ว่าด้วยผลแห่งการถวายผ้าผืนหนึ่ง
[๖๙] ในกาลนั้นเราเกิดเป็นพระยาครุฑสุบรรณ เราได้เห็นพระพุทธเจ้า
ผู้ปราศจากธุลี เสด็จไปสู่ภูเขาคันธมาทน์ เราละเพศนกครุฑแล้วแปลงเป็นมาณพ เราถวายผ้าผืนหนึ่งแด่พระพุทธเจ้าผู้คงที่ พระพุทธเจ้าผู้ศาสดาอัครนายก ของโลกทรงรับผ้าผืนนั้นแล้ว ประทับยืนอยู่ในอากาศ ได้ตรัสพระคาถานี้ว่า ด้วยการถวายผ้านี้และด้วยการตั้งจิตไว้ (ดี) ผู้นี้ละกำเนิดนกครุฑแล้ว จัก รื่นรมย์อยู่ในเทวโลก ก็พระผู้มีพระภาคพระนามว่าอัตถทัสสี เชษฐบุรุษ ของโลก ผู้นราสภ ทรงสรรเสริญการถวายผ้าเป็นทานแล้ว บ่ายพระพักตร์ ทางทิศอุดรเสด็จไป ในภพที่เราเกิด เรามีผ้าสมบูรณ์ ผ้าเป็นหลังคา บังร่มอยู่ในอากาศ นี้เป็นผลแห่งการถวายผ้า ในกัลปที่ ๓๖
![]() |
แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ ๗ พระองค์ มีพระนามว่าอรุณสะ มีพลมาก เป็น ใหญ่กว่ามนุษย์ คุณวิเศษเหล่านี้ คือปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระวัตถทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ วัตถทายกเถราปทาน.
อรรถกถา ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๗. สกจิตตนิยวรรค ๗. วัตถทายกเถราปทาน (๖๗)
๖๗. อรรถกถาวัตถทายกเถราปทาน
อปทานของท่านพระวัตถทายกเถระมีคำเริ่มต้นว่า ปกฺขิชาโต ตทา อาสึ ดังนี้.
พระเถระแม้นี้ได้บำเพ็ญบุญสมภารไว้ในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ สั่งสมบุญทั้งหลายอันเป็นอุปนิสัยแก่พระนิพพานในภพนั้นๆ ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าอัตถทัสสี บังเกิดในกำเนิดแห่งสุบรรณ (ครุฑ) เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าอัตถทัสสี กำลังเสด็จไปสู่ภูเขาคันธมาทน์ มีใจเลื่อมใส ละเพศสุบรรณ นิมิตเป็นเพสมาณพน้อย ถือเอาผ้าทิพย์มีค่ามาก บูชาพระผู้มีพระภาคเจ้า.
ฝ่ายพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงรับแล้วตรัสอนุโมทนาแล้วเสด็จหลีกไป.
ท่านให้กาลล่วงไปด้วยโสมนัสนั่นเอง ดำรงอยู่จนตลอดอายุ จุติจากอัตภาพนั้นแล้วบังเกิดในเทวโลก ท่องเที่ยวไปๆ มาๆ ในเทวโลกนั้น เสวยบุญทั้งหลาย จากนั้นเสวยมนุษยสมบัติในมนุษย์ จากอัตภาพที่ตนเกิดนั้น ได้ผ้าและเครื่องอาภรณ์มีค่ามากในที่ทั้งปวงด้วยประการฉะนี้ แล้วอยู่ในที่ๆ ตนไปถึงแล้ว ด้วยเงาผ้าในภพที่ตนเกิดแล้วๆ.
ในพุทธุปบาทกาลนี้ บังเกิดในเรือนมีตระกูลแห่งหนึ่ง บรรลุนิติภาวะแล้ว เลื่อมใสในพระศาสดา บวชแล้วไม่นานนักก็ได้บรรลุอภิญญา ๖ เป็นพระขีณาสพ.
ท่านระลึกถึงบุพกรรมของตน เกิดโสมนัส เมื่อจะประกาศปุพพจริตาปทาน จึงกล่าวคำมีอาทิว่า ปกฺขิชาโต ตทา อาสึ ดังนี้.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ปกฺขิชาโต ความว่า ชื่อว่าปักขะ (ปีก) เพราะเป็นเครื่องแล่นไป คือบินไปแห่งนก. ชื่อว่าปักขี เพราะนกนั้นมีปีก.
อธิบายว่า เกิดคือบังเกิดในกำเนิดแห่งนก.
บทว่า สุปณฺโณ ความว่า ปีกของนกใดดี นกนั้นชื่อว่ามีปีกดี.
อธิบายว่า นกนั้นมีปีกอันรุ่งเรืองด้วยสีทองสำหรับรับลมเป็นภาระใหญ่.
บทว่า ครุฬาธิโป ความว่า ชื่อว่าครุฬะ (ครุฑ - สัตว์ผู้จับงู) เพราะกลืนกินซึ่งแผ่นหินอันหนักเพื่อต้องจับนาค, ชื่อว่า ครุฬาธิโป เพราะเป็นราชาธิบดีแห่งครุฑทั้งหลาย. เชื่อมความว่า เราได้เห็นท่านผู้ปราศจากธุลี คือพระพุทธเจ้าทั้งหลาย.
จบอรรถกถาวัตถทายกเถราปทาน

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น