Translate

06 กุมภาพันธ์ 2569

พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ สกจิตตนิยวรรคที่ ๗ วัตถทายกเถราปทานที่ ๗ (๖๗)

ว่าด้วยผลแห่งการถวายผ้าผืนหนึ่ง
 [๖๙] ในกาลนั้นเราเกิดเป็นพระยาครุฑสุบรรณ เราได้เห็นพระพุทธเจ้า
ผู้ปราศจากธุลี เสด็จไปสู่ภูเขาคันธมาทน์ เราละเพศนกครุฑแล้วแปลงเป็นมาณพ เราถวายผ้าผืนหนึ่งแด่พระพุทธเจ้าผู้คงที่ พระพุทธเจ้าผู้ศาสดาอัครนายก ของโลกทรงรับผ้าผืนนั้นแล้ว ประทับยืนอยู่ในอากาศ ได้ตรัสพระคาถานี้ว่า ด้วยการถวายผ้านี้และด้วยการตั้งจิตไว้ (ดี) ผู้นี้ละกำเนิดนกครุฑแล้ว จัก รื่นรมย์อยู่ในเทวโลก ก็พระผู้มีพระภาคพระนามว่าอัตถทัสสี เชษฐบุรุษ ของโลก ผู้นราสภ ทรงสรรเสริญการถวายผ้าเป็นทานแล้ว บ่ายพระพักตร์ ทางทิศอุดรเสด็จไป ในภพที่เราเกิด เรามีผ้าสมบูรณ์ ผ้าเป็นหลังคา บังร่มอยู่ในอากาศ นี้เป็นผลแห่งการถวายผ้า ในกัลปที่ ๓๖
                แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ ๗ พระองค์ มีพระนามว่าอรุณสะ มีพลมาก เป็น ใหญ่กว่ามนุษย์ คุณวิเศษเหล่านี้ คือปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. 
                ทราบว่า ท่านพระวัตถทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.

จบ วัตถทายกเถราปทาน.

อรรถกถา ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๗. สกจิตตนิยวรรค. วัตถทายกเถราปทาน (๖๗)
         ๖๗. อรรถกถาวัตถทายกเถราปทาน
         อปทานของท่านพระวัตถทายกเถระมีคำเริ่มต้นว่า ปกฺขิชาโต ตทา อาสึ ดังนี้. 
         พระเถระแม้นี้ได้บำเพ็ญบุญสมภารไว้ในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ สั่งสมบุญทั้งหลายอันเป็นอุปนิสัยแก่พระนิพพานในภพนั้นๆ ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าอัตถทัสสี บังเกิดในกำเนิดแห่งสุบรรณ (ครุฑ) เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าอัตถทัสสี กำลังเสด็จไปสู่ภูเขาคันธมาทน์ มีใจเลื่อมใส ละเพศสุบรรณ นิมิตเป็นเพสมาณพน้อย ถือเอาผ้าทิพย์มีค่ามาก บูชาพระผู้มีพระภาคเจ้า. 
         ฝ่ายพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงรับแล้วตรัสอนุโมทนาแล้วเสด็จหลีกไป. 
         ท่านให้กาลล่วงไปด้วยโสมนัสนั่นเอง ดำรงอยู่จนตลอดอายุ จุติจากอัตภาพนั้นแล้วบังเกิดในเทวโลก ท่องเที่ยวไปๆ มาๆ ในเทวโลกนั้น เสวยบุญทั้งหลาย จากนั้นเสวยมนุษยสมบัติในมนุษย์ จากอัตภาพที่ตนเกิดนั้น ได้ผ้าและเครื่องอาภรณ์มีค่ามากในที่ทั้งปวงด้วยประการฉะนี้ แล้วอยู่ในที่ๆ ตนไปถึงแล้ว ด้วยเงาผ้าในภพที่ตนเกิดแล้วๆ. 
         ในพุทธุปบาทกาลนี้ บังเกิดในเรือนมีตระกูลแห่งหนึ่ง บรรลุนิติภาวะแล้ว เลื่อมใสในพระศาสดา บวชแล้วไม่นานนักก็ได้บรรลุอภิญญา ๖ เป็นพระขีณาสพ. 
         ท่านระลึกถึงบุพกรรมของตน เกิดโสมนัส เมื่อจะประกาศปุพพจริตาปทาน จึงกล่าวคำมีอาทิว่า ปกฺขิชาโต ตทา อาสึ ดังนี้. 
         บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ปกฺขิชาโต ความว่า ชื่อว่าปักขะ (ปีก) เพราะเป็นเครื่องแล่นไป คือบินไปแห่งนก. ชื่อว่าปักขี เพราะนกนั้นมีปีก. 
         อธิบายว่า เกิดคือบังเกิดในกำเนิดแห่งนก. 
         บทว่า สุปณฺโณ ความว่า ปีกของนกใดดี นกนั้นชื่อว่ามีปีกดี. 
         อธิบายว่า นกนั้นมีปีกอันรุ่งเรืองด้วยสีทองสำหรับรับลมเป็นภาระใหญ่. 
         บทว่า ครุฬาธิโป ความว่า ชื่อว่าครุฬะ (ครุฑ - สัตว์ผู้จับงู) เพราะกลืนกินซึ่งแผ่นหินอันหนักเพื่อต้องจับนาค, ชื่อว่า ครุฬาธิโป เพราะเป็นราชาธิบดีแห่งครุฑทั้งหลาย. เชื่อมความว่า เราได้เห็นท่านผู้ปราศจากธุลี คือพระพุทธเจ้าทั้งหลาย.
จบอรรถกถาวัตถทายกเถราปทาน

ไม่มีความคิดเห็น: