Translate

14 กุมภาพันธ์ 2569

พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ สุธาวรรคที่ ๑๐ สูจิทายกเถราปทานที่ ๔ (๙๔)

ว่าด้วยผลแห่งการถวายเข็ม
 [๙๖] เมื่อก่อน เราเป็นช่างทองอยู่ในพระนครพันธุมะ อันประเสริฐสุด
เราได้ ถวายเข็มแด่พระพุทธเจ้าพระนามว่าวิปัสสี ญาณของเราเสมอด้วยแก้ว วิเชียรอันเลิศ เป็นเช่นนั้นเพราะกรรม เราเป็นผู้ปราศจากราคะ พ้นวิเศษ แล้ว บรรลุถึงธรรมเป็นที่สิ้นอาสวะ ภพทั้งปวงทั้งที่เป็นอดีต อนาคตและ ปัจจุบัน เราค้นคว้า (พิจารณา) ได้ด้วยญาณ นี้เป็นผลแห่งการถวายเข็ม ในกัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ ๗ พระองค์ ทรงพระนาม ว่า วชิราสมะ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษ เหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัด แล้ว
                พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระสูจิทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. 

จบ สูจิทายกเถราปทาน.

อรรถกถา ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๐. สุธาวรรค . สูจิทายกเถราปทานที่ ๔ (๙๔)
         ๙๔. อรรถกถาสูจิทายกเถราปทาน
         อปทานของท่านพระสูจิทายกเถระมีคำเริ่มต้นว่า กมฺมาโรหํ ปุเร อาสึ ดังนี้. 
         พระเถระแม้นี้ได้บำเพ็ญกุศลสมภารในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ บำเพ็ญพืชคือกุศลในระหว่างๆ ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าวิปัสสี บังเกิดในตระกูลแห่งช่างทอง เพราะถูกกรรมอย่างหนึ่งที่ตนกระทำไว้ในระหว่างๆ ตัดรอน. เจริญวัยแล้ว ถึงความสำเร็จในศิลปะด้วยตนเอง ฟังพระธรรมเทศนาของพระศาสดาแล้วมีใจเลื่อมใสได้ถวายเข็มสำหรับเย็บจีวร. 
         ด้วยบุญกรรมนั้น ท่านเสวยทิพยสมบัติ ครั้นภายหลังเกิดในมนุษย์ เสวยสมบัติทั้งหลายมีจักรพรรดิสมบัติเป็นต้น เป็นผู้มีปัญญาหลักแหลม มีญาณดังเพชรในภพที่ตนเกิดแล้วๆ. 
         ในพุทธุปบาทกาลนี้ ท่านบังเกิดโดยลำดับ เจริญวัยแล้วมีทรัพย์มาก เกิดศรัทธามีปัญญาหลักแหลม. 
         วันหนึ่ง ท่านฟังพระธรรมเทศนาของพระศาสดา ส่งญาณไปตามกระแสแห่งธรรม ได้เป็นพระอรหันต์บนอาสนะที่ตนนั่งนั่นแล. 
         ท่านเป็นพระอรหันต์แล้วระลึกถึงบุพกรรมของตน เกิดโสมนัส เมื่อจะประกาศปุพพจริตาปทาน จึงกล่าวคำมีอาทิว่า กมฺมาโรหํ ปุเร อาสึ ดังนี้. 
         บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า กมฺมาโร ความว่า ช่างทองเป็นอยู่ งอกงาม ถึงความเจริญไพบูลย์ด้วยการงาน มีการงานที่ทำด้วยเหล็กและการงานที่ทำด้วยโลหะเป็นต้น ความว่า ในกาลก่อน คือในกาลบำเพ็ญบุญ เราได้เป็นช่างทอง. 
         คำที่เหลือในบททั้งปวงมีอรรถตื้นทั้งนั้นแล.
จบอรรถกถาสูจิทายกเถราปทาน

ไม่มีความคิดเห็น: