ว่าด้วยผลแห่งการถวายผ้าพิมพ์
[๑๑๓] ในกาลนั้น พระผู้มีพระภาคพระนามว่าวิปัสสีเชษฐบุรุษของโลก ผู้เป็นนระ
ผู้องอาจ กับภิกษุสงฆ์ ๖๘,๐๐๐ เสด็จเข้าไปสู่พันธุมวิหาร เราออกจาก นครแล้ว ได้ไปที่ทีปเจดีย์ ได้เห็นพระพุทธเจ้าผู้ปราศธุลี สมควรรับ เครื่องบูชาพวกยักข์ในสำนักของเรา มีประมาณ ๘๔,๐๐๐ บำรุงเราโดย เคารพ ดังหมู่เทวดาชาวไตรทศบำรุงพระอินทร์โดยเคารพ ฉะนั้น เวลานั้น เราถือผ้าทิพย์ออกจากที่อยู่ ไปถวายอภิวาทด้วยเศียรเกล้า และได้ถวาย ผ้าทิพย์นั้น แด่พระพุทธเจ้า โอ พระพุทธเจ้า โอ พระธรรม โอ ความถึงพร้อมแห่งพระศาสดาหนอ ด้วยอานุภาพแห่งพระพุทธเจ้า แผ่นดินนี้หวั่นไหว เราเห็นความอัศจรรย์อันไม่เคยมี ขนพองสยอง เกล้านั้นแล้ว จึงยังจิตให้เลื่อมใสในพระพุทธเจ้าผู้เป็นจอมสัตว์ ผู้คงที่ เรานั้นครั้นยังจิตให้เลื่อมใส และถวายผ้าทิพย์แด่พระศาสดาแล้ว พร้อม ทั้งอำมาตย์และบริวารชน ยอมนับถือพระพุทธเจ้าเป็นสรณะ ในกัลปที่ ๙๑
![]() |
แต่กัลปนี้ เราได้กระทำกรรมใดในกาลนั้น ด้วยกรรมนั้น เราไม่ รู้จักทุคตินี้เลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา ในกัลปที่ ๑๕
แต่กัลปนี้ ได้มี พระเจ้าจักรพรรดิ ๑๖ พระองค์ มีพระนามว่าวาหนะ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว
พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระมหาปริวารเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ มหาปริวารเถราปทาน.
อรรถกถา ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๒. มหาปริวารวรรค ๑. มหาปริวารเถราปทาน (๑๑๑)
มหาปริวารวรรคที่ ๑๒
๑๑๑. อรรถกถามหาปริวารกเถราปทาน๑-
๑- บาลีเป็น มหาปริวารเถราปทาน.
อปทานของท่านพระมหาปริวารกเถระมีคำเริ่มต้นว่า วิปสฺสี นาม ภควา ดังนี้.
แม้พระเถระรูปนี้ก็ได้เคยบำเพ็ญกุศลมาแล้วในพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ ทุกๆ ภพนั้นจะสร้างสมอุปนิสัยแห่งพระนิพพานเป็นประจำเสมอ.
ในเวลาที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าวิปัสสี บังเกิดขึ้น ท่านได้เกิดในกำเนิดยักษ์ มียักษ์จำนวนหลายแสนเป็นบริวาร เสวยทิพยสุขอยู่ ณ เกาะเล็กๆ แห่งหนึ่ง.
ก็แลที่เกาะนั้นมีวิหารอันประดับประดางดงามด้วยพระเจดีย์อยู่หลังหนึ่ง. พระผู้มีพระภาคเจ้าได้เสด็จไปที่วิหารนั้น.
ครั้งนั้นแล หัวหน้ายักษ์มองเห็นว่า พระผู้มีพระภาคเจ้านั้นเสด็จไปที่วิหารนั้น จึงถือผ้าทิพย์หลายผืน ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว บูชาด้วยผ้าทิพย์ทั้งหลาย ยักษ์พร้อมด้วยบริวารได้ถึงพระพุทธเจ้าเป็นสรณะแล้ว.
ด้วยบุญกรรมนั้น เขาพร้อมด้วยบริวารจุติจากที่นั้นแล้วได้ไปบังเกิดในเทวโลกบ้าง มนุษยโลกบ้าง เสวยความสุขอันมีในกามาวจร ๖ ชั้น.
ในกาลต่อมาคือในพุทธุปบาทกาลนี้ เขาเกิดในเรือนที่มีสกุล พอบรรลุนิติภาวะแล้วเลื่อมใสในพระศาสดาจึงบวช ไม่นานเท่าไรนักก็ได้เป็นพระอรหันต์.
ในกาลต่อมา ท่านได้ระลึกถึงบุพกรรมของตนเองแล้วบังเกิดความโสมนัส เมื่อจะประกาศถึงเรื่องราวตนเคยได้ประพฤติมาแล้วในกาลก่อน จึงกล่าวคำเริ่มต้นว่า วิปสฺสี นาม ภควา ดังนี้.
ในคำเริ่มต้นนั้น มีอรรถาธิบายว่า
ชื่อว่าวิปัสสี เพราะอรรถว่าย่อมเห็นพระปรมัตถธรรมอย่างพิเศษ คือพระนิพพาน.
อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่าวิปัสสี เพราะอรรถว่าย่อมเห็นโพธิปักขิยธรรม ๓๗ ประการมีสติปัฏฐานเป็นต้น ทุกอย่างได้ชัดเจน.
อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่าวิปัสสี เพราะอรรถว่าย่อมเห็นสัตว์ผู้ควรเพื่อการตรัสรู้มีประการต่างๆ มากมาย แยกเป็นพวกๆ,
พระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าวิปัสสีพระองค์นั้นได้เสด็จไปยังพระวิหาร อันเป็นสถานที่ที่ควรแก่การบูชาประจำเกาะ.
คำที่เหลือในที่ทุกแห่งมีเนื้อความง่ายเท่านั้น.
จบอรรถกถามหาปริวารกเถราปทาน

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น