หน้าเว็บ

05 มีนาคม 2569

พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ กุมุทวรรคที่ ๑๘ กุมุทมาลิยเถราปทานที่ ๑ (๑๗๑)

ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยดอกบัวโกมุท
[๑๗๓] ณ ที่ใกล้ภูเขาหิมวันต์ มีสระใหญ่อยู่แห่งหนึ่ง (ตามธรรมชาติ) เรา
เป็น ผีเสื้อน้ำที่ดุร้าย มีกำลังมาก อยู่ในสระใหญ่นั้น ดอกโกมุทอันบานโต ประมาณเท่าจักร เกิดอยู่ในสระใหญ่นั้น และในกาลนั้น เราเก็บดอก โกมุท (ที่มีเมล็ดไว้) อันเป็นที่ประชุมแห่งเมล็ดไว้ ก็พระผู้มีพระภาค พระนามว่าอัตถทัสสี ผู้จอมสัตว์ ประเสริฐกว่านระ ทรงเห็นดอกโกมุท อันหดหู่ (งอ) จึงเสด็จมาในสำนักของเรา เราได้เห็นพระสัมพุทธเจ้า ผู้ประเสริฐกว่าเทวดาและมนุษย์เสด็จเข้ามา จึงหยิบดอกโกมุททั้งหมดบูชา (ถวาย) แด่พระพุทธเจ้า ในกาลนั้น ดอกไม้ที่ภูเขาหิมวันต์มีอยู่เท่าใด พระตถาคตประกอบด้วยดอกไม้เท่านั้นเป็นหลังคาบังร่มเสด็จไป ในกัลปที่ ๑๘๐๐
                แต่กัลปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้ใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา ในกัลปที่ ๑๕
                แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิผู้เป็นจอมชน ทรงพระนามว่า สหัสสรถะ มีพล มาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว
                พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระกุมุทมาลิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.

จบ กุมุทมาลิยเถราปทาน.

อรรถกถา ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๘. กุมุทวรรค . กุมุทมาลิยเถราปทาน (๑๗๑)
กุมุทวรรคที่ ๑๘
         ๑๗๑. อรรถกถากุมุทมาลิยเถราปทาน
         อปทานของท่านพระกุมุทมาลิยเถระมีคำเริ่มต้นว่า ปพฺพเต หิมวนฺตมฺหิ ดังนี้. 
         พระเถระแม้นี้ก็ได้เคยบำเพ็ญกุศลมาแล้วในพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ ทุกๆ ภพนั้นจะสั่งสมแต่บุญอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานเป็นประจำเสมอ. 
         ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าอัตถทัสสี ท่านได้เกิดเป็นผีเสื้อน้ำอยู่ที่สระใหญ่ใกล้กับภูเขาหิมวันต์ พบเห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าอัตถทัสสี ซึ่งเสด็จไปในที่นั้นแล้ว มีใจเลื่อมใส เก็บดอกโกมุทไปบูชาพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว. 
         พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงกระทำอนุโมทนาแล้วเสด็จหลีกไป. 
         ด้วยบุญอันนั้น เขาจุติจากอัตภาพนั้นแล้วได้ไปเกิดยังเทวโลกเสวยสมบัติในกามาวจรสวรรค์ ๖ ชั้นแล้ว เกิดในมนุษย์ได้เสวยสมบัติมีจักรพรรดิสมบัติเป็นต้นแล้ว. 
         ในพุทธุปบาทกาลนี้ เขาได้เกิดในเรือนอันมีสกุล เจริญวัยแล้วเลื่อมใสในพระรัตนตรัย บวชแล้วพยายามอยู่ก็ได้บรรลุพระอรหัตอันเป็นที่สุดแห่งพรหมจรรย์ ระลึกถึงบุพกรรมของตนได้เกิดความโสมนัสใจ เมื่อจะประกาศถึงเรื่องราวที่ตนเคยได้ประพฤติมาแล้วในกาลก่อน จึงกล่าวคำเริ่มต้นว่า ปพฺพเต หิมวนฺตมฺหิ ดังนี้. 
         บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ตตฺถโช รกฺขโส อาสึ ความว่า เราได้เป็นผีเสื้อน้ำเกิดใกล้สระใหญ่นั้น คือได้เป็นยักษ์เคี้ยวกินเลือดและเนื้อคนอื่น ไร้ความกรุณา มีรูปร่างน่าเกลียด มีสภาพน่ากลัว มีกำลังมาก มีเรี่ยวแรงมาก กักขฬะ. 
         บทว่า กุมุทํ ปุปฺผิเต ตตฺถ ความว่า เมื่อไม่มีแสงพระอาทิตย์ส่องลงไปในสระใหญ่นั้น พอถึงเวลาเย็นดอกก็จะหุบ ไม่มีรัศมี ไม่มีสี มีแต่อาการเหี่ยวงอ คือดอกไม้อันได้นามว่ากุมุท ที่กำลังแย้มบานอยู่. 
         บทว่า จกฺกมตฺตานิ ชายเร ความว่า ดอกไม้เหล่านั้นเกิดมีประมาณเท่ากงจักรรถ. 
         คำที่เหลือมีเนื้อความพอจะรู้ได้โดยง่ายทีเดียวแล.
จบอรรถกถากุมุทมาลิยเถราปทาน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น