ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยของหอม
[๑๗๒] เราได้เห็นพระผู้มีพระภาคมหามุนี พระนามว่าติสสะ ผู้เป็นนาถะของ โลก
ประเสริฐกว่านระกำลังเสด็จเข้าพระคันธกุฎี อันเป็นพระวิหารสวย งาม จึงถือเอาของหอมและพวงดอกไม้ไปสู่สำนักพระชินเจ้า และเราเป็น ผู้มีศรัทธาน้อยในพระสัมพุทธเจ้า ได้ถวายบังคม ในกัลปที่ ๙๒ แต่กัลปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยของหอมใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติ เลย นี้เป็นผลแห่งการถวายบังคม ในกัลปที่ ๗๒ แต่กัลปนี้ เราได้เป็น พระเจ้าจักรพรรดิราชมีนามว่าสยัมปกะ สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มี พลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนา เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระปัญจังคุลิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
![]() |
จบ ปัญจังคุลิยเถราปทาน.
รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. สุปาริจริยเถราปทาน ๒. กณเวรปุปผิยเถราปทาน
๓. ขัชชทายกเถราปทาน ๔. เทสปูชกเถราปทาน
๕. กณิการฉทนิยเถราปทาน ๖. สัปปิทายกเถราปทาน
๗. ยุธิกปุปผิยเถราปทาน ๘. ทุสสทายกเถราปทาน
๙. สมาทปกเถราปทาน ๑๐. ปัญจังคุลิยเถราปทาน
มีคาถา ๕๔ คาถา ฉะนี้แล.
จบ สุปาริจริยวรรคที่ ๑๗
อรรถกถา ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๗. สุปาริจริยวรรค ๑๐. ปัญจังคุลิยเถราปทาน (๑๗๐)
๑๗๐. อรรถกถาปัญจังคุลิยเถราปทาน
อปทานของท่านพระปัญจังคุลิยเถระมีคำเริ่มต้นว่า ติสฺโส นามาสิ ภควา ดังนี้.
พระเถระแม้นี้ก็ได้เคยบำเพ็ญกุศลมาแล้วในพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ ทุกๆ ภพนั้นจะสั่งสมแต่บุญอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานเป็นประจำเสมอ.
ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าติสสะ ท่านได้เกิดในตระกูลแห่งหนึ่ง เจริญวัยแล้ว ดำรงอยู่ในเพศฆราวาส สมบูรณ์ด้วยสมบัติ มีศรัทธาเลื่อมใส เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จพระราชดำเนินไปตามหนทางเข้าไปยังพระวิหาร ได้ถือเอาดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมหลากชนิดเช่นดอกมะลิเป็นต้นและเครื่องลูบไล้มีผลไม้จันทน์เป็นต้นแล้ว ไปยังพระวิหาร เอาดอกไม้ทั้งหลายบูชาพระผู้มีพระภาคเจ้า แล้วเอานิ้วทั้ง ๕ แตะเครื่องลูบไล้ ลูบทาที่พระสรีระของพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว ถวายบังคมหลีกไป.
ด้วยบุญอันนั้น เขาจึงได้เสวยสมบัติทั้งสองในเทวโลกและมนุษยโลกแล้ว.
ในพุทธุปบาทกาลนี้ เขาได้เกิดในตระกูลแห่งหนึ่งซึ่งสมบูรณ์ด้วยสมบัติ เจริญวัยแล้ว ได้ฟังพระธรรมเทศนาของพระศาสดาแล้ว มีใจเลื่อมใส บวชแล้วไม่นานก็ได้เป็นพระอรหันต์.
เมื่อจะระลึกถึงบุพกรรมของตนก็ทราบได้อย่างแจ่มชัด เมื่อจะประกาศถึงเรื่องราวที่ตนเคยได้ประพฤติมาแล้วในกาลก่อนว่า เราได้บำเพ็ญกุศลกรรมชื่อนี้ไว้ จึงได้รับโลกุตรสมบัติเช่นนี้แล จึงกล่าวคำเริ่มต้นว่า ติสฺโส นามาสิ ภควา ดังนี้.
คำที่เหลือทั้งหมดนั้นมีเนื้อความง่ายทั้งนั้นแล.
จบอรรถกถาปัญจังคุลิยเถราปทาน
จบอรรถกถาสุปาริจริยวรรคที่ ๑๗

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น