Translate

01 กุมภาพันธ์ 2569

พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ อุปาลีวรรคที่ ๕ จุนทเถราปทานที่ ๑๐ (๕๐)

ว่าด้วยผลแห่งการถวายดอกไม้
 [๕๒] เราได้ให้ทำดอกไม้อันเป็นวัตถุควรบูชา เพื่อถวายแด่พระผู้มีพระภาค พระนามว่า
วีดีโอ
สิทธัตถะเชษฐบุรุษของโลกผู้คงที่ แล้วปกปิดด้วยดอกมะลิ เรา ให้ทำดอกไม้นั้นสำเร็จแล้ว น้อมเข้าไปถวายแด่พระพุทธเจ้า และถือเอา ดอกไม้ที่เหลือไปบูชาพระพุทธเจ้า เรามีจิตเลื่อมใส มีใจโสมนัส นำเอา ดอกไม้เข้าไปบูชาพระพุทธเจ้าผู้เช่นกับทองคำมีค่า เป็นอัครนายกของโลก พระสัมพุทธเจ้าผู้ทรงข้ามความสงสัยแล้ว ผู้ข้ามห้วงกิเลสได้แล้ว แวดล้อม ด้วยพระขีณาสพ ประทับนั่งในท่ามกลางภิกษุสงฆ์ ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ ว่า
 ผู้ใดได้ถวายดอกไม้มีค่า มีกลิ่นหอมฟุ้งแก่เรา เราจักพยากรณ์ผู้นั้น ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าว บุคคลผู้นี้เคลื่อนจากโลกนี้แล้ว จักแวดล้อมด้วย หมู่เทวดา เกลื่อนกล่นด้วยดอกมะลิ จักไปสู่เทวโลก ภพของบุคคลนั้น (สูง) น่าหวาดเสียว สำเร็จด้วยทองและแก้วมณี วิมานทั้งหลายอันเกิด ด้วยกรรม จักปรากฏ เขาจักได้เสวยเทวรัชสมบัติ ๗๔ ครั้ง จักแวดล้อม ด้วยนางอัปสรเสวยสมบัติ จักได้เป็นพระราชาในแผ่นดิน ครอบครอง พสุธา ๓๐๐ ครั้ง จักได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๗๕ ครั้ง จักเป็นใหญ่กว่า มนุษย์ มีนามชื่อว่าทุชชยะ เสวยบุญนั้นประกอบด้วยกรรมของตน ไม่ไปสู่ วินิบาต จักไปสู่ความเป็นมนุษย์ เงินที่บุคคลนั้นสั่งสมไว้แล้ว แม้ร้อยโกฏิ มิใช่น้อย
 บุคคลนั้นจักบังเกิดในกำเนิดเป็นพราหมณ์ เป็นบุตรผู้มีปัญญา ของวังคันตพราหมณ์ เป็นโอรสผู้เป็นที่รักของนางสารีพราหมณี และภายหลัง เขาจักบวชในศาสนาของพระอังคีรส จักได้เป็นพระสาวกของพระศาสดา มีนามชื่อว่า จูฬจุนทะ เขาจักได้เป็นพระขีณาสพแต่ยังเป็นสามเณรทีเดียว กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้ว จักไม่มีอาสวะนิพพาน เราได้บำรุงพระมหาวีรเจ้า และพระสาวกอื่นๆ ผู้มีศีลเป็นอันมาก และบำรุงพระเถระผู้พี่ชายของเรา เพื่อบรรลุประโยชน์อันสูงสุด ครั้นเราบำรุงพระเถระผู้พี่ชายของเราแล้ว ได้ เอาธาตุใส่ไว้ในบาตร นำเข้าไปถวายพระสัมพุทธเจ้าเชษฐบุรุษของโลก ผู้ นราสภ พระพุทธเจ้าในโลกพร้อมทั้งเทวโลก ทรงรับธาตุนั้นด้วยพระหัตถ์ ทั้งสอง แล้วจักทรงพระโอวาท จึงทรงประกาศพระอัครสาวก
                จิตของเรา พ้นวิเศษดีแล้ว และศรัทธาของเราตั้งมั่นดีแล้ว เรากำหนดรู้อาสวะทั้งปวง แล้ว ไม่มีอาสวะอยู่ คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
                ทราบว่า ท่านพระจุนทเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบจุนทเถราปทาน.
รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ
             ๑. อุปาลีเถราปทาน ๒. โสณโกฏิยเวสสเถราปทาน
             ๓. ภัททิยกาฬิโคธายปุตตเถราปทาน ๔. สันนิฏฐาปกเถราปทาน
             ๕. ปัญจหัตถิยเถราปทาน ๖. ปทุมฉทนิยเถราปทาน
             ๗. สยนทายกเถราปทาน ๘. จังกมทายกเถราปทาน
             ๙. สุภัททเถราปทาน ๑๐. จุนทเถราปทาน
คาถาในวรรคนั้นมี ๑๔๔ คาถา
จบอุบาลีวรรคที่ ๕.


อรรถกถา ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๕. อุปาลีวรรค ๑๐. จุนทเถราปทาน (๕๐)
         ๕๐. อรรถกถาจุนทเถราปทาน
         อปทานของท่านพระจุนทเถระมีคำเริ่มต้นว่า สิทฺธตฺถสฺส ภควโต ดังนี้. 
         พระเถระแม้นี้ได้บำเพ็ญบุญสมภารไว้ในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ สั่งสมบุญทั้งหลายอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานในภพนั้นๆ ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะ บังเกิดในตระกูลอันสมบูรณ์ด้วยสมบัติ บรรลุนิติภาวะแล้ว เลื่อมใสในพระศาสดา ได้ให้สร้างวัตถุอันควรมีค่าด้วยทอง ล้วนแล้วด้วยรัตนะ ๗ ฉาบด้วยดอกมะลิ บูชาพระผู้มีพระภาคเจ้า. 
         ดอกไม้เหล่านั้นได้ฟุ้งขึ้นสู่อากาศตั้งโดยอาการเป็นเพดาน. 
         ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสพยากรณ์ท่านว่า ในอนาคต เธอจักเป็นสาวกนามว่าจุนทะ ในศาสนาของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าโคดม. 
         ด้วยบุญกรรมนั้น ท่านจุติจากอัตภาพนั้นแล้วเกิดในเทวโลก เสวยสุขในเทวโลกชั้นกามาพจร ๖ ชั้นตามลำดับ และเสวยจักรพรรดิสมบัติเป็นต้นในมนุษยโลก. ในพุทธุปบาทกาลนี้ บังเกิดเป็นบุตรแห่งนางรูปสารีในตระกูลพราหมณ์ เป็นน้องชายของพระสารีบุตรมหาเถระ. 
         เมื่อท่านบรรลุนิติภาวะแล้ว ญาติทั้งหลายขนานนามท่านว่า จุนทะ เพราะแปลง อักษร ให้เป็น อักษร เพราะทรวดทรงรูปและวัยของท่านเป็นสิ่งสวยงาม. ท่านเจริญวัยแล้ว เห็นโทษในการครองเรือนและอานิสงส์ในบรรพชา บวชในสำนักของพระเถระผู้เป็นพี่ชาย เจริญวิปัสสนาไม่นานนัก ก็บรรลุพระอรหัต. 
         ท่านบรรลุพระอรหัตผล วันหนึ่งระลึกถึงบุพกรรมของตน เกิดโสมนัส เมื่อจะประกาศปุพพจริตาปทาน จึงกล่าวคำมีอาทิว่า สิทฺธตฺถสฺส ภควโต ดังนี้. 
         คำนั้นมีอรรถอันท่านกล่าวไว้แล้วในหนหลังนั่นแล. 
         แม้อรรถว่า อคฺฆิยํ มีอรรถตื้นทั้งนั้น. 
         บทว่า วิติณฺณกงฺโข สมฺพุทฺโธ เชื่อมความว่า ท่านข้ามความสงสัยเสียได้ คือเป็นพระสัมพุทธเจ้าโดยไม่ต้องสงสัย เพราะท่านให้ความสงสัยสิ้นไป โดยการบรรลุมรรคจิต โดยพิเศษ. 
         บทว่า ติณฺโณเฆหิ ปุรกฺขโต ความว่า ผู้อันพระขีณาสพห้อมล้อมคือแวดล้อม เพราะท่านข้าม คือก้าวล่วงโอฆะ ๔ มีกาโมฆะเป็นต้นได้แล้ว. 
         พยากรณ์คาถามีอรรถตื้นทั้งนั้น. 
         บทว่า อุปฏฺฐหึ มหาวีรํ ความว่า เราได้บำรุงคือได้กระทำการบำรุง พระพุทธเจ้าผู้ได้นามว่ามหาวีระ เพราะได้บำเพ็ญบารมี กระทำความเพียรไว้ในสี่อสงไขยกำไรแสนกัป เพื่อบรรลุพระนิพพานอันเป็นประโยชน์สูงสุด. 
         บทว่า อญฺเญ จ เปสเล พหู ความว่า ไม่ใช่เราได้บำรุงพระพุทธเจ้าอย่างเดียวเท่านั้นก็หาไม่. เชื่อมความว่า เราได้บำรุงท่านผู้มีศีล และพระสาวกเหล่าอื่นผู้บรรลุธรรมอันเลิศเป็นอันมาก และได้บำรุงพระสารีบุตรเถระผู้เป็นพี่ชายของเรา. 
         บทว่า ภาตรํ เม อุปฏฺฐหิตฺวา ความว่า เราได้บำรุงพี่ชายของเราแล้วทำวัตรปฏิบัติ ในกาลที่ท่านปรินิพพานแล้ว เพราะท่านปรินิพพานก่อนพระผู้มีพระภาคเจ้า เราก็ถือเอาพระธาตุของท่าน เกลี่ยลงในบาตรแล้วน้อมเข้าไปถวายพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐกว่าโลก. 
         บทว่า อุโภ อตฺเถหิ ปคฺคยฺห ความว่า พระผู้มีพระภาคเจ้านั้นถือเอาพระธาตุที่เราให้แล้วนั้น โดยประการด้วยมือทั้งสองของพระองค์ เมื่อจะแสดงพระธาตุนั้นด้วยดี จึงระบุคือประกาศความที่พระสารีบุตรเถระเป็นพระอัครสาวก. 
         คำที่เหลือมีอรรถตื้นทั้งนั้นแล.
         จบอรรถกถาจุนทเถราปทาน
จบวรรคที่ ๕

ไม่มีความคิดเห็น: