หน้าเว็บ

13 มีนาคม 2569

พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ ปรรณทายกวรรคที่ ๒๙

ปรรณทายกเถราปทานที่ ๑ (๒๘๑)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายผัก [๒๘๓] เรานั่งอยู่ในบรรณศาลา บริโภคโภชนะ คือ ผัก พระมหาฤาษี
พระนาม ว่าสิทธัตถะ ผู้ส่องโลกให้สว่าง ทรงเยียวยาโลกทั้งปวง เสด็จมาหาเราผู้ เข้าไปอยู่ในบรรณศาลา เราได้ถวายผักแก่พระองค์ ซึ่งประทับนั่งบนเครื่อง ลาดใบไม้ ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้ถวายผักใด ในกาลนั้น ด้วย ทานนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายผัก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระปรรณทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ปรรณทายกเถราปทาน.
         ๒๘๑. อรรถกถาปัณณทายกเถราปทาน
         พึงทราบเรื่องราวในอปทานที่ ๑ แห่งวรรคที่ ๒๙ ดังต่อไปนี้ :- 
         บทว่า ปณฺณโภชนโภชโน ความว่า เรานั่งอยู่ในบรรณศาลาเพื่อบริโภคโภชนะมีน้ำนมและผักเป็นต้น. 
         บทว่า อุปวิฏฐญฺจ มํ สนฺตํ ความว่า เราผู้เข้าไปอยู่ในบรรณศาลา. 
         บทว่า อุปาคจฺฉิ มหาอิสิ ความว่า ที่ชื่อว่า มหาอิสิ เพราะแสวงหากองแห่งคุณอันยิ่งใหญ่มีศีลเป็นต้น. 
         อธิบายว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะ ผู้ส่องโลกให้สว่างไสว เป็นประทีปของชาวโลก ได้เสด็จมาคือเสด็จมาใกล้เรา. 
         บทว่า นิสินฺนสฺส ปณฺณสนฺถเร เชื่อมความว่า เราได้เข้าไปถวายผักซึ่งนึ่งแล้วเพื่อเคี้ยวกิน แด่พระองค์ผู้ประทับนั่งบนเครื่องลาดใบไม้แล้ว.
จบอรรถกถาปัณณทายกเถราปทาน
ผลทายกเถราปทานที่ ๒ (๒๘๒)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายผลไม้ [๒๘๔] พระผู้มีพระภาคพระนามว่าสิทธัตถะ ทรงสันโดษเสมอด้วยเขาสิเนรุ ทรง ไว้เช่นกับธรณี เสด็จออกจากสมาธิแล้ว เข้ามาหาเราเพื่อภิกษา เรามีใจ ผ่องใส ได้ถวายผลสมอ มะขามป้อม มะม่วง ชมพู่ สมอพิเภก กระเบา กระบาก มะตูม และผลมะปรางทั้งหมด แด่พระผู้มีพระภาค พระนาม ว่าสิทธัตถะ ผู้แสวงหาคุณอันใหญ่หลวง ทรงอนุเคราะห์โลกทั้งปวง ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้ถวายผลไม้ใด ในกาลนั้น ด้วยทานนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายผลไม้ ในกัลปที่ ๕๗ แต่กัลป นี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิจอมกษัตริย์พระนามว่าเอกัชฌะ ทรงสมบูรณ์ด้วย แก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จ แล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระผลทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ผลทายกเถราปทาน
๒๘๒. อรรถกถาผลทายกเถราปทาน
         พึงทราบเรื่องราวในอปทานที่ ๒ ดังต่อไปนี้ :- 
         เชื่อมความว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะ ทรงสันโดษเสมอด้วยภูเขาสิเนรุ ทรงมั่งคงเช่นกับธรณี. 
         บทว่า วุฏฺฐหิตฺวา สมาธิมฺหา ความว่า เสด็จออกจากนิโรธสมาบัติแล้ว คือเสด็จอยู่เป็นแผนกหนึ่ง. 
         บทว่า ภิกฺขาย มมุปฏฺฐิโต ความว่า ใกล้เวลาภิกขาจารทรงพระดำริว่า วันนี้ใครคนใดคนหนึ่งได้ถวายทานเล็กๆ น้อยๆ แก่เรา ผลเป็นอันมากจะพึงมีแก่เขาผู้นั้น ดังนี้แล้วจึงเสด็จเข้ามาหาเราผู้นั่งอยู่ คือเข้ามาใกล้เรา. 
         บทว่า หรีตกํ ฯเปฯ ผารุสผลานิ จ ความว่า เรามีใจเลื่อมใส ได้ถวายผลไม้นั้นทั้งหมด แด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะ ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ ผู้ทรงอนุเคราะห์ชาวโลกทั้งปวงพระองค์นั้น ด้วยประการฉะนี้แล.
จบอรรถกถาปัณณทายกเถราปทาน
ปัจจุคคมนิยเถราปทานที่ ๓ (๒๘๓)
ว่าด้วยผลแห่งการต้อนรับ [๒๘๕] เรามีใจผ่องใส ได้ทำการต้อนรับพระผู้มีพระภาค พระนามว่าสิทธัตถะ ผู้ประเสริฐกว่านระ ส่องโลกให้สว่างไสว ทรงเยียวยาโลกทั้งปวง เสด็จ เที่ยวอยู่ในป่าดังราชสีห์ องอาจดังม้าอาชาไนย สวยงามดังต้นรกฟ้า ซึ่ง กำลังเสด็จมา ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้ต้อนรับพระผู้มีพระภาค ผู้ประเสริฐกว่านระ ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่ง การต้อนรับ ในกัลปที่ ๒๗ แต่กัลปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ พระองค์หนึ่ง เป็นจอมแห่งชน มีนามว่าปริวาระ มีพลมาก คุณวิเศษ เหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้ง ชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้ ทราบว่า ท่านพระปัจจุคคมนิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ปัจจุคคมนิยเถราปทาน
๒๘๓. อรรถกถาปัจจุคคมนิยเถราปทาน
         พึงทราบเรื่องราวในอปทานที่ ๓ ดังต่อไปนี้ :- 
         บทว่า สีหํ ยถา วนจรํ เชื่อมความว่า ซึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะ ผู้เสด็จเที่ยวไปอยู่ ดุจราชสีห์เที่ยวไปในป่าฉะนั้น. 
         บทว่า นิสภาชานิยํ ยถา ความว่า โคที่ประเสริฐที่สุดมี ๔ คือ วสภะ นิสภะ วิสภะ อาสภะ. 
         บรรดาโคที่ประเสริฐที่สุดทั้ง ๔ เหล่านั้น ที่ชื่อว่าวสภะ คือประเสริฐที่สุดของโคร้อยตัว. ที่ชื่อว่านิสภะ คือประเสริฐที่สุดของโคพันตัว. ที่ชื่อว่าวิสภะ คือ ประเสริฐที่สุดของโคแสนตัว. ที่ชื่อว่าอาสภะ ท่านเรียกว่านิสภะ ได้แก่ม้าอาชาไนยซึ่งคล้ายกับโคอุสภราชที่ไม่กลัว ไม่หวั่นไหวฉะนั้น. 
         บทว่า กกุธํ วิลสนฺตํ ว ความว่า เรามีใจเลื่อมใสเพราะสัมปยุตด้วยศรัทธา พอได้พบเห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะ ผู้องอาจผู้สูงสุดกว่านรชนทั้งหลาย งดงามปานประหนึ่งต้นรกฟ้าที่สมบูรณ์ด้วยดอกและใบอ่อนฉะนั้น กำลังเสด็จมาจึงได้กระทำการต้อนรับ.
จบอรรถกถาปัจจุคคมนิยเถราปทาน
เอกปุปผิยเถราปทานที่ ๔ (๒๘๔)
 ว่าด้วยผลแห่งการถวายดอกไม้ [๒๘๖] ในกาลนั้น เราเป็นปีศาจอยู่ที่ประตูเมืองด้านทิศทักษิณ เราได้เห็นพระ- พุทธเจ้าผู้ปราศจากธุลี มีรัศมีสุกใสดังพระจันทร์ เราได้ถวายดอกไม้ดอก หนึ่ง แด่พระพุทธเจ้าพระนามว่าวิปัสสี ผู้เลิศกว่านระ ทรงแสวงหา ประโยชน์ให้แก่โลกทั้งปวง เป็นจอมสัตว์ ผู้คงที่ ในกัลปที่ ๑๑ แต่ กัลปนี้ เราได้ถวายดอกไม้ใด ในกาลนั้น ด้วยทานนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระเอกปุปผิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
 จบ เอกปุปผิยเถราปทาน.
 มฆวปุปผิยเถราปทานที่ ๕ (๒๘๕)
 ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยดอกดีหมี [๒๘๗] พระสยัมภูผู้ไม่แพ้อะไรๆ ท่านมีอินทรีย์ผ่องใสไม่ขุ่นมัว เข้าสมาธิอยู่ใน ที่ใกล้ฝั่งแม่น้ำนัมมทานที ในกาลนั้น เราได้เห็นพระสัมพุทธเจ้าผู้ไม่แพ้ อะไรๆ แล้ว เกิดเลื่อมใสโสมนัส ได้บูชาองค์พระสยัมภูด้วยดอกดีหมี ในกัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้ใด ด้วยการ บูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระมฆวปุปผิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
 จบ มฆวปุปผิยเถราปทาน.
 อุปัฏฐายิกเถราปทานที่ ๖ (๒๘๖)
 ว่าด้วยการบูชาด้วยการถวายคนอุปัฏฐาก [๒๘๘] เราได้เห็นพระพุทธเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะ ผู้ควรรับเครื่องบูชา เป็นจอม สัตว์ เป็นมหานาคเชษฐบุรุษของโลก ประเสริฐกว่านระ เสด็จดำเนินอยู่ที่ ถนน เราได้ถวายคนอุปัฏฐากแก่พระองค์ ผู้ทรงแสวงหาประโยชน์เกื้อกูล แก่โลกทั้งปวง ทรงแสวงหาคุณอันใหญ่หลวง ซึ่งเราให้คนไปทูลเชิญเสด็จ มา พระมหามุนีสัมพุทธเจ้าทรงรับแล้วมอบ (คืน) ให้เสด็จลุกขึ้นจาก อาสนะนั้นแล้ว เสด็จกลับมุ่งตรงไปทางทิศปัศจิม ในกัลปที่ ๙๔
                แต่ กัลปนี้ เราได้ถวายคนอุปัฏฐากในกาลนั้น ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จัก ทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายคนอุปัฏฐาก ในกัลปที่ ๕๗
                แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิพระนามว่าพลเสน สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว
                พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระอุปัฏฐายิกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
 จบ อุปัฏฐายิกเถราปทาน.
 อปทานิยเถราปทานที่ ๗ (๒๘๗)
 ว่าด้วยผลแห่งการสรรเสริญ [๒๘๙] เรามีใจเลื่อมใส ได้สรรเสริญปุพจรรยาของพระสุคตเจ้าทั้งหลาย ผู้แสวง หาคุณอันใหญ่หลวง และได้ถวายบังคมพระบาทด้วยเศียรเกล้า และด้วย มือทั้งสองของตน ในกัลปที่ ๙๒ แต่กัลปนี้ เราได้สรรเสริญปุพจรรยาของ พระสุคตด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการสรรเสริญ คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เรา ทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระอปทานิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
 จบ อปทานิยเถราปทาน.
 สัตตาหปัพพชิตเถราปทานที่ ๘ (๒๘๘)
 ว่าด้วยผลแห่งการบวช [๒๙๐] พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาค พระนามว่าวิปัสสี อันมหาชน สักการะนับถือ ในกาลก่อนเราถึงความวิบัติ แตกจากญาติ ด้วยความใคร่ ในสัตถุศาสนา เราจึงเข้าบวชในศาสนาเพื่อระงับความวิบัติ ยินดีอยู่ใน การบวช ๗ วัน ในกัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราได้บวชในกาลนั้น ด้วยการ บวชนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการบวช ในกัลปที่ ๖๗ แต่ กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ ๗ พระองค์ ปรากฏพระนามว่า สุเนกขัมมะ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว
                พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระสัตตาหปัพพชิตเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
 จบ สัตตาหปัพพชิตเถราปทาน.
 พุทธุปัฏฐายิกเถราปทานที่ ๙ (๒๘๙)
 ว่าด้วยผลแห่งการบำรุง [๒๙๑] ในกาลนั้น ชื่อของเราว่าเวธัมภินี (และ) เป็นชื่อบิดาของเรา (ด้วย) บิดาจับมือของเราพาไปมอบถวาย พระมหามุนีพระพุทธเจ้าทั้งหลายผู้เป็น อัครนายกของโลกเหล่านี้ ทรงมุ่งหมายเอาเรา เรามีจิตเลื่อมใส ได้บำรุง พระพุทธเจ้าเหล่านั้นโดยเคารพด้วยมือของตน ในกัลปที่ ๓๑ แต่กัลปนี้ เราได้บำรุงพระพุทธเจ้าทั้งหลายในกาลนั้น ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติ เลย นี้เป็นผลแห่งการบำรุง ในกัลปที่ ๒๓ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้า จักรพรรดิ จอมกษัตริย์ ๔ พระองค์ ทรงพระนามว่าสมณุปัฏฐาก มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำ ให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระพุทธปัฏฐายิกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
 จบ พุทธุปัฏฐายิกเถราปทาน.
 ปุพพังคมนิยเถราปทานที่ ๑๐ (๒๙๐)
 ว่าด้วยผลแห่งการสำรวม [๒๙๒] พวกเรา ๘๔,๐๐๐ คน ไม่มีความกังวลจึงออกบวช เพื่อบรรลุประโยชน์ อันสูงสุด เราเป็นหัวหน้าของพวกเหล่านั้น ศิษย์เหล่านั้นยังมีราคะและ โมหะ แต่จิตผ่องใสไม่ขุ่นมัว มีจิตเลื่อมใสบำรุงเราโดยเคารพด้วยมือทั้ง สองของตนๆ พระสยัมภูผู้ขีณาสพทั้งหลายคายโทสะแล้ว ทำกิจที่ควร ทำเสร็จแล้ว ไม่มีอาสวะ ไม่แพ้อะไรๆ แผ่เมตตาจิตไป พวกเรา บำรุงพระสัมพุทธเจ้าเหล่านั้น เป็นผู้มีสติทำกาลกิริยาแล้ว ได้ไปสู่ความ เป็นเทวดาในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้รักษาศีลใด ด้วยการรักษาศีล นั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการสำรวม คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว
                พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระปุพพังคมนิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
  จบ ปุพพังคมนิยเถราปทาน.
รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ 
                                 ๑. ปรรณทายกเถราปทาน 
                                 ๒. ผลทายกเถราปทาน 
                                 ๓. ปัจจุคคมนิยเถราปทาน 
                                 ๔. เอกปุปผิยเถราปทาน 
                                 ๕. มฆวปุปผิยเถราปทาน 
                                 ๖. อุปัฏฐายิกเถราปทาน 
                                 ๗. อปทานิยเถราปทาน 
                                 ๘. สัตตาหปัพพชิตเถราปทาน 
                                 ๙. พุทธุปัฏฐายิกเถราปทาน 
                                 ๑๐. ปุพพังคมนิยเถราปทาน 
         และท่านได้กล่าวคาถาไว้ ๓๘ คาถา.
จบปรรณทายกวรรที่ ๒๙

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น