ว่าด้วยผลแห่งการถวายผ้า
[๑๗๐] ในกาลนั้น เราเป็นพระราชโอรสอยู่ในพระนครอันรื่นรมย์ ชื่อติวรา
เราได้ผ้าอันเป็นเครื่องบรรณาการแล้ว ได้ถวายแด่พระผู้มีพระภาคผู้สงบ ระงับ พระผู้มีพระภาคพระนามว่า สิทธัตถะทรงรับแล้ว ทรงลูบคลำผ้า ด้วยพระหัตถ์ ครั้นทรงรับแล้ว เสด็จเหาะขึ้นสู่นภากาศ เมื่อพระผู้มี พระภาคเสด็จไป ผ้าตามไปเบื้องหลังพระปฤษฎางค์ เรายังจิตให้เลื่อมใส ในพระองค์ว่า พระพุทธเจ้าเป็นอัครบุคคลหนอ ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้ถวายผ้าใดในกาลนั้น ด้วยการถวายผ้านั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายผ้า ในกัลปที่ ๖๗ แต่กัลปนี้ ในกาลนั้น ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิผู้เป็นจอมมนุษย์ มีพระนามว่าบริสุทธิ์ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำ ให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระทุสสทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
![]() |
จบ ทุสสทายกเถราปทาน.
อรรถกถา ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๗. สุปาริจริยวรรค ๘. ทุสสทายกเถราปทาน (๑๖๘)
๑๖๘. อรรถกถาทุสสทายกเถราปทาน
อปทานของท่านพระทุสสทายกเถระมีคำเริ่มต้นว่า ติวรายํ ปุเร รมฺเม ดังนี้.
พระเถระแม้นี้ก็ได้เคยบำเพ็ญกุศลมาแล้วในพระชินวรพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ ทุกๆ ภพนั้นจะสั่งสมแต่บุญอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานเป็นประจำเสมอ.
ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าสิทธัตถะ ท่านได้เกิดในราชสกุล พอทรงเจริญวัยแล้วได้รับตำแหน่งเป็นพระยุพราช มีชื่อเสียง ได้รับชนบทแห่งหนึ่ง เป็นใหญ่ปกครองชนบทนั้น ทรงบำเพ็ญสังคหวัตถุ ๔ ประการ คือ ทาน ปิยวาจา อัตถจริยาและสมานัตตตา แก่ชาวชนบททั้งหมด.
ในสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าสิทธัตถะ พระองค์ได้เสด็จไปถึงยังชนบทนั้นแล้ว.
ครั้งนั้น พระยุพราชพระองค์นั้นทรงได้รับเครื่องบรรณาการแล้ว ทรงบูชาพระผู้มีพระภาคเจ้าด้วยผ้าเนื้อละเอียดในที่นั้น.
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเอาพระหัตถ์ลูบคลำผ้าผืนนั้นแล้ว เสด็จขึ้นสู่อากาศ. แม้ผ้าผืนนั้นก็ลอยติดตามพระผู้มีพระภาคเจ้าไปมิขาด.
ครั้นพอพระยุพราชพระองค์นั้นทอดพระเนตรเห็นความอัศจรรย์นั้นแล้ว เลื่อมใสยิ่งนัก ได้ประทับยืนประคองอัญชลีแล้ว ในสถานที่ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จไปถึงแล้ว ประชาชนทั้งหมดมองเห็นความอัศจรรย์นั้นแล้ว พากันคิดอัศจรรย์ใจ ได้ยืนประคองอัญชลีแล้ว
พระผู้มีพระภาคเจ้าได้เสด็จไปเฉพาะวิหารนั้นแล้ว.
ด้วยกุศลนั้นนั่นแล พระยุพราชนั้นจุติจากอัตภาพนั้นแล้ว ได้บังเกิดในเทวโลก เสวยทิพยสมบัติในเทวโลกนั้นแล้ว เกิดในมนุษย์โลกได้เสวยสมบัติมีจักรพรรดิสมบัติเป็นต้นแล้ว.
ในพุทธุปบาทกาลนี้ เขาได้เกิดในตระกูลแห่งหนึ่งซึ่งสมบูรณ์ด้วยสมบัติมากมาย บรรลุนิติภาวะแล้ว ดำรงอยู่ในเพศฆราวาส เลื่อมใสในพระรัตนตรัย ได้ฟังพระธรรมเทศนาของพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว ได้มีศรัทธาบวชแล้วพยายามอยู่ไม่นานนักก็ได้เป็นพระอรหันต์.
วันหนึ่ง ท่านได้ระลึกถึงบุพกรรมของตน เกิดความโสมนัสใจ เมื่อจะประกาศถึงเรื่องราวที่ตนเคยได้ประพฤติมาแล้วในกาลก่อน จึงกล่าวคำเริ่มต้นว่า ติวรายํ ปุเร รมฺเม ดังนี้.
อธิบายว่า เราเป็นพระราชโอรสอยู่ในพระนครอันน่ารื่นรมย์ใจ ชื่อว่าติวรา นั้น ได้นำเอาผ้าไปบูชาพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะแล้วแล.
คำที่เหลือมีเนื้อความพอจะรู้ได้โดยง่ายทีเดียวแล.
จบอรรถกถาทุสสทายกเถราปทาน

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น