Translate

01 กุมภาพันธ์ 2569

พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ อุปาลีวรรคที่ ๕ ภัททิยกาฬิโคธายปุตตเถราปทานที่ ๓ (๔๓)

ว่าด้วยผลแห่งการถวายอาสนะทอง
 [๔๕] หมู่ชนทั้งปวงเข้าไปเฝ้าพระสัมพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตระ
วีดีโอ
ทรงมีจิตเมตตา เป็นมหามุนีอัครนายกของโลกทั้งปวง ชนทั้งปวงย่อมถวายอามิส คือ สัตตุก้อน สัตตุผง น้ำและข้าวแก่พระศาสดา และในสงฆ์ผู้เป็นนาบุญ ไม่มีนาบุญอื่นยิ่งกว่า แม้เราก็จักนิมนต์พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุดและสงฆ์ ผู้ยอดเยี่ยมแล้ว จักถวายทาน แก่พระผู้มีพระภาคผู้ประเสริฐกว่าเทวดา ผู้คงที่ คนเหล่านี้เราส่งไปให้นิมนต์พระตถาคต และภิกษุสงฆ์ทั้งสิ้น ผู้เป็นนาบุญ ไม่มีนาบุญอื่นยิ่งกว่า บัลลังก์ทอง ๑ แสน ลาดด้วย เครื่องลาดวิเศษมีขนยาว ด้วยเครื่องลาดยัดนุ่น เครื่องลาดมีรูปดอกไม้ ผ้าเปลือกไม้และผ้าฝ้าย เราได้ให้จัดตั้งอาสนะอันควรค่ามาก สมควรแด่ พระพุทธเจ้า
 พระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตระผู้ทรงรู้แจ้งโลก ประเสริฐ กว่าเทวดา ผู้องอาจกว่านระ แวดล้อมด้วยภิกษุสงฆ์ เสด็จเข้ามาสู่ประตู บ้านเรา เรามีจิตเลื่อมใส มีใจโสมนัส ต้อนรับพระสัมพุทธเจ้าผู้เป็นนาถะ ของโลก ทรงมียศ แล้วนำเสด็จมาสู่เรือนของตน เรามีจิตเลื่อมใส มีใจโสมนัส อังคาสภิกษุ ๖ แสน และพระพุทธเจ้าผู้นายกของโลก ให้อิ่มหนำด้วยข้าวชั้นพิเศษ พระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตระ ผู้ทรงรู้แจ้ง โลก ทรงรับเครื่องบูชาแล้ว ประทับนั่งในท่ามกลางภิกษุสงฆ์ ได้ตรัส พระคาถาเหล่านี้ว่า ผู้ใดถวายอาสนะทองอันลาดด้วยเครื่องลาดวิเศษมีขน ยาวนี้ เราจักพยากรณ์ผู้นั้น
 ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าว ผู้นั้นจักได้เป็น ท้าวเทวราช อันนางอัปสรแวดล้อม เสวยสมบัติอยู่ ๗๔ ครั้ง จักได้เป็น พระเจ้าประเทศราช ครอบครองพสุธา ๑๐๐๐ ครั้ง จักได้เป็นพระเจ้า จักรพรรดิ ๕๑ ครั้ง จักเป็นผู้มีสกุลสูงในกำเนิดและภพทั้งปวง ภายหลัง ผู้นั้นอันกุศลมูลตักเตือนแล้วจักบวช จักได้เป็นพระสาวกของพระศาสดา มีนามชื่อว่า ภัททิยะ เราเป็นผู้ขวนขวายภายในวิเวก มีปกติอยู่ใน เสนาสนะอันสงัด ผลทั้งปวงเราบรรลุแล้ว วันนี้ เราเป็นผู้ไม่มีความ เศร้าหมองจิต พระสัพพัญญูผู้นายกของโลก ทรงทราบคุณทั้งปวงของเรา แล้ว ประทับนั่งในท่ามกลางภิกษุสงฆ์ ทรงตั้งเราไว้ในเอตทัคคสถาน คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำ ให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
                 ทราบว่า ท่านพระภัททิยกาฬิโคธายปุตตเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการ ฉะนี้แล. 

จบ ภัททิยกาฬิโคธายปุตตเถราปทาน

อรรถกถา ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๕. อุปาลีวรรค. ภัททิยกาฬิโคธายปุตตเถราปทาน (๔๓)
         ๔๓. อรรถกถากาฬิโคธาปุตตภัททิยเถราปทาน
         อปทานของท่านพระกาฬิโคธาปุตตภัททิยเถระมีคำเริ่มต้นว่า ปทุมุตฺตรสมฺพุทฺธํ ดังนี้. 
         พระเถระแม้นี้ได้บำเพ็ญบุญญาธิการไว้ในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ สั่งสมบุญทั้งหลายอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานในภพนั้นๆ ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ บังเกิดในตระกูลแห่งหนึ่งอันสมบูรณ์ด้วยสมบัติ เจริญวัยแล้ว เจริญด้วยบุตรและภรรยา เห็นชาวพระนครพากันทำบุญ แม้ตนเองก็ประสงค์จะทำบุญ จึงนิมนต์ภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประธาน ให้ปูที่นอนอันควรแก่ค่ามาก มีเครื่องปูลาดมีลายดอกไม้ติดกันมากเป็นต้นเป็นอเนก เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับนั่งในที่นั้นพร้อมด้วยสงฆ์แล้ว จึงให้เสวยพระกระยาหารอันประณีต แล้วได้ถวายมหาทาน. 
         ท่านบำเพ็ญบุญทั้งหลายจนตลอดอายุด้วยอาการอย่างนี้ เสวยสมบัติทั้งสองในเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ครั้นต่อมาในพุทธุปบาทกาลนี้ บังเกิดเป็นบุตรแห่งพระนางกาฬิโคธาเทวี. 
         ท่านบรรลุนิติภาวะแล้ว ได้ปรากฏนามว่าภัททิยะ กาฬิโคธาบุตร เพราะเจริญด้วยรูปสมบัติ คือมือและเท้ายาวและใหญ่ และเพราะเป็นบุตรแห่งพระนางกาฬิโคธาเทวี. 
         ท่านเลื่อมใสในพระศาสดา ทำให้มารดาบิดาโปรดปราน แล้วบวชไม่นานนักก็ได้เป็นพระอรหันต์. 
         ท่านเป็นพระอรหันต์แล้ว ระลึกถึงบุพกรรมของตน เกิดโสมนัส เมื่อจะประกาศปุพพจริตาปทาน จึงกล่าวคำมีอาทิว่า ปทุมุตฺตรสมฺพุทฺธํ ดังนี้. 
         คำนั้นมีอรรถดังท่านกล่าวในหนหลังแล. 
         บทว่า เมตฺตจิตฺตํ ความว่า ชื่อว่าเมตตา เพราะรักใคร่ เยื่อใย ยินดีในสัตว์ทุกจำพวก. จิตประกอบด้วยเมตตานั้น ชื่อว่าเมตตาจิต. จิตประกอบด้วยเมตตานั้นของพระผู้มีพระภาคเจ้านั้นมีอยู่ เหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้านั้น ชื่อว่าผู้มีจิตประกอบด้วยเมตตา. ซึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้านั้นผู้มีจิตประกอบด้วยเมตตา. 
         บทว่า มหามุนึ ได้แก่ ภิกษุทั้งสิ้น. ชื่อว่า มหามุนิ เพราะเป็นผู้ใหญ่. เชื่อมความว่า ซึ่งพระสัมพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระนั้น. 
         บทว่า ชนตา สพฺพา ความว่า หมู่ชนทั้งหมด. อธิบายว่า ชาวพระนครทั้งสิ้น. 
         บทว่า สพฺพโลกคฺคนายกํ เชื่อมความว่า ประชุมชนย่อมเข้าถึง คือเข้าไปใกล้พระสัมพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้เลิศประเสริฐกว่าสัตว์ทั้งสิ้น. ชื่อว่าผู้นำ เพราะนำไปให้ถึงพระนิพพาน. 
         บทว่า สตฺตุกญฺจ พทฺธกญฺจ ความว่า ได้อามิส กล่าวคือสัตตุก้อนและสัตตุผง. 
         ก็อีกอย่าง เชื่อมความว่า ชนทั้งหลายย่อมถือเอาอามิสคือปานะและโภชนะ อันเป็นยาวกาลิก มีภัต ขนม ของเคี้ยว ของบริโภคและยาคูเป็นต้นแล้ว ถวายแด่พระสาวกผู้เป็นบุญเขตอันยอดเยี่ยม. 
         บทว่า อาสนํ พุทฺธยุตฺตกํ ความว่า ซึ่งอาสนะอันสำเร็จด้วยรัตนะ ๗ อันควรแก่พระพุทธเจ้า คืออันเหมาะสมแก่พระพุทธเจ้า. 
         คำที่เหลือมีอรรถรู้ได้ง่ายทั้งนั้นแล.
จบอรรถกถากาฬิโคธาปุตตภัททิยเถราปทาน

ไม่มีความคิดเห็น: