่วงแล้ว.
จบอรรถกถาอัมพยาคทายกเถราปทาน 
ชคติการกเถราปทานที่ ๙ (๒๓๙)
ว่าด้วยผลแห่งการสร้างลานดิน [๒๔๑] เมื่อพระโลกนาถพระนามว่าอัตถทัสสี ผู้สูงสุดกว่านระ เสด็จนิพพานแล้ว เราได้ให้สร้างลานดินไว้ที่พระสถูปอันอุดมของพระพุทธเจ้า ในกัลปที่ ๑,๘๐๐ แต่กัลปนี้ เราได้ทำกรรมใดไว้ ในกาลนั้น ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้ จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการสร้างลานดิน คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระชคติการกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ชคติการกเถราปทาน.
๒๓๙. อรรถกถาชคติการกเถราปทาน
         พึงทราบเรื่องราวในอปทานที่ ๙ ดังต่อไปนี้ :- 
         บทว่า ชคตี การิตา มยฺหํ ความว่า เราได้สร้าง คือให้เขาช่วยสร้างลานดิน คือระเบียงที่วางดอกไม้อันจัดเป็นสัดส่วน ที่พระเจดีย์บรรจุพระสรีรธาตุของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าอัตถทัสสี.
จบอรรถกถาชคติการกเถราปทาน 
วาสิทายกเถราปทานที่ ๑๐ (๒๔๐)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายมีด [๒๔๒] ในกาลก่อน เราเป็นช่างทองอยู่ในติวรานครอันอุดม เราได้ถวายมีดเล่ม หนึ่งแด่พระสยัมภู ผู้ไม่ทรงแพ้อะไรๆ ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้ ถวายมีดใด ในกาลนั้น ด้วยการถวายมีดนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็น ผลแห่งการถวายมีด คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระวาสิทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ วาสิทายกเถราปทาน.
รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ
          ๑. อุทกาสนทายกเถราปทาน ๒. ภาชนทายกเถราปทาน
          ๓. สาลปุปผิยเถราปทาน ๔. กิลัญชทายกเถราปทาน
          ๕. เวทิทายกเถราปทาน ๖. วรรณการกเถราปทาน
          ๗. ปิยาลปุปผิยเถราปทาน ๘. อัมพยาคทายกเถราปทาน
          ๙. ชคติการกเถราปทาน ๑๐. วาสิทายกเถราปทาน
                และมีคาถา ๓๘ คาถา ฉะนี้แล.
จบ อุทกาสนทายิวรรคที่ ๒๔.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น