Translate

01 กุมภาพันธ์ 2569

พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ อุปาลีวรรคที่ ๕ จังกมทายกเถราปทานที่ ๘ (๔๘)

ว่าด้วยผลแห่งการถวายที่จงกรม
 [๕๐] เราได้ให้ทำสถานที่จงกรมก่อด้วยอิฐ ถวายแด่พระมุนีพระนามว่าอัตถทัสสี
ผู้เป็นเชษฐบุรุษของโลก ผู้คงที่ สถานที่จงกรมสร้างสำเร็จดีแล้ว โดยสูง ๕ ศอก โดยยาว ๑๐๐ ศอก ควรเป็นที่เจริญภาวนา น่ารื่นรมย์ใจ พระผู้มีพระภาคพระนามว่าอัตถทัสสีผู้เป็นนระอุดมทรงรับแล้ว ทรง กำทรายด้วย (ฝ่า) พระหัตถ์แล้ว ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า
                ด้วยการ ถวายทรายนี้ และด้วยการถวายที่จงกรมอันทำเสร็จดีแล้ว ผู้นั้นจักได้ เสวยทรายอันประกอบด้วยแก้ว ๗ ประการ จักเสวยเทวรัชสมบัติใน เทวดาทั้งหลายตลอด ๓ กัลป อันนางอัปสรแวดล้อมแล้วเสวยสมบัติ เขามาสู่มนุษย์โลกแล้ว จักได้เป็นพระราชาในแว่นแคว้น และจักได้เป็น พระเจ้าจักรพรรดิในแผ่นดิน ๓ ครั้ง
                ในกัลปที่ ๑๘๐๐ เราได้ทำกรรมใด ในเวลานั้น ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายที่ จงกรม คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. 
               ทราบว่า ท่านพระจังกมทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.

จบ จังกมทายกเถราปทาน.

อรรถกถา ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๕. อุปาลีวรรค. จังกมทายกเถราปทาน (๔๘)
         ๔๘. อรรถกถาจังกมนทายกเถราปทาน
         อปทานของท่านพระจังกมนทายกเถระมีคำเริ่มต้นว่า สิทฺธตฺถสฺส มุนิโน ดังนี้. 
         พระเถระแม้นี้ได้บำเพ็ญบุญญาธิการไว้ในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ สั่งสมบุญทั้งหลายอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานในภพนั้นๆ ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าอัตถทัสสี บังเกิดในเรือนมีตระกูลแห่งหนึ่ง บรรลุนิติภาวะแล้ว เลื่อมใสในพระศาสดา ได้สร้างที่จงกรมอันงดงามเสมือนกับกองแห่งเงิน ฉาบด้วยปูนขาวอันเป็นที่สูง แล้วลาดทรายขาวเช่นกับสร้อยไข่มุก ได้ถวายพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว. 
         พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงรับแล้ว ก็แลครั้นทรงรับที่จงกรมแล้ว ทรงเข้าสมาธิอันสำเร็จทางกายและจิตอันเป็นสุข แล้วทรงพยากรณ์ว่า ในอนาคต ผู้นี้จักได้เป็นสาวกในพระศาสนาของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าโคตมะ. 
         ด้วยบุญกรรมนั้น ท่านท่องเที่ยวไปในเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เสวยสมบัติทั้งสอง. 
         ในพุทธุปบาทกาลนี้ บังเกิดในเรือนมีตระกูลแห่งหนึ่ง เจริญวัยแล้ว เพียบพร้อมด้วยศรัทธา บวชในศาสนา ไม่นานนักก็บรรลุพระอรหัต. 
         ท่านได้ปรากฏโดยนามแห่งบุญที่ท่านบำเพ็ญมาว่า จังกมนทานยกเถระ ดังนี้. 
         วันหนึ่ง ท่านระลึกถึงบุญกรรมที่ตนเคยบำเพ็ญในกาลก่อน เกิดโสมนัส เมื่อจะประกาศปุพพจริตาปทาน จึงกล่าวคำมีอาทิว่า อตฺถทสฺสิสฺส มุนิโน ดังนี้. 
         บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อตฺถทสฺสิสฺส ความว่า ชื่อว่าอัตถทัสสี เพราะเห็นประโยชน์ คือความเจริญงดงาม ได้แก่พระนิพพาน, 
         อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่าอัตถทัสสี เพราะมีปกติรู้เห็นประโยชน์คือพระนิพพาน. 
         เชื่อมความว่า ข้าพเจ้าได้สร้างที่จงกรมอันน่ารื่นรมย์ใจ เป็นที่หลักเร้น เป็นที่เจริญภาวนาพึงกระทำไว้ในใจ ถวายแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้มีปกติเห็นประโยชน์นั้น ผู้เป็นมุนีคือผู้ประกอบด้วยญาณคือโมนะเครื่องเป็นผู้นิ่ง. 
         คำที่เหลือมีอรรถรู้ได้ง่ายทั้งนั้น ตามกระแสแห่งนัยที่กล่าวแล้วนั่นแล.
จบอรรถกถาจังกมนทายกเถราปทาน

ไม่มีความคิดเห็น: