ว่าด้วยผลแห่งการถวายเรือนยอด
[๑๗๑] ได้มีการประชุมอุบาสกเป็นอันมากในพระนครพันธุมดี เราเป็นหัวหน้า ของ
อุบาสกเหล่านั้น อุบาสกเหล่านั้นประพฤติตามปรารถนาของเรา เรา ประชุมอุบาสกทั้งหมดนั้น แล้วชักชวนในการทำบุญว่า เราทั้งหลายจัก ทำเรือนยอดเดียว (ศาลา) ถวายแก่สงฆ์ผู้เป็นบุญเขตอันสูงสุด เขา เหล่านั้นรับคำแล้ว ได้กระทำไปตามอำนาจความพอใจของเรา เราทั้งหลาย ช่วยกันสร้างเรือนยอดเดียวนั้นสำเร็จแล้ว ได้ถวายแด่พระผู้มีพระภาค พระนามว่าวิปัสสี ในกัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราได้ถวายเรือนยอดเดียวใด ในกาลนั้น ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวาย เรือนยอดเดียว ในกัลปที่ ๕๙ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ ผู้เป็น จอมชนพระองค์หนึ่ง มีพระนามชื่อว่าอเวละ มีพลมาก คุณวิเศษ เหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้ง ชัดแล้ว พระพุทธศาสนา เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระสมาทปกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
![]() |
จบ สมาทปกเถราปทาน.
อรรถกถา ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๗. สุปาริจริยวรรค ๙. สมาทปกเถราปทาน (๑๖๙)
๑๖๙. อรรถกถาสมาทปกเถราปทาน
อปทานของท่านพระสมาทปกเถระมีคำเริ่มต้นว่า พนฺธุมติยา นคเร ดังนี้.
พระเถระแม้นี้ก็ได้เคยบำเพ็ญกุศลสมภารมาแล้วในสำนักของพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ ได้สั่งสมแต่บุญอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานไว้ในหลายภพเป็นประจำเสมอ.
ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าวิปัสสี ท่านได้เกิดในเรือนอันมีสกุล เจริญวัยแล้วดำรงอยู่ในเพศฆราวาส ตั้งใจบำเพ็ญบุญเป็นนิตย์ มีศรัทธาเลื่อมใส สั่งให้ประชุมพวกอุบาสกเป็นจำนวนมากแล้ว ตนเองเป็นหัวหน้าคณะ (อุบาสก) ปรึกษาหารือกันว่า พวกเราจักช่วยกันสร้างเรือนยอดเดียว (ศาลา) แล้วชักชวนคนทั้งหมดเหล่านั้นให้ทำพื้นเรือนยอดหลังหนึ่งให้เรียบเสมอ เกลี่ยทรายขาวสะอาดลงไปแล้ว น้อมถวายแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า.
ด้วยบุญอันนั้น เขาจึงได้บังเกิดในเทวโลก ได้เสวยสมบัติในกามาวจร ๖ ชั้นแล้ว ได้เกิดในมนุษยโลกได้เสวยจักรพรรดิสมบัติเป็นต้นในหมู่มนุษย์.
ในพุทธุปบาทกาลนี้ เขาได้เกิดในเรือนอันมีสกุล บรรลุนิติภาวะแล้วเลื่อมใสในพระผู้มีพระภาคเจ้า ได้ฟังธรรมแล้ว มีใจเลื่อมใส เกิดศรัทธาบวชแล้ว สมบูรณ์ด้วยศีล ถึงพร้อมด้วยวัตรปฏิบัติ ไม่นานนักก็ได้บรรลุพระอรหัต.
ในกาลต่อมา ท่านระลึกถึงกุศลกรรมที่ตนกระทำไว้ได้เกิดความโสมนัสใจ เมื่อจะประกาศถึงเรื่องราวที่ตนเคยได้ประพฤติมาแล้วในกาลก่อน จึงกล่าวคำเริ่มต้นว่า พนฺธุมติยา นคเร ดังนี้.
พึงทราบวิเคราะห์ในบทนั้นว่า
ชื่อว่า พนฺธุ เพราะคนทั้งหลายผูกพันเกี่ยวเนื่องเป็นอันเดียวกัน ด้วยอำนาจแห่งญาติและโคตรเป็นต้น คือเป็นชาวพระนครเดียวกันทั้งหมด.
ชื่อว่าพันธุมดี เพราะเป็นพวกพ้องอยู่กันมีอยู่ในพระนครนั้น.
อธิบายว่า พวกอุบาสกหมู่ใหญ่ได้มีในพระนครชื่อว่า พันธุมดีนั้น.
ในบทว่า มาฬํ กสฺสาม สงฺฆสฺส๑- นี้มีวิเคราะห์ว่า
ชื่อว่ามาฬํ เพราะย่อมนับถือกำหนดใจของพวกชนที่มาถึงแล้วทุกๆ คน.
อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่ามาฬํ เพราะเป็นสถานที่เหมาะในการทำใจให้สงบสงัดแก่หมู่ภิกษุที่มาถึงแล้ว,
มาฬํ นั่นแหละเป็น มาฬกํ.
อธิบายว่า พวกเราจักสร้างเรือนยอดเพื่อความอยู่สุขสบายถวายแด่ภิกษุสงฆ์.
๑- บาลีว่า มาฬํ กริสฺสาม สงฺฆสฺส.
คำที่เหลือมีเนื้อความปรากฏชัดเจนอยู่แล้วทีเดียว.
จบอรรถกถาสมาทปกเถราปทาน

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น