อากาสุกขิปิยเถราปทานที่ ๑ (๒๖๑)
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยดอกบัว [๒๖๓] เราได้เห็นพระพุทธเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะ มีพระฉวีวรรณดังทองคำ เสด็จดำเนินอยู่
ในระหว่างตลาด จึงถือเอาดอกบัวงาม ๒ ดอกเข้าไปเฝ้า พระองค์ผู้ประเสริฐกว่านระ เราวางดอกบัวดอกหนึ่งไว้แทบพระบาทของ พระพุทธเจ้า ผู้ประเสริฐสุด อีกดอกหนึ่งเราหยิบโยนขึ้นไปในอากาศ ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้ใด ด้วยการ บูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายดอกไม้ ในกัลปที่ ๓๒ แต่กัลปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิองค์หนึ่ง เป็นใหญ่ในแผ่น ดิน พระนามว่าอันตลิกขกร มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนา เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้ ทราบว่า ท่านพระอากาสุกขิปิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
![]() |
จบ อากาสุกขิปิยเถราปทาน.
๒๖๑. อรรถกถาอากาสุกขิปิยเถราปทาน
พึงทราบเรื่องราวในอปทานที่ ๑ วรรคที่ ๒๗ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า ชลชคฺเค ทุเว คยฺห ความว่า ข้าพเจ้าได้ถือเอาดอกบัวเป็นต้น ๒ ดอก ซึ่งเกิดในน้ำแล้วไปใกล้พระพุทธเจ้า วางบูชาที่แทบพระบาท ๑ ดอก.
อธิบายว่า อีกดอกหนึ่งก็โยนขึ้นไปในอากาศ.
จบอรรถกถาอากาสุกขิปิยเถราปทาน
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยการทาน้ำมัน [๒๖๔] เมื่อพระผู้มีพระภาคพระนามว่าสิทธัตถะ ผู้ประเสริฐกว่านระ นิพพาน แล้ว ในกาลนั้น เราเอาน้ำมันทาที่ไพรทีแห่งโพธิพฤกษ์ ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้ทาน้ำมันใด ในกาลนั้น ด้วยการทาน้ำมันนั้น เราไม่รู้จัก ทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการทาน้ำมัน ในกัลปที่ ๒๔ แต่กัลปนี้ ได้มี พระเจ้าจักรพรรดิจอมกษัตริย์พระนามว่าสุฉวี ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระเตลมักขิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้.
จบ เตลมักขิยเถราปทาน.
อัฑฒจันทิยเถราปทานที่ ๓ (๒๖๓)
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาโพธิ์พฤกษ์ [๒๖๕] เราได้ถวายอัฑฒจันท์ไว้ที่ไม้โพธิพฤกษ์อันอุดม แห่งพระผู้มีพระภาค พระนามว่าติสสะ ในกัลปที่ ๙๒ แต่กัลปนี้ เราได้บูชาไม้โพธิพฤกษ์ด้วย อัฑฒจันท์ใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชา โพธิพฤกษ์ ในกัลปที่ ๒๕ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิจอมกษัตริย์ พระนามว่าเทวละ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษ เหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้ง ชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระอัฑฒจันทิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ อัฑฒจันทิยเถราปทาน.
๒๖๒. อรรถกถาเตลมักขิยเถราปทาน
พึงทราบเรื่องราวในอปทานที่ ๓ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า โพธิยา ปาทปุตฺตเม ได้แก่ ไม้โพธิพฤกษ์อันอุดม.
บทว่า อฑฺฒจนฺทํ มยา ทินฺนํ ความว่า เราได้เอาดอกไม้เป็นจำนวนมากมายบูชา ด้วยวิธีการทำเป็นอัฑฒจันทร์ที่ไม้โพธิพฤกษ์นั้น.
บทว่า ธรณีรุหปาทเป ความว่า ที่ชื่อว่าธรณี เพราะรองรับไว้ซึ่งต้นไม้ ภูเขาและรัตนะเป็นต้นมากมาย. ธรณี คือ ปฐพี. ชื่อว่าธรณีรุหะ เพราะงอกขึ้นตั้งมั่นบนแผ่นดิน,
ชื่อว่าปาทปะ เพราะดูดน้ำทางราก คือโคนต้นแล้วจึงแผ่ส่งไปตามลำต้นและค่าคบเป็นต้น,
ธรณีรุหะศัพท์ กับปาทปะศัพท์รวมกันเป็นธรณีรุหปาทปะ.
อธิบายว่า เราได้เอาดอกไม้บูชาแล้วที่ต้นโพธิพฤกษ์นั้นแล. จบอรรถกถาอัฒฑจันทิยเถราปทาน
จบอรรถกถาเตลมักขิยเถราปทาน
ทีปทายกเถราปทานที่ ๔ (๒๖๔)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายประทีป [๒๖๖] ในกาลนั้น เราเป็นเทพบุตร ลงมาสู่แผ่นดิน มีใจเลื่อมใสได้ถวายประทีป ๕ ดวง ด้วยมือทั้งสองของตน ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้ถวายประทีป ใด ในกาลนั้น ด้วยการถวายประทีปนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผล แห่งการถวายประทีป ในกัลปที่ ๕๕ แต่กัลปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ พระองค์หนึ่ง เป็นใหญ่ในแผ่นดิน มีนามว่าสมันตจักขุ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำ ให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระทีปทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ทีปทายกเถราปทาน
วิฬาลิทายกเถราปทานที่ ๕ (๒๖๕)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายมันมือเสือ [๒๖๗] มีภูเขาชื่อโรมสะ อยู่ในที่ไม่ไกลต่อภูเขาหิมวันต์ พระสมณเจ้าผู้มีอินทรีย์ อันอบรมแล้ว อยู่ที่เชิงเขานั้น เราได้ถือเอามันมือเสือไปถวายแด่พระ สมณเจ้า พระสยัมภูมหาวีรเจ้าผู้ไม่แพ้อะไรๆ ตรัสอนุโมทนาว่า ท่านมีใจ ผ่องใส ถวายมันมือเสือแก่เรา ผลจะบังเกิดแก่ท่านในภพที่ท่านเกิด ใน กัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้ถวายมันมือเสือใด ด้วยทานนั้น เราไม่รู้จัก ทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายมันมือเสือ คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระ พุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระวิฬาลิทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ วิฬาลิทายกเถราปทาน.
๒๖๕. อรรถกถาวิฬาลิทายกเถราปทาน
พึงทราบเรื่องราวในอปทานที่ ๕ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า หิมวนฺตสฺสาวิทูเร ได้แก่ ใกล้หิมวันตบรรพต.
บทว่า โรมโส นาม ปพฺพโต ความว่า ได้มีภูเขาชื่อว่าโรมสะ เพราะดารดาษไปด้วยหญ้าแพรกเป็นต้นล้วนๆ ไม่มีต้นไม้ เถาวัลย์ปกคลุม.
บทว่า ตมฺหิ ปพฺพตปาทมฺหิ ได้แก่ ที่เชิงเขาลูกนั้น.
บทว่า สมโณ ภาวิตินฺทฺริโย ความว่า สมณะผู้มีบาปอันสงบระงับแล้ว ผู้เข้าไปสงบกิเลสได้แล้ว มีอินทรีย์อันเจริญแล้ว คือรักษาอินทรีย์มีจักขุนทรีย์เป็นต้นได้เป็นอย่างดี.
อีกอย่างหนึ่ง อธิบายว่า สมณะผู้เจริญอินทรีย์แล้ว คือเจริญอินทรีย์มีสัทธินทรีย์เป็นต้นได้เป็นอย่างดี.
อธิบายว่า เราได้ถือเอามันมือเสือถวายแด่พระสมณเจ้ารูปนั้นแล.
จบอรรถกถาวิฬาลิทายกเถราปทาน
อปทานที่ ๖, ๗, ๘, ๙, ๑๐ มีเนื้อความง่ายทั้งนั้นแล.
จบอรรถกถาปทุมุกเขปวรรคที่ ๒๗
มัจฉทายกเถราปทานที่ ๖ (๒๖๖)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายปลา [๒๖๘] ในกาลนั้น เราเป็นนกออก อยู่ที่ฝั่งแม่น้ำจันทภาคา เราได้คาบปลาตัวใหญ่ มาถวายแด่พระมุนีพระนามว่าสิทธัตถะ ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้ ถวายปลาใด ในกาลนั้น ด้วยทานนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการ ถวายปลา คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระมัจฉทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ มัจฉทายกเถราปทาน.
ชวหังสกเถราปทานที่ ๗ (๒๖๗)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายบังคม [๒๖๙] ในกาลนั้น เราเป็นพรานป่าอยู่ใกล้ฝั่งแม่น้ำจันทภาคา เราได้เห็นพระพุทธ เจ้า พระนามว่าสิทธัตถะ เสด็จไปในอากาศ เราประนมกรอัญชลีแลดู พระมหามุนีอยู่ ได้ยังจิตของตนให้เลื่อมใสแล้ว ถวายบังคมพระองค์ผู้ นำโลก ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้ถวายบังคมพระนราสภใด ด้วย การถวายบังคมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายบังคม คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำ ให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระชวหังสกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ชวหังสกเถราปทาน.
สลฬปุปผิกเถราปทานที่ ๘ (๒๖๘)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายดอกสน [๒๗๐] ในกาลนั้น เราเป็นกินนรอยู่ที่ใกล้ฝั่งแม่น้ำจันทภาคา เราได้เห็นพระ พุทธเจ้าพระนามว่าวิปัสสี ผู้รุ่งเรืองผ่องใสด้วยรัศมี เรามีจิตเลื่อมใส มีใจโสมนัส และมีปีติอย่างยิ่ง ถือเอาดอกสนมาโปรยลงบูชาแด่พระวิปัสสี พุทธเจ้า ในกัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้ใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา คุณวิเศษ เหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้ง ชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระสลฬปุปผิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ สลฬปุปผิยเถราปทาน.
อุปาคตหาสนิยเถราปทานที่ ๙ (๒๖๙)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายบังคม [๒๗๑] มีสระที่สร้างอย่างดีอยู่ที่ท่ามกลางภูเขาหิมวันต์ เราเป็นผีเสื้อน้ำมีศีรษะอยู่ เบื้องล่างน่ากลัว อยู่ในสระนั้น พระพุทธเจ้าพระนามว่าวิปัสสี ผู้อนุเคราะห์ ประกอบด้วยพระกรุณา ผู้นำของโลก พระองค์ประสงค์จะช่วยเหลือเรา จึงเสด็จมาในสำนักของเรา เราได้เห็นพระมหาวีรเจ้าผู้ประเสริฐกว่าเทวดา เลิศกว่านระ เสด็จเข้ามา จึงออกจากที่อยู่อาศัยแล้วได้ถวายบังคมแด่ พระศาสดา ในกัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราได้ถวายบังคมพระศาสดา ผู้เป็น อุดมบุรุษใด ด้วยการถวายบังคมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่ง การถวายบังคม คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระอุปาคตหาสนิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ อุปาคตหาสนิยเถราปทาน.
ตรณิยเถราปทานที่ ๑๐ (๒๗๐)
ว่าด้วยผลแห่งการข้ามส่ง [๒๗๒] พระศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า พระนามว่าวิปัสสี มีพระฉวีวรรณดังทองคำ ผู้นำโลก แวดล้อมด้วยพระภิกษุสงฆ์ ประทับยืนอยู่ที่ฝั่งแม่น้ำ เรือ สำหรับจะข้ามในห้วงมหรรณพนั้นไม่มี เราจึงออกจากแม่น้ำ ข้ามส่ง พระศาสดาผู้เป็นนายกของโลก ในกัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราข้ามส่งพระ ศาสดาผู้สูงสุดกว่านระใด ด้วยการข้ามส่งนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็น ผลแห่งการข้ามส่ง คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระตรณิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ตรณิยเถราปทาน
รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. อากาสุกขิปิยเถราปทาน ๒. เตลมักขิยเถราปทาน
๓. อัฑฒจันทิยเถราปทาน ๔. ทีปทายกเถราปทาน
๕. วิฬาลิทายกเถราปทาน ๖. มัจฉทายกเถราปทาน
๗. ชวหังสกเถราปทาน ๘. สลฬปุปผิยเถราปทาน
๙. อุปาคตหาสนิยเถราปทาน ๑๐. ตรณิยเถราปทาน
และในวรรคนี้นับคาถาได้ ๔๑ คาถา.
จบ ปทุมุกเขปวรรคที่ ๒๗.

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น