หน้าเว็บ

04 มีนาคม 2569

พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ สุปาริจริยวรรคที่ ๑๗ สัปปิทายกเถราปทานที่ ๖ (๑๖๖)

ว่าด้วยผลแห่งการถวายเนยใส
[๑๖๘] พระผู้มีพระภาคพระนามว่าผุสสะ ผู้สมควรรับเครื่องบูชาผู้ประเสริฐ ทรง
ยังมหาชนให้ดับ เสด็จดำเนินไปตามถนน พระผู้มีพระภาคเสด็จมาถึง สำนักของเราโดยลำดับ ลำดับนั้น เรารับบาตรแล้ว ได้ถวายเนยใส และน้ำมัน ในกัลปที่ ๙๒ แต่กัลปนี้ เราได้ถวายเนยใสใดในกาลนั้น ด้วยการถวายเนยใสนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายเนย ใส ในกัลปที่ ๕๖ แต่กัลปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระองค์หนึ่ง พระนามว่าสโมทกะ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณ วิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำ ให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระสัปปิทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.

จบ สัปปิทายกเถราปทาน.

อรรถกถา ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๗. สุปาริจริยวรรค. สัปปิทายกเถราปทาน (๑๖๖)
         ๑๖๖. อรรถกถาสัปปิยทายกเถราปทาน
         อปทานของท่านพระสัปปิทายกเถระมีคำเริ่มต้นว่า ผุสฺโส นามาถ๑- ภควา ดังนี้.
๑- บาลีว่า นามาสิ. 
         พระเถระแม้นี้ก็ได้เคยบำเพ็ญกุศลมาแล้วในพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ ได้สั่งสมแต่บุญอันเป็นอุปนิสัยพระนิพพานเป็นประจำเสมอไว้ตั้งหลายภพ. 
         ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าผุสสะ ท่านได้เกิดในเรือนอันมีสกุล. ในกาลนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้ามีพระภิกษุสงฆ์แวดล้อมเสด็จไปตามหนทาง ถึงประตูเรือนของอุบาสกคนนั้นแล้ว. 
         ครั้นพออุบาสกนั้นเห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว ก็มีใจเลื่อมใส ถวายบังคมแล้วได้ถวายเนยใสและน้ำมันจนเต็มบาตร. พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงกระทำอนุโมทนาแล้วเสด็จหลีกไป ด้วยความโสมนัสนั้นนั่นแล เขาดำรงชีวิตอยู่จนตลอดอายุขัย จุติจากอัตภาพนั้นแล้ว. 
         ด้วยบุญอันนั้นจึงได้ไปเกิดในเทวโลก ได้เสวยทิพยสุขแล้ว และได้บังเกิดในหมู่มนุษย์ ทุกๆ ภพที่เขาเกิดแล้วก็ได้เสวยแต่ความสุขเพียบพร้อมไปด้วยอาหารมีรสอร่อยเช่นเนยใส น้ำมัน น้ำผึ้งและน้ำอ้อยเป็นต้น. 
         ในพุทธุปบาทกาลนี้ เขาได้เกิดในตระกูลแห่งหนึ่งในกรุงสาวัตถี เจริญวัยแล้ว มีศรัทธาถึงพร้อมด้วยปัญญา ฟังพระธรรมเทศนาของพระศาสดาแล้ว มีใจเลื่อมใส บวชแล้วเป็นผู้สมบูรณ์ด้วยข้อวัตรปฏิบัติ ไม่นานนักก็ได้เป็นพระอรหันต์. 
         เมื่อระลึกถึงบุพกรรมของตนได้ เกิดความโสมนัสใจ เมื่อจะประกาศถึงเรื่องราวที่ตนเคยได้ประพฤติมาแล้วในกาลก่อน จึงกล่าวคำเริ่มต้นว่า ผุสฺโส นามาถ ภควา ดังนี้. 
         บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ผุสฺโส ความว่า ผุสสะ เป็นพระนามที่พระมารดาและพระบิดาทรงตั้งให้ เพราะพระองค์ประสูติโดยประกอบไปด้วยผุสสนักขัตฤกษ์. 
         อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่าผุสสะ เพราะพระองค์กระทบถูก เห็นชัดคือได้กระทำให้แจ่มแจ้งซึ่งพระนิพพาน. 
         อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่าผุสสะ เพราะพระองค์กระทบถูก เห็นชัดคือได้ทราบแล้วซึ่งพระบารมีธรรม ๓๐ ทัศ โพธิปักขิยธรรม ๓๗ ประการอย่างบริบูรณ์และพระปริยัติธรรมคือพระไตรปิฎกทั้งสิ้น. 
         ชื่อว่าภควา เพราะพระองค์เพียบพร้อมไปด้วยส่วนแห่งบุญ เช่นพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงประกอบด้วยความเป็นผู้มีโชค เป็นต้น. 
         บทว่า อาหุตีนํ ปฏิคฺคโห เพราะพระองค์สมควรเพื่อจะรับเครื่องบูชาและสักการะเหล่านั้น. 
         เชื่อมความว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าผุสสะ ผู้แกล้วกล้า ทรงยังมหาชนให้ดับ เสด็จดำเนินไปในถนนในครั้งนั้นแล. 
         คำที่เหลือมีเนื้อความปรากฏชัดแล้วทีเดียว.
จบอรรถกถาสัปปิทายกเถราปทาน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น