ว่าด้วยผลแห่งการบูชาสถานที่
[๑๖๖] ก็พระผู้มีพระภาคพระนามว่าอัตถทัสสี เชษฐบุรุษของโลก ผู้ประเสริฐกว่า
นระ เสด็จขึ้นสู่เวหาส เสด็จไปในอากาศ พระศาสดามหามุนี เหาะขึ้น ไปประทับอยู่ ณ ประเทศใด เรามีจิตเลื่อมใสได้บูชาประเทศนั้น ด้วยมือ ทั้งสองของตน ในกัลปที่ ๑๘๐๐ แต่กัลปนี้ เราได้เห็นพระมหามุนีใด ด้วยการเห็นนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชาประเทศ ใน กัลปที่ ๑๑๐๐ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิพระนามว่า โคสุชาต ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระเทสปูชกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
![]() |
จบ เทสปูชกเถราปทาน
อรรถกถา ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๗. สุปาริจริยวรรค ๔. เทสปูชกเถราปทาน (๑๖๔)
๑๖๔. อรรถกถาเทสปูชกเถราปทาน
อปทานของท่านพระเทสปูชกเถระมีคำเริ่มต้นว่า อตฺถทสฺสี ตุ ภควา ดังนี้.
แม้พระเถระรูปนี้ก็ได้เคยบำเพ็ญกุศลมาแล้วในพระชินวรพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ ทุกๆ ภพนั้นจะสั่งสมแต่บุญอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานเป็นประจำเสมอ.
ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าอัตถทัสสี ท่านได้เกิดในเรือนอันมีสกุล เจริญวัยแล้ว มีศรัทธาเลื่อมใส ได้เป็นพุทธมามกะ ธัมมมามกะ สังฆมามกะ.
ในคราวนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าอัตถทัสสี มีหมู่แห่งภิกษุสงฆ์แวดล้อมแล้วเสด็จไปทางอากาศ ดุจพระจันทร์และดุจพระอาทิตย์โคจรไปในอากาศฉะนั้น.
อุบาสกคนนั้นได้เอาของหอมและระเบียบดอกไม้เป็นต้น มาบูชาทางทิศาภาคที่พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จไปแล้ว ได้ยืนประคองอัญชลีนมัสการแล้ว.
ด้วยบุญอันนั้น เขาจึงได้ไปเกิดในเทวโลก ได้เสวยสวรรค์สมบัติแล้ว มาเกิดในมนุษยโลก ได้เสวยมนุษยสมบัติแล้ว.
ในพุทธุปบาทกาลนี้ เขาได้มาเกิดในตระกูลแห่งหนึ่ง เจริญวัยแล้วเป็นผู้สมบูรณ์ด้วยเครื่องอุปโภคและเครื่องบริโภค ได้ฟังพระธรรมเทศนาของพระศาสดาแล้ว มีใจเลื่อมใส ไม่ติดใจในเพศฆราวาส บวชแล้วเป็นพระที่สมบูรณ์ด้วยวัตร ไม่นานนักก็ได้เป็นพระอรหันต์ ระลึกถึงบุพกรรมของตนได้เกิดความโสมนัสใจ เมื่อจะประกาศถึงเรื่องราวที่ตนเคยได้ประพฤติมาแล้วในกาลก่อน จึงกล่าวคำเริ่มต้นว่า อตฺถทสฺสี ตุ ภควา ดังนี้.
ถ้อยคำนั้นมีเนื้อความตามที่ได้กล่าวไว้แล้วในหนหลังแล.
บทว่า อนิลญฺชเส ความว่า ชื่อว่าอนิลัญชสะ เพราะอัญชสะ ได้แก่ทางเป็นที่ไปแห่งอนิละคือลม เพราะคำว่าทางท่านกล่าวไว้โดยปริยายว่า มคฺโค ปนฺโถ ปโถ ปชฺโช อญฺชสํ วฏุมํ อายนํ (ศัพท์ทั้งหมดนี้แปลว่า ทาง, หนทาง, ถนน.) ดังนี้.
ความว่า ในทางแห่งลมนั้น คือในอากาศ.
คำที่เหลือมีเนื้อความง่ายทั้งนั้นแล.
จบอรรถกถาเทสปูชกเถราปทาน

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น