หน้าเว็บ

20 กุมภาพันธ์ 2569

พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ มหาปริวารวรรคที่ ๑๒ สุมังคลเถราปทานที่ ๒ (๑๑๒)

ว่าด้วยผลแห่งการถวายดนตรีเครื่อง ๕
[๑๑๔] พระชินวรพระนามว่าอัตถทัสสี เชษฐบุรุษของโลก ประเสริฐกว่านระ
เสด็จออกจากพระวิหารแล้ว เสด็จเข้าไปใกล้สระน้ำ พระผู้มีพระภาค สัมพุทธเจ้าทรงสรงสนานและดื่มแล้ว ทรงห่มจีวรผืนเดียวเฉวียงพระอังศา ประทับยืนเหลียวดูทิศน้อยใหญ่อยู่ ณ ที่นั้น ในกาลนั้น เราเข้าไปในที่อยู่ ได้เห็นพระผู้มีพระภาคผู้นายกของโลก เรามีจิตร่าเริงโสมนัสได้ปรบมือ เราประกาศฟ้อน การขับร้องและดนตรีเครื่อง ๕ ถวายพระองค์ผู้โชติ ช่วงดังดวงอาทิตย์ ส่งแสงเรืองเหลืองดังทองคำ เราเข้าถึงกำเนิดใดๆ คือ ความเป็นเทวดา หรือมนุษย์ ในกำเนิดนั้นๆ ย่อมครอบงำสัตว์ ทั้งปวง ยศของเรามีไพบูลย์ ขอนอบน้อมแด่พระองค์ บุรุษอาชาไนย ขอนอบน้อมแด่พระองค์ อุดมบุรุษ พระองค์ผู้เป็นมุนีทรงยังพระองค์ให้ ยินดีแล้ว ทรงยังผู้อื่นให้ยินดีอีกเล่า เรากำหนดถือเอาแล้ว นั่งแล้ว ทำความร่าเริง มีวัตรอันดี บำรุงพระสัมพุทธเจ้าแล้ว เข้าถึงชั้นดุสิต ในกัลปที่ ๑๖๐๐
                แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิหลายพระองค์ มี พระนามเหมือนกันว่า ทวินวเอกจินติตะ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว
                พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระสุมังคลเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.

จบ สุมังคลเถราปทาน.

อรรถกถา ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๒. มหาปริวารวรรค. สุมังคลเถราปทาน (๑๑๒)
         ๑๑๒. อรรถกถาสุมังคลเถรปทาน
         อปทานของท่านพระสุมังคลเถระมีคำเริ่มต้นว่า อตฺถทสฺสี ชินวโร ดังนี้. 
         แม้พระเถระรูปนี้ก็ได้บำเพ็ญกุศลมาแล้วในพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ ทุกๆ ภพนั้นจะสร้างสมอุปนิสัยแห่งพระนิพพานเป็นประจำเสมอ. 
         ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าอัตถทัสสี ท่านได้เกิดเป็นรุกขเทวดาประจำอยู่ ณ ที่ใกล้สระแห่งหนึ่ง. 
         สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จออกจากพระวิหาร มีพระประสงค์จะสรงน้ำ จึงเสด็จไปยังฝั่งแห่งสระนั้น ทรงสรงน้ำที่สระนั้นแล้ว มีจีวรห่มชั้นเดียว ประทับยืนคล้ายพรหม งามรุ่งโรจน์คล้ายพระอาทิตย์ทอแสง และคล้ายรูปเปรียบที่ทำด้วยทองคำฉะนั้น. 
         ครั้งนั้น เทวบุตรนั้นเกิดความโสมนัสยกมือประนมกระทำความชื่นชมแล้ว และได้นำเพลงและดนตรีทิพย์ของตนมาทำการบรรเลงถวาย. ด้วยบุญกรรมนั้น เทพบุตรนั้นจึงได้เสวยสวรรค์สมบัติและมนุษย์สมบัติมากมาย. 
         ในกาลอื่นต่อมาคือในพุทธุปบาทกาลนี้ จึงได้บังเกิดในเรือนที่มีสกุล พอบรรลุนิติภาวะแล้ว เลื่อมใสในพระศาสดาจึงได้บวช ไม่นานเท่าไรนักก็ได้เป็นพระอรหันต์. 
         ภายหลัง ท่านได้ระลึกถึงบุพกรรมแล้วเกิดความโสมนัส เมื่อจะประกาศถึงเรื่องราวที่ตนเคยได้ประพฤติมาแล้วในกาลก่อน จึงกล่าวคำเริ่มต้นว่า อตฺถทสฺสี ชินวโร ดังนี้. 
         ในคำเริ่มต้นนั้นมีอรรถาธิบายว่า 
         ชื่อว่าอัตถทัสสี เพราะอรรถว่ามีปกติเล็งเห็นประโยชน์คืออริยสัจ ๔ ทีมีแก่สัตว์ทั้งปวง, 
         ชื่อว่าชินะ เพราะอรรถว่าได้ชนะแล้ว กำลังชนะและจักชนะกิเลสทั้งหลาย. 
         ชื่อว่าวระ เพราะอรรถว่าอันปวงสัตว์อยากได้ คือปรารถนาที่จะได้. 
         พระผู้มีพระภาคเจ้านั้นชื่อว่าอัตถทัสสี ด้วย ชื่อว่าชินะ ด้วย ชื่อว่าวระ ด้วย ดังนั้นจึงรวมเรียกว่า อัตถทัสสีชินวระ. 
         บทว่า โลกเชฏฺโฐ มีวิเคราะห์ว่า ชื่อว่าโลก เพราะอรรถว่าย่อมแตกสลาย คือเสื่อมไป. 
         อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่าโลก เพราะอรรถว่าผู้ที่จะบรรลุถึงฝั่ง พระพุทธเจ้าเป็นต้นย่อมเห็น คือปรากฏได้ชัด (แก่พระพุทธเจ้า). โลกทั้ง ๓ อย่าง รวมเรียกว่าโลก, ว่าด้วยอำนาจเอกเสสสมาส ควรจะเรียกว่า โลกา แต่ท่านเรียกว่า โลโก. 
         พระพุทธเจ้า ชื่อว่าโลกเชษฐ์ เพราะเป็นผู้ประเสริฐของชาวโลก. พระพุทธเจ้าพระองค์นั้นเป็นผู้ประเสริฐของชาวโลก คือเป็นผู้องอาจ. 
         คำที่เหลือในที่ทุกแห่งมีเนื้อความง่ายทั้งนั้น.
จบอรรถกถาสุมังคลเถราปทาน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น