Translate

21 กันยายน 2568

“สมเด็จเจ้าพะโคะ” หรือ หลวงพ่อทวด

ประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนาในอินเดีย
   The History ofBuddhism in India
 พุทธศาสนายุคมุสลิมยึดครอง พ.ศ. ๑๗๐๐-๒๒๐๐
   (Buddhism in Muslim ruler's time B.E. 1700-2200)
     หลังจากราชศ์ปาละได้เสื่อมสลายลงแล้ว ลุ่ม #แม่น้ำคงคา ตอนกลางก็ตกอยู่ภายใต้ปกครองของกษัตริย์ราชวงค์เสนะ ซึ่งก่อตั้งโดยพระเจ้าลาวะเสนะ (Lavasena) กษัตริย์ราชวงศ์นี้ส่วนมากนับถือ
เครดิต วีดีโอ :
 
 🙏 A Prayer for Generosity search-google   การกัลปนาที่ดินและข้าพระโยมสงฆ์นั้น น่าจะเป็นเครื่องมือสำคัญของการปกครองบ้านเมืองในขณะนั้น ยามที่บ้านเมืองระส่ำระสาย อำนาจบารมีของพระมหากษัตริย์ไม่สามารถแผ่ลงไปทั่วแผ่นดินได้ การอาศัยพระพุทธศาสนาเป็นเครื่องค้ำจุนความมั่นคงย่อมเป็นไปได้ง่ายกว่าด้วยความใกล้ชิด 

   โดยเฉพาะในพื้นที่บริเวณภาคใต้ของไทยตั้งแต่พัทลุง สงขลา ปัตตานี เลยไปถึงไทรบุรีในประเทศมาเลเซีย หลวงปู่ทวดถือว่าเป็นพระเกจิอาจารย์ในตำนานที่มีผู้ศรัทธา จำนวนมากรูปสำคัญหนึ่งในสองรูปของเมืองไทยคู่กับสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) หรือหลวงปู่โตที่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ เรื่องของหลวงพ่อทวดสามารถแยกได้เป็นสองเรื่องราว คือ เรื่องราวตามประวัติศาสตร์
   ซึ่งปรากฏนามว่า “สมเด็จเจ้าพะโคะ” จากเอกสารท้องถิ่น และเรื่องราวตามตำนานซึ่งเป็นที่รู้จักกันในนาม “หลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืด” เรื่องสมเด็จเจ้าพะโคะนั้น ปรากฏอยู่ในคำบอกเล่าสืบต่อกันมาของท้องถิ่นต่างๆ แล้วบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร รวบรวมไว้ใน “พระตำราบรมราชูทิศเพื่อกัลปนา” ที่พระมหากษัตริย์ทรงพระราชูทิศพระราชทานที่ดินไร่นาอันเป็นของหลวงให้แก่พระสงฆ์แห่งพุทธศาสนา
   ใช้บำรุงรักษาวัดวาอาราม รวมทั้งผู้คนชายหญิงซึ่งเรียกว่าถวายข้าพระโยมสงฆ์ให้แก่วัด(ตำราประชุมพระตำราบรมราชูทิศเพื่อกัลปนาสมัยอยุธยาภาค๑ จัดพิมพ์โดย คณะกรรมการจัดพิมพ์เอกสารทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และโบราณคดี สำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. ๒๕๑๐) เขาพะโคะเดิมชื่อ “เขาภีพัชสิง” หรือ “พิเพชรสิง”คำว่า “เขาพะโคะ” 
    สันนิษฐานว่าเป็นเสียงเพี้ยนมาจากพระพุทธรูปปางไสยาสน์ที่เรียกว่า “พระโคตมะ” บริเวณโดยรอบเป็นแหล่งชุมชนโบราณมาตั้งแต่อดีต เป็นบริเวณที่มีความเจริญรุ่งเรืองจากการทำการค้า ทำให้บ้านเมืองแถบนี้ถูกโจมตีจากโจรสลัดมลายูบ่อยครั้ง วัดพะโคะกลายเป็นเมืองถูกปล้นและเผาบ้านเมืองครั้งใหญ่ โดยบันทึกไว้ว่า ราวปลายสมัยสมเด็จพระนเรศวรบ้านเมืองระส่ำระสายไม่สามารถฟื้นตัวได้
   โดยเจ้าอาวาสวัดพะโคะซึ่งเคยอยู่ที่กรุงศรีอยุธยาและน่าจะเป็นพระสงฆ์ผู้มีบารมีพอสมควรในฐานะพระผู้ใหญ่ จึงขอพระราชทานการบูรณะวัดครั้งสำคัญในสมัยของพระเอกาทศรถ เมื่อ พ.ศ. ๒๑๕๓ พระมหากษัตริย์ที่กรุงศรีอยุธยาโดยพระราชทานพระบรมราชูทิศกัลปนาวัดต่างๆ ตั้งแต่บริเวณปากทะเลสาบสงขลาที่หัวเขาแดงจนถึงเขาพังไกร 
   ทั้งหมดราว ๖๓ วัด ขึ้นกับวัด หลังจากนั้นอีกราวสิบกว่าปีต่อมา โจรสลัดจากปลายแหลมมลายูก็เข้าปล้นบ้านเมืองอีกครั้ง ต่อจากนั้นก็ไม่ปรากฏเรื่องสมเด็จเจ้าพะโคะในเอกสารอื่นใดอีกเลย อย่างไรก็ตาม วัดพะโคะ มีการบูรณะขึ้นใหม่และมีชื่อแบบเมืองหลวงว่า วัดราชประดิษฐาน อีกทั้งมีการขอกัลปนาไร่นาข้าพระขึ้นใหม่อีกครั้งหนึ่ง พบเอกสารที่ถูกรวบรวมไว้ที่หอสมุดวชิรญาณอีกเช่นกัน 
 คือ แผนที่ภาพกัลปนาวัดพะโคะ อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา มีขนาดยาวมาก นับรวมได้ถึง ๓๘ คู่ แผนที่ฉบับนี้เขียนขึ้นภายหลัง พ.ศ. ๒๒๒๓ แต่ก่อน พ.ศ. ๒๒๔๒ เขียนขึ้นหลังจากปราบขบถเมืองสงขลาได้แล้ว และเจตนาในการเขียนก็เพื่อบอกเขตหัวเมืองพัทลุงฝ่ายตะวันออก ซึ่งตรงกับสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราชซึ่งทำให้เห็นความหนาแน่น
   ของวัดวาอาราม อันแสดงถึงความมั่นคงทางศาสนาและชุมชนที่เป็นอิสระจากรัฐท้องถิ่นและส่วนกลางมากพอที่จะมีอิสระในการทะนุบำรุงชุมชนหมู่บ้านและวัดของพวกตนให้รุ่งเรือง ดังภาพจิตรกรรมเพื่อการกัลปนานั้นแสดงไว้

    ระหว่างพระศาสนากับบรรดาผู้คนในท้องถิ่น การยกศาสนสถานเป็นศูนย์รวมจิตใจให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันที่ทำให้สร้างความสามัคคีได้ไม่ยากลำบากนัก 
    สมเด็จเจ้าพะโคะกลายเป็นผู้นำทางศาสนาที่พุทธศาสนิกชนทั้งหลายให้ความเคารพนับถือ กลายเป็นผู้นำท้องถิ่นที่มีบทบาทอำนาจเหนือบรรดาขุนนาง อำมาตย์ และวัดพะโคะกลายเป็นปราการสำคัญที่คอยต้านอำนาจของศาสนาอิสลาม และป้องกันการโจมตีของโจรสลัดซึ่งเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการสร้างความมั่นคงให้ราชอาณาจักร 
    ในอีกแง่มุมหนึ่งตามตำนานของหลวงพ่อทวดที่สืบทอดกันมาในท้องถิ่นแถบสทิงพระ ชีวประวัติที่เต็มไปด้วยอภินิหาร เล่ากันว่า “หลวงพ่อทวด” เกิดในราว พ.ศ. ๒๑๒๕ ณ บ้านสวนจันทร์ เมืองสทิงพระ มีชื่อว่า “ปู่” หรือ “ปู” บิดาคือ ตาหู มารดาคือ นางจันทร์ ปลูกบ้านอาศัยที่ดินเศรษฐีผู้หนึ่งไว้ชื่อ ปาน 
     ตาหูและนางจันทร์เป็นคนในอุปภัมถ์ของเศรษฐีปาน ระหว่างที่พ่อแม่กำลังเกี่ยวข้าวอยู่ได้ผูกเปลให้ลูกนอน นางจันทร์ก็เห็น “งูใหญ่” มาพันที่เปลลูกแล้วชูคอแผ่แม่เบี้ย นายหูและนางจันทร์พนมมือบอกเจ้าที่เจ้าทาง ขออย่าให้ลูกน้อยได้รับอันตราย ด้วยอำนาจบารมีของเด็กน้อย งูใหญ่จึงคลายลำตัวออกจากเปลเลื้อยหายไป 
     ปรากฏว่าเด็กชายปู่ยังคงนอนหลับสบายเป็นปกติ และมีลูกแก้วกลมส่องเป็นประกายอยู่ข้างตัว ตาหูนางจันทร์มีความเชื่อว่า เทวดาแปลงกายเป็นงูใหญ่นำดวงแก้ววิเศษมามอบให้กับลูกของตน นับแต่นั้นมาฐานะความเป็นอยู่ของครอบครัวก็ดีขึ้นเรื่อยๆ 
    เมื่อเด็กชายปู่เติบโตได้ไปศึกษาวิชาความรู้กับสมภารจวง และไปอุปสมบทที่สำนักพระครูกาเดิม วันหนึ่งในขณะที่เดินทางไปกรุงศรีอยุธยาโดยเรือสำเภา ท้องทะเลฟ้าวิปริตเกิดพายุ ทอดสมออยู่หลายวันจนน้ำจืดหมด เจ้าของเรือจึงไล่ 
    พระภิกษุปู่ลงเรือเล็กส่งฝั่งหมาย ระหว่างที่ภิกษุปู่นั่งในเรือเล็กได้หย่อนเท้าลงในน้ำทะเลและบอกให้ตักชิมดู ปรากฏเป็นน้ำจืดอย่างน่าอัศจรรย์ 
  ภิกษุปู่ได้เดินทางออกธุดงค์ตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ จนมาถึงวัดพะโคะที่มีความทรุดโทรมมาก จึงได้เดินทางไปกรุงศรีอยุธยาเพื่อขอพระราชทาน 
    พระกัลปนา นายช่างหลวงจึงบรรทุกศิลาแลงลงเรือสำเภามาบูรณะซ่อมแซมวัดพะโคะ และได้รับพระราชทานที่ดินนาถวายเป็นกัลปนาขึ้นแก่วัดพัทสิงห์บรรพตพะโคะ ในตำนานกล่าวว่าท่านหายไปจากวัดพะโคะ 
    ส่วนอีกตำนานหนึ่งซึ่งชาวพุทธในจังหวัดปัตตานีเชื่อว่าหลวงปู่ทวดคือพระรูปเดียวกับตำนานพระสงฆ์ที่เดินทางจาริกแสวงบุญเผยแผ่ศาสนาแถบอำเภอหนองจิกไปจนถึงไทรบุรี 
     คนทั่วไปเรียกว่า ท่านลังกา จนเมื่อมรณภาพที่เมืองไทรบุรี เส้นทางที่นำศพท่านกลับมาที่วัดช้างให้ ชาวบ้านยังจดจำระลึกถึงสถานที่ต่างๆ ที่ท่านลังกาเดินทางผ่าน และต่อมาในราว พ.ศ. ๒๔๙๗ ทางวัดช้างให้จัดสร้างพระเครื่องหลวงปู่ทวดเป็นวัตถุมงคลจนมีชื่อเสียง 
     โดยเขียนตำนานท่านลังกาองค์ดำคือหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืดองค์เดียวกับสมเด็จเจ้าพะโคะที่วัดพะโคะ จึงกลายเป็นที่รู้จักว่าในนาม “หลวงปู่ทวด วัดช้างให้”และผู้คนก็ลืมเลือนหรือไม่รู้จักสมเด็จเจ้าพะโคะในตำนานท้องถิ่นของชาวสทิงพระคาบสมุทรสงขลาไป
    การผนวกกันระหว่างบันทึกทางประวัติศาสตร์กับตำนาน ทำให้เรื่องของหลวงพ่อทวดยังเป็นที่เล่าต่อมาจนปัจจุบัน สถานที่ที่ปรากฏในตำนานและสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับหลวงพ่อทวดถูกเก็บรักษาไว้อย่างดี เช่น ต้นเลียบขนาดใหญ่ที่เชื่อกันว่าฝังรกของหลวงปู่ทวดไว้ ที่ได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดี 
    ถือเป็นตัวแทนของหลวงปู่ทวด มีการสร้างศาลาตาหู-ยายจันทร์ โยมบิดามารดาของหลวงปู่ทวดไว้ในบริเวณใกล้เคียงกัน สถูปสมภารจวง พระอาจารย์องค์แรกของหลวงปู่ทวด 
    ที่วัดดีหลวง เป็นต้นสถานที่เหล่านี้ทำให้ตำนานของหลวงพ่อทวดยังคงโลดแล่นในความทรงจำ 
    เรื่องราวเหล่านี้ทำให้สถานะของสมเด็จเจ้าพะโคะ หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด นอกจากจะเป็นพระเกจิอาจารย์ผู้มีคุณูปการต่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนา เป็นผู้มีบทบาทนำในการปกป้องประชาชนจากการปล้นของโจรสลัดมลายูแล้ว ยังเป็นผู้นำ 
 ทางวัฒนธรรมที่ส่งผ่านมาสู่ชนรุ่นหลังได้เรียนรู้เรื่องราวในท้องถิ่น มีสิ่งยึดเหนี่ยวร่วมกัน ที่ทำให้ท้องถิ่นมีความเป็นหนึ่งเดียว ดังเห็นได้จากครั้งเมื่อน้ำท่วมใหญ่ภาคใต้ 
    ใน พ.ศ. ๒๕๕๓ ผู้คนบริเวณใกล้เคียงต่างพากันละทิ้งบ้านเรือนขึ้นไปวัดพะโคะ บ้างร้องไห้ บ้างโศกเศร้า กราบไหว้ขอให้บารมีของสมเด็จเจ้าพะโคะคุ้มครองท่ามกลางความสิ้นหวัง
   แผนที่ภาพกัลปนาวัดพะโคะ อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา เป็นสมุดไทยขาวเขียนด้วยเส้นหมึก เนื้อหาเฉพาะส่วนที่เป็นแผนที่ภาพนับรวมได้ ๗๖หน้า เขียนด้วยอักษรไทยย่อซึ่งนิยมแพร่หลายในราวสมัยปลายอยุธยา ระบุได้ว่าเขียนขึ้นภายหลัง พ.ศ. ๒๒๒๓ แต่ก่อน พ.ศ. ๒๒๔๒
   ศาสนาฮินดู แต่ก็ทรงอุปถมภ์พุทธศาสนาอยู่บ้าง ในตอนปลายราชวงค์นี้อาณาจักรมคธ และอินเดียส่วนเหนือกลางทั้งหมดต้องตกอยู่ภายใต้การปกครองกองทัพมุสลิม
   ๑.การทำลายมหาวิทยาลัยนาลันทา (Nalanda demolition) ซากมหาวิทยาลัยนาลันทา แคว้นมคธ
   ในขณะที่ ลัทธิพุทธตันตระ กำลังได้รับการปฏิบัติอย่างแพร่หลายในอินเดียทางทิศเหนือ กลาง และทิศตะวันออกในหมู่ชนชั้นต่ำพุทธศาสนาดั้งเดิมก็ถึงแก่ความเสื่อม เกิดสัทธรรมปฎิรูปผสมผสานกันเข้าจนหาความบริสุทธิ์ได้น้อย ต่อมากษัตริย์มุสลิมก็เริ่มเคลื่อนกองทัพอันเกรียงไกรเข้ายึดอินเดียทางทิศเหนือไว้ได้ในครอบครอง
   โดยเด็ดขาด
   พ.ศ.๑๗๓๗ กองทัพมุสลิมนำโดยโมฮัมหมัด โฆรี (Muhammad Ghori) กลับมาเพื่อแก้แค้นพระเจ้าปฤฐวีราช (Prithaviraj) อีกครั้งพร้อมกองทหาร ๑๒๐,๐๐๐ คน ยกทัพจากอัฟกานิสถาน ก็พิชิตกองทัพอินเดียได้ ณ ทุ่งปาณิพัตร ใกล้กรุงนิวเดลลี แต่คราวนี้พระเจ้าปฤฐวีราชแพ้ราบคาบและสิ้นพระชนม์ในสนามรบ พระมเหสีทราบข่าวก็กระโดดเข้ากองไฟ 
   พร้อมข้าราชบริพารจนกลายเป็นประเพณีสตรีสืบต่อมา พระเจ้าชายาจันทราทรงทราบและเตรียมรบ สุดท้ายก็พ่ายแพ้สิ้นพระชนม์ในสนามรบเช่นกัน
   พ.ศ.๑๗๔๐ โมหัมหมัด โฆรี ก็ได้แต่งตั้ง กุดบัดดิน ไอบัค (Qutbuddin Aibak) นายพลของเขาดูแลกรุงอินทรปัตถ์ (เดลลี) และส่วนอื่น ๆ ของอินเดียที่ยึดได้ และไอบัคก็ได้ขยายจักรวรรดิออกไปเรื่อย ๆ รัฐคุชรตและรัฐอื่น ๆ ในอินเดียตอนกลางก็ถูกผนวกเข้ามาในสมัยนี้ ต่อมาพวกเขาก็เดินทัพไปสู่รัฐพิหาร มีชัยชนะเหนือพระเจ้าลวังเสนา กษัตริย์แห่งเบงกอล จึงเป็นการเปิดทางอย่างสะดวกให้ #กองทัพมุสลิมรุกเข้าอินเดียเหมือนเขื่อนแตก
   ได้ทำลายวัดวาอารามและสถานที่สำคัญของพุทธศาสนา ของฮินดูและเชน ฆ่าพระภิกษุสามเณรตายหลายหมื่นรูป
   ต่อมา พ.ศ.๑๗๖๖ อิคเทียขิลจิลูกชายภักเทียขิลจิ แม่ทัพมุสลิมอีกคนก็เข้าทำลายมหาวิทยาลัยนาลันทา ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยพุทธศาสนาอันยิ่งใหญ่ที่สุดในสมัยนั้นอย่างราบเรียบ มหาวิทยาลัยที่ยิ่งใหญ่ได้กลายเป็นสุสานของพระภิกษุสามเณร ดังบันทึกของท่านตารนาถชาวธิเบต ได้บันทึกไว้ว่า
   "กองทัพเติร์กมุสลิม หลังจากที่รุกรบจนชนะแล้วได้ปกครองชมพูทวีปส่วนเหนือและแคว้นมคธแล้ว ต่อจากนั้นก็เริ่มทำลายวัดวาอารามปูชนียสถานเกี่ยวกับพุทธศาสนาที่มีอยู่เป็นจำนวนมากมาย ต่อมา พ.ศ. ๑๗๖๖ กองทัพมุสลิมนำโดยอิคเทีย ขิลจิ พร้อมด้วยทหารม้า ๒๐๐ คน ก็ได้ยกทัพมาทำลายมหาวิทยาลัยนาลันทา"
   พระภิกษุสงฆ์จำนวนมากถูกฆ่า และบางส่วนก็หลบหนีไปอยู่ต่างประเทศใกล้เคียง ซึ่งโดยมากได้ไปอาศัยอยู่ที่เนปาลและธิเบต ในขณะที่กองทัพมุสลิมยกทัพเข้ามา ๓๐๐ คน ท่านธรรมสวามิน พระธิเบตและท่านราหุลศรีภัทร ไม่ขอหนีแต่จะขอตายที่นาลันทา แต่ต่อมาทั้งสองจึงได้ไปหลบหนีึซ่อนตัวอยู่ที่วัดชญาณนาถ
   ซึ่งปัจจุบันเรียกว่า รุกขมินิสสถาน ซึ่งห่างจากมหาวิทยาลัยนาลันทา ๓ กิโลเมตร เมื่อพวกเติร์กมุสลิมกลับไปแล้ว ได้มีผู้ออกมาเพื่อบูรณะนาลันทาขึ้นมาดั่งเดิม โดย มีท่านมุทิตาภัทร 
   (Muditabhadra) ได้จัดแจงซ่อมแซมขึ้นใหม่ ต่อมาเสนาบดีแคว้นมคธ นามว่า กุกฏะสิทธิ ได้บริจากทรัพย์สร้างวัดขึ้นอีก ภายในบริเวณนาลันทานั้นเอง นาลันทาทำทีจะฟื้นอีกครั้ง
   แต่ต่อมามีพราหมณ์ ๒ คนได้มาถึงบริเวณนั้นจะยึดเอาเป็นที่ประกอบพิธีบูชายัญ ด้วยความคะนองสามเณรจึงหยิบภาชนะตักน้ำล้างเท้าสาดพราหมณ์ทั้งสอง พวกเขาโกรธมาก เวลาเลยผ่านไปสิบปีจึงมาเผาซ้ำ ห้องสมุดรัตโนทธิที่เหลือเป็นหลังสุดท้ายก็ถูกทำลายลงหมดหนทางจะเยียวยา จึงถูกปล่อยรกร้างจมดินเป็นเวลา ๖๒๔ ปี
   พ.ศ.๒๔๐๓ ท่านเซอร์คันนี่งแฮมจึงได้ขุดค้นเจอซากของมหาวิทยาลัยตามคำบอกที่พระถังซำจั๋งเขียนไว้ในหนังสือของท่าน ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาพุทธศาสนาก็ได้เสื่อมและหมดไปจากอินเดียตอนเหนือ และตอนกลาง โดยไม่มีอะไรเหลือให้ปรากฏ นอกจากซากปรักหักพังของสถานที่สำคัญ ของ #พุทธศาสนา  และ
   พระพุทธรูปที่ถูกทำลายเป็นส่วนมาก และสิ่งเหล่านี้ก็ได้ถูกทอดทิ้งลบเลือนหายไปจากความทรงจำของชาวอินเดียมาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๘๐๐ ปี จึงไม่เป็นการแปลกเลยว่า เพราะเหตุใดชาวอินเดียทุกวันนี้ จึงไม่รู้จักพุทธศาสนา ส่วน ศาสนาฮินดู และ #ศาสนาเชน นั้นก็ถูกทำลายเช่นกันแต่ไม่ค่อยจะรุนแรงเท่าไรนัก เพราะพระและนักบวชฮินดูมีหลายลัทธิหลายนิกาย บางนิกายไม่ค่อยจะมี
   ความผิดแปลกแตกต่างจากฆราวาสเท่าไรนัก เพราะแต่งตัวเหมือนฆราวาสและมีครอบครัวได้อาศัยอยู่ตามบ้านเรือน พวกมุสลิมก็รู้ไม่ได้ว่าเป็นพระหรือเป็นฆราวาส ส่วนพระของพุทธศาสนานั้นแปลกจากพระในศาสนาอื่น ๆ การแต่งตัวรู้ได้ง่ายอยู่ที่ไหนก็รู้ได้ง่าย มุสลิมได้เบียดเบียนบังคับให้สึก ถ้าไม่สึกก็ฆ่าเสียเมื่อเป็นเช่นนี้
   พระในพุทธศาสนาอยู่ไม่ได้ เมื่อไม่มีพระสงฆ์พุทธศาสนาก็หมดไปโดยปริยาย อีกอย่างหนึ่งผู้ที่นับถือพุทธนั้น โดยมากเป็นคนชั้นสูงเมื่อคนชั้นสูงหมดอำนาจ ศาสนาพุทธก็หมดไปด้วย ไม่เหมือนกับศาสนาฮินดูซึ่งผู้นับถือส่วนมากเป็นสามัญชนและศาสนาอยู่ได้ก็เพราะชนพวกนี้
   พ.ศ. ๑๗๔๕ โมหัมหมัด โฆรีก็เสียชีวิตลง ไอบักจึงสถาปนาตัวเองเป็นกษัตริย์ (สุลต่าน) แห่งเดลลี พวกเติร์ก หรือตุรกีจึงปกครองอินเดียสืบมา แม้จะเปลี่ยนผู้ปกครองและเชื้อสายบ้างแต่สุลต่านทั้งหมดก็เป็นมุสลิม พวกเขาปกครองอินเดียมายาวนานมากกว่า ๖๐๐ ปี เมื่อไอบัคเสียชีวิตลง บังลังก์ที่เดลลีก็ถูกยึดครอง

20 กันยายน 2568

[ 2 ] "แฮร์รี่ พอตเตอร์" เล่ม 4 แฮรี่ พอตเตอร์ กับถ้วยอัคนี อ่านบทที่ 1 ถึง 37

     
  
         บทที่ 1 บ้านปริศนา --ความลับของคฤหาสน์ที่คนสวนเห็นคืออะไร? ชื่อบท บ้านปริศนา
               แม้ว่าหนังสือเล่มก่อนๆ จะเริ่มต้นด้วยเหตุการณ์ที่บ้านเดอร์สลีย์เลขที่ 4 ถนนพรีเว็ต เสมอ แต่เจ.เค. โรว์ลิ่งได้แหวกแนวจากรูปแบบนั้นเป็นครั้งแรก ชื่อเรื่องอ้างอิงถึงชื่อคฤหาสน์ที่เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราว แต่แฟนๆ แฮร์รี่ พอตเตอร์น่าจะคุ้นเคยกับชื่อริดเดิ้ล
               การพัฒนาบท
               เหตุการณ์ในบทนี้เกี่ยวข้องกับเรื่องราวที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นอย่างมาก แน่นอนว่าบางส่วนเป็นเพียงการให้คุณเข้าใจภาพรวมของสถานการณ์ แต่สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นที่บ้านริดเดิ้ลให้ดี ต่อไปนี้คือสิ่งที่ควรทราบ:
               1. ประวัติและสถานะปัจจุบันของบ้านริดเดิ้ล
               2. ชื่อเสียงในท้องถิ่นของแฟรงค์ ไบรซ์
               3. ทำไมแฟรงค์จึงตัดสินใจไปดูภายในคฤหาสน์?
               4. บทสนทนาที่ได้ยินจากห้องที่มีเตาผิงกำลังลุกไหม้
               5. แฟรงค์ได้ยินข่าวการหายตัวไปของพนักงานกระทรวงเวทมนตร์
               6.หลังจากแฟรงค์เข้ามาในห้องแล้วเกิดอะไรขึ้น?
▶▶ คาถา                  ลดคำสาป
 คาถาที่ใช้ร่ายคาถานี้เรียกว่า Reducto ดูคล้ายกับคาถา Reducio ในบทที่ 14 มาก แต่จริงๆ แล้วเป็นคาถาที่แตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง Reducio เป็นคาถาที่ทำให้สิ่งที่พองตัวกลับคืนสู่ขนาดเดิม ในขณะที่ Reducto เป็นคาถาที่ทำให้สิ่งของแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย คำว่า Reducto มาจากคำว่า reduce ในภาษาอังกฤษ (ทำให้เล็กลง) ทำให้เกิดภาพสิ่งของที่ถูกทำให้เล็กลงจนมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า
คาถาสี่จุด
 เป็นเทคนิคในการชี้ไม้ไปทางทิศเหนือและยืนยันทิศทางที่คุณกำลังมุ่งหน้าไป คำว่า Four-Point หมายถึงทิศทางทั้งสี่ที่เข็มทิศชี้ ได้แก่ ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ทิศตะวันตก และทิศใต้ ทราบหรือไม่ว่าคำว่า "news" มาจากทิศทั้งสี่ของเข็มทิศ? หากเรียงตัวอักษรย่อของเข็มทิศตามลำดับข้างต้น จะกลายเป็น "news" กล่าวอีกนัยหนึ่ง news หมายถึง "ข้อมูลที่รวบรวมจากทั้งสี่ทิศ"
โล่เสน่ห์
               ตามที่อธิบายไว้ในเรื่อง Shield Charm คือเวทมนตร์ที่สร้างกำแพงล่องหนรอบตัวคุณเพื่อปกป้องคุณจากคำสาปที่ไม่รุนแรงนัก
เจลลี่ขาซวย
               จินตนาการได้ง่ายๆ ว่าคาถานี้มีประโยชน์อะไร พอนึกถึงเยลลี่เลกส์ นี่แหละใช่เลย! ความจริงที่ว่าทันทีหลังจากคำว่า "Jelly-Legs Jinx" ในบทพูด แฮร์รี่ก็เดินโซเซไปมาในห้องนานสิบนาที พิสูจน์ว่าการเดานี้ถูกต้อง
               คำว่าเจลลี่เมื่อใช้เรียกขา ส่วนใหญ่จะหมายถึงคนที่รู้สึกประหลาดใจมาก เช่น เธอ ใช้ในประโยคเช่น "ขาของเธอกลายเป็นวุ้นเมื่อสุนัขเห่าใส่เธอ"
 ▶▶ สิ่งมีชีวิตมหัศจรรย์ สฟิงซ์มีความซื่อสัตย์ต่อต้นกำเนิดของกรีก และแฮรี่ต้องตอบปริศนาของสฟิงซ์ให้ถูกต้อง แทนที่จะต่อสู้กับพวกมันเพื่อผ่านพ้นไปได้ สฟิงซ์ที่โด่งดังที่สุดในเทพปกรณัมกรีกคือสฟิงซ์แห่งธีบส์ เทพีเฮราส่งสฟิงซ์มายังธีบส์เพื่อลงโทษไลอัส กษัตริย์แห่งธีบส์ที่ลักพาตัวชายหนุ่มไป สฟิงซ์นั่งข้างถนนไปยังธีบส์และตั้งปริศนาให้นักเดินทาง นักเดินทางสามารถหันหลังกลับได้โดยไม่ต้องตอบปริศนา แต่หากตอบผิด สฟิงซ์จะฆ่าพวกเขาทันที มีเพียงชายคนเดียวเท่านั้นที่สามารถตอบได้ถูกต้อง นั่นคือ โออีดิปัส บุตรชายของไลอัส ว่ากันว่าสฟิงซ์รู้สึกอับอายขายหน้าและฆ่าตัวตาย ปล่อยให้โออีดิปัสเดินผ่านไปได้ เกี่ยวกับบทที่ 31
               บทที่ 32 เนื้อ เลือด และกระดูก --การฟื้นฟู
          คำถาม ถ้าชื่อเรื่องฟังดูน่าขนลุกนิดหน่อย คุณก็คงพูดถูก จริงๆ แล้วคำเหล่านี้แปลว่า "เนื้อ" "เลือด" และ "กระดูก" แต่เมื่อนำมารวมกันแล้วดูเหมือนจะมีความหมายพิเศษเฉพาะตัว แล้วความหมายนั้นมันหมายความว่าอย่างไรล่ะ? การพัฒนาบท นี่เป็นบทที่สั้นที่สุดในเล่มนี้ แต่อาจเป็นบทที่สำคัญที่สุด คุณไม่สามารถปล่อยให้ตัวเองวอกแวกได้แม้แต่วินาทีเดียว จงใส่ใจเป็นพิเศษกับประเด็นต่อไปนี้:
               1. สถานที่ที่แฮรี่และเซดริกถูกพามา
               2. มีคนมาหาพวกเขา และถูกสาปแช่ง
               3.ชื่อที่สลักไว้บนแผ่นหินหลุมศพ
               4. เนื้อหาของแพ็คเกจที่ถือโดยรูปปั้นเล็ก
               5. ของเหลวในหม้อใหญ่และอะไรก็ตามที่ใส่ลงไป
               6.ผลลัพธ์ของยาตัวนี้
               ตัวละคร <#ตัวละครที่ไม่ได้ปรากฏตัวมานาน>
               #ทอม (มาร์โวโล่ ริดเดิ้ล) [ทอม มาร์โวโล่ ริดเดิ้ล] อดีตนักเรียนฮอกวอตส์ →
               รายการคำศัพท์ ในสุสานรกครึ้ม <English>หน้า 552 1.1 กระสับกระส่าย (คลุ้มคลั่ง) ตื่นเต้น รุนแรง <*> หน้า 636 1.1 หุ้มห่อ ปึก (ชิ้น) (ก้อนสำลีที่ม้วนเป็นก้อน ฯลฯ) ความรังเกียจ (ความรังเกียจ) ความอดทน (ความอดทน) คำสั่ง (คำสั่ง) สุสาน โครงร่าง (ภาพเงา) ต้นยู คลุมเครือ (ซ่อน) มัด (แพ็คเกจ) ศิลาจารึกหลุมศพ (เสียงหลุมฝังศพ) นอนราบ (นอนราบโดยเหยียดแขนและขาออก) ความเป็นนิรันดร์ (ตลอดไป) สายไฟ (เชือก) กระสับกระส่าย (อย่างวิตกกังวล) กระสับกระส่าย การสาด (น้ำกระเซ็น) การสาด (ของเหลว) อย่างต่อเนื่อง (โดยตั้งใจ)
มีอะไรอีก 15 คำที่เกี่ยวข้องกับงู (1)
มีดสั้น ทุกข์ใจ (ทุกข์ใจ) ศัตรู (ศัตรู) เปิด ขวดแก้วขนาดเล็ก ตอ (ส่วนที่เหลือ) ฐานของแขนหรือส่วนอื่นของแขนที่ถูกตัดออก เคี่ยว (เดือดเบาๆ) ぐつぐ ต้มอันหนึ่ง การลบล้าง (ปกปิด) ลบ, ซ่อน น้ำส้มสายชู เสื้อคลุมฉัน (แต่งตัวฉัน)
               ต่อไปนี้เป็นคำกริยาบางคำที่ J.K. Rowling ใช้เกี่ยวกับงูในซีรีส์ Harry Potter:
โจมตีโจมตี กัด กัด ขยับตัว เคลื่อนไหว วงกลม วาดวงกลม ม้วน ขดตัว คลาน คลาน บดขยี้ บดขยี้ จม จม นอน นอน สไลด์ ร่อนไปข้างหน้า เลื้อย จากนั้นมันก็เคลื่อนไหว ตกต่ำ ล้มลงด้วยเสียงดังโครม สแน็ป บทที่ 32 เกี่ยวกับ เหิน ร่อนไปข้างหน้า น้ำลาย ความรู้สึก เสียงดังฟู่ คน ตี ตี ยืดยืด กระทุ้งแทง ฉุด เคลื่อนไหวอย่างกะทันหัน งีบหลับ งีบหลับ ถ่มน้ำลายใส่ คน กลืน แกว่งไปมา ขนตา เคลื่อนไหวไปมาอย่างรุนแรง แกว่ง แทง เจาะ เคลื่อนไหว เคลื่อนไหว พยักหน้า ส่ายหัวของคุณ ยก ยก สาน ฟาดฟัน ชัก ชัก โรย เพื่อผ่อนคลาย ดำเนินไปราวกับการทอผ้า เขย่า ทำให้มันสั่นสะเทือน ห่อ ม้วน
               บทที่ 33 ผู้เสพความตาย --สิ่งที่ฉันต้องการคือเลือดของแฮรี่ พอตเตอร์ ชื่อเรื่องบทต้น ผู้เสพความตาย
 เราได้รู้จักกับเหล่าผู้เสพความตายมาพอสมควรแล้ว ดังนั้นชื่อเรื่องนี้คงไม่น่าประหลาดใจ แต่บทบาทของพวกเขาต่างหากที่น่าประหลาดใจ ใส่ใจกับรายละเอียดต่างๆ ในบทนี้ เพราะบทนี้จะเผยให้เห็นบทบาทของพวกเขา การพัฒนาบท เรื่องราวมาถึงจุดไคลแม็กซ์แล้ว ปริศนามากมายจะถูกเปิดเผย โปรดใส่ใจกับประเด็นต่อไปนี้
               1. คำบรรยายถึงบุคคลที่ถูกฝังอยู่ในหลุมศพ
               2. ฝูงชนที่มารวมตัวกันที่บริเวณเกิดเหตุ
               3. รางวัลสำหรับผู้ที่ผสมยา
               4. คำอธิบายว่าแฮร์รี่เอาชีวิตรอดมาได้อย่างไรในสมัยก่อน
               5. คำอธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเล่มก่อนๆ
               6. บทบาทของเบอร์ธา จอร์กินส์
               7. ประกาศสงครามกับแฮรี่
               ตัวละคร (ตัวละครใหม่)
               ◆ แมคแนร์ [แมคแนร์] ผู้เสพความตาย
               ◆ แครบ [แครบ] ผู้เสพความตาย พ่อของวินเซนต์ แครบ
               ◆กอยล์ [กอยล์] ผู้เสพความตาย บิดาของเกรกอรี กอยล์
               ◆น็อตต์ [น็อตต์] ผู้เสพความตาย
แฮร์รี่ พอตเตอร์ฝันร้ายที่ ผู้ดูแล มักเกิ้ลชื่อแฟรงก์ ไบรซ์ ถูกฆาตกรรมที่บ้านริดเดิ้ล หลังจากได้ยินแผนการของลอร์ดโวลเดอมอร์ปีเตอร์ เพ็ตติกรูว์และชายอีกคนหนึ่งที่แฮร์รี่ไม่รู้จัก เช้าวันรุ่งขึ้น แฮร์รี่ไปร่วมชมการแข่งขันควิดดิชเวิลด์คัพกับตระกูลวีสลีย์เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์เซดริก ดิกกอรี่และอามอส ผู้เป็นพ่อของเขา คืนนั้นผู้เสพความตายบุกโจมตีแคมป์หลังการแข่งขัน และชายนิรนามจากฝันร้ายของแฮร์รี่ได้ร่ายมนตร์ตราแห่งความมืด ที่ฮอกวอตส์ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ประกาศว่าโรงเรียนจะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันเวทไตรภาคีร่วมกับสถาบันเดิร์มสแตรงและโรงเรียนโบซ์ บาตง นักเรียนหนึ่งคนจากแต่ละโรงเรียนจะได้รับเลือกโดยถ้วยอัคนีให้เข้าร่วม นักเรียนอายุต่ำกว่าสิบเจ็ดปีไม่มีสิทธิ์เข้าร่วม ถ้วยอัคนีเลือกเฟลอร์ เดอลากูร์สำหรับโบซ์บาตงวิกเตอร์ ครัมสำหรับเดิร์มสแตรง และเซดริกสำหรับฮอกวอตส์ จากนั้นจึงเลือกแฮร์รี่เป็นแชมเปี้ยนคนที่สี่ ทำให้เกิดความสับสนอย่างมาก นักเรียนหลายคนเชื่อว่าแฮร์รี่โกง และรอนก็ห่างเหินจากเขา รู้สึกเจ็บปวดที่แฮร์รี่ไม่ได้บอกเขาเมื่อเขาถูกกล่าวหาว่าเข้ามา แฮร์รี่ถูกบังคับให้เข้าแข่งขันเนื่องจากสัญญาผูกมัดทางเวทมนตร์เมื่อมีการเลือกชื่อของแชมเปี้ยน
 สำหรับภารกิจแรก เหล่าแชมเปี้ยนต้องเอาไข่ออกมาโดยการผ่านมังกรไปให้ได้ศาสตราจารย์อลาสเตอร์ มู้ดดี้ ครู สอนป้องกันตัวจากศาสตร์มืดคนใหม่บอกเป็นนัยว่าแฮร์รี่สามารถใช้ไม้กายสิทธิ์เรียกไม้กวาดของเขาออกมาได้ แชมเปี้ยนทั้งสี่คนเก็บไข่ของพวกเขา รอนคืนดีกับแฮร์รี่หลังจากเห็นว่าภารกิจแรกนั้นอันตรายเพียงใด ในวันคริสต์มาสอีฟ โรงเรียนจัดงานYule Ballแต่แฮร์รี่และรอนไม่สามารถเข้าร่วมได้ตามวันที่พวกเขาต้องการ และไปกับปาราวตีและปัทมา ปาติล ตามลำดับ เฮอร์ไมโอนี่ไปกับวิกเตอร์ ทำให้เกิดความอิจฉาของรอน เซดริกแนะนำให้แฮร์รี่ใช้ห้องน้ำของหัวหน้าห้องบนชั้นห้าของฮอกวอตส์ อาบน้ำ และจุ่มไข่ลงในน้ำเพื่อค้นหาเบาะแสที่สอง
 สำหรับภารกิจที่สอง เหล่าแชมเปี้ยนต้องช่วยเหลือบุคคลสำคัญจากทะเลสาบดำ: แฮร์รี่ต้องช่วยรอน เซดริกต้องช่วยโช ชาง แฟนสาวของเขา (ซึ่งแฮร์รี่ขอให้ไปงานเต้นรำ) วิคเตอร์ต้องช่วยเฮอร์ไมโอนี่ และเฟลอร์ต้องช่วยกาเบรียลน้องสาวของเธอเนวิลล์ ลองบัตทอม ให้ กิลลี่วีดแก่แฮร์รี่เพื่อช่วยให้เขาหายใจใต้น้ำ เซดริกได้อันดับหนึ่ง และแฮร์รี่ได้อันดับสองหลังจากที่เขาช่วยไม่เพียงแต่รอนเท่านั้น แต่ยังช่วยกาเบรียลด้วย หลังจากที่เฟลอร์ถอนตัวจากภารกิจ ต่อมาแฮร์รี่พบศพไร้วิญญาณของบาร์ตี้ เคร้าช์ ซีเนียร์เจ้าหน้าที่กระทรวงเวทมนตร์ในป่าต้องห้ามในห้องทำงานของดัมเบิลดอร์ เขาเข้าไปในเพนซีฟเขาเห็นบาร์ตี้ เคร้าช์ ซีเนียร์ ซักถามอีกอร์ คาร์คารอฟฟ์ อาจารย์ใหญ่คนปัจจุบันของโรงเรียนเดิร์มสแตรงก์ คาร์คารอฟฟ์ถูกขอให้บอกชื่อผู้ที่รับใช้โวลเดอมอร์ เขาตั้งชื่อเซเวอร์รัส สเนปแต่ดัมเบิลดอร์รับรองสเนป จากนั้นคาร์คารอฟฟ์ตั้งชื่อบาร์ตี้ เคร้าช์ จูเนียร์แฮร์รี่จำคราวช์ จูเนียร์ได้จากฝันร้ายของเขา
 สำหรับภารกิจที่สาม เหล่าแชมเปี้ยนต้องฝ่าเขาวงกตเพื่อไปให้ถึงถ้วยไตรวิซาร์ด แฮร์รี่และเซดริกไปถึงถ้วย แต่กลับพบว่าเป็นพอร์ตคีย์ที่พาพวกเขาไปยังสุสานจากความฝันของแฮร์รี่ เพ็ตติกรูว์ฆ่าเซดริกตามคำสั่งของโวลเดอมอร์ต จากนั้นเขาใช้เลือดของแฮร์รี่ชุบชีวิตโวลเดอมอร์ต ซึ่งเรียกผู้เสพความตายออกมาก่อนที่จะทรมานแฮร์รี่ โวลเดอมอร์ตพยายามใช้คำสาปสังหารกับแฮร์รี่ แต่คำสาปนั้นกลับเบี่ยงทางได้ วิญญาณของเหยื่อก่อนหน้าของโวลเดอมอร์ต ได้แก่ แฟรงค์ เซดริก และลิลี่และเจมส์ พ่อแม่ของแฮร์รี่ ปรากฏตัวขึ้น เบี่ยงเบนความสนใจของโวลเดอมอร์ตนานพอที่แฮร์รี่จะใช้ถ้วยเพื่อกลับไปยังฮอกวอตส์พร้อมกับร่างของเซดริก แฮร์รี่แจ้งดัมเบิลดอร์ถึงการฆาตกรรมเซดริกและการกลับมาของโวลเดอมอร์ มู้ดดี้พาแฮร์รี่ไปยังห้องทำงาน ซึ่งเขารู้ว่ามู้ดดี้ใส่ชื่อของเขาลงในถ้วยแก้วและกำลังชี้นำเขาเพื่อให้แน่ใจว่าโวลเดอมอร์จะกลับมา ขณะที่มู้ดดี้กำลังจะฆ่าแฮร์รี่ ดัมเบิลดอร์ สเนป และมิเนอร์วา มักกอนนากัลก็ปราบมู้ดดี้ลง พวกเขาใช้เวอริทาซีรัมเพื่อควบคุมตัวบาร์ตี้ เคร้าช์ จูเนียร์ ซึ่งปลอมตัวเป็นมู้ดดี้โดยใช้น้ำยาโพลีจูซ มู้ดดี้ตัวจริงถูกขังอยู่ในหีบวิเศษ  ในพิธีรำลึก ดัมเบิลดอร์ประกาศว่าโวลเดอมอร์ตเป็นผู้สังหารเซดริก แม้ว่ากระทรวงจะปฏิเสธข้อกล่าวหาเหล่านี้ แฮร์รี่แจ้งดัมเบิลดอร์ถึงการพบกันของเขากับโวลเดอมอร์ต ซึ่งดัมเบิลดอร์เรียกว่าPriori Incantatemทั้งสามโรงเรียนกล่าวอำลา โดยแฮร์รี่ รอน และเฮอร์ไมโอนี่เห็นพ้องต้องกันว่าทุกอย่างจะเปลี่ยนแปลง
แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับถ้วยอัคนี ภาค 4 Harry Potter and the Goblet of Fire HD พากย์ไทย เต็มเรื่อง
 ความยุ่งยากกำลังรอ แฮร์รี่ พอตเตอร์ อยู่ข้างหน้า…จากการถูกคุกคามด้วยฝันร้าย ที่ทำให้แผลเป็นของเขาเจ็บยิ่งกว่าที่เคย แฮร์รี่ (แดเนียล แรดคลิฟฟ์) รู้สึกยิ่งกว่ายินดีที่จะได้หนีให้พ้น จากความฝันที่คอยกวนใจเขา ด้วยการไปชมการแข่งขันควิดดิชเวิลด์คัพกับ รอน (รูเพิร์ท กรินท์) และ เฮอร์ไมโอนี่ (เอ็มม่า วัตสัน) ผู้เป็นเพื่อนรัก
เส้น                 แชมป์ของสามัญชน
 ในที่นี้ คำว่า "แชมเปี้ยน" ต่างจากคำว่า "ผู้ชนะ" ในการแข่งขัน หรือ "ผู้เล่นตัวแทน" ของการแข่งขันไตรกีฬา แต่หมายถึง "ผู้ปกป้อง" กลุ่มชนกลุ่มน้อย ในกรณีนี้ กลุ่มชนกลุ่มน้อยคือสามัญชน (มักเกิลและผู้ที่มีเชื้อสายมักเกิลผสม) แชมเปี้ยนของสามัญชนคือผู้ที่สนับสนุนสิทธิของตนเองอย่างแข็งขัน ตัวอย่างเช่น นักการเมืองที่ถูกเรียกว่า "แชมเปี้ยนแห่งสิ่งแวดล้อม" คือผู้ที่สนับสนุนการปฏิรูปสิ่งแวดล้อมอย่างแข็งขัน เฮอร์ไมโอนี่ ผู้ซึ่งพยายามปกป้องสิทธิของเอลฟ์ประจำบ้าน อาจถูกเรียกว่า "แชมเปี้ยนแห่งเอลฟ์ประจำบ้าน" ได้เช่นกัน
               มีอะไรเพิ่มเติม 16 คำที่เกี่ยวข้องกับงู (2) ไม่มีวลีและสำนวนที่ใช้คำว่างูมากนัก แต่มีอยู่ไม่กี่คำดังต่อไปนี้:
งู
               เมื่อเราเรียกใครว่างู เราหมายถึงว่าเขาเป็นคนเจ้าเล่ห์ที่ทรยศต่อเพื่อนฝูง เมื่อใช้เป็นคำกริยา จะหมายถึงงู การใช้คำนี้ไม่มีความหมายในเชิงลบ และใช้เมื่อรถวิ่งวนไปมา
งูอยู่ในหญ้า
               วลีนี้ใช้ในลักษณะเดียวกับคำนาม snake ที่อธิบายไว้ข้างต้น ตัวอย่างเช่น หากมีคนพูดว่า "เจ้านายของคุณเป็นเหมือนงูในสนามหญ้า ดังนั้นคุณควรระวังตัวให้ดี" นั่นหมายความว่าเจ้านายของคุณอาจดูดีในตอนแรก แต่คุณไม่มีทางรู้เลยว่าเขาจะทรยศคุณเมื่อไหร่ คุณยังสามารถใช้วลี back-stabber (แปลตรงตัวว่า "คนที่แทงคุณข้างหลัง") เพื่อสื่อความหมายเดียวกันได้อีกด้วย
งูและบันได
             ซูโกโรคุ หมายถึงเกม "ซูโกโรคุ" ผู้เล่นทอยลูกเต๋าและเดินตัวหมากตามจำนวนขั้นที่ลูกเต๋ากำหนด ผู้ที่ไปถึงตำแหน่ง "อะการ์" ก่อนเป็นผู้ชนะ กระดานซูโกโรคุของอังกฤษมีงูและบันไดมากมาย หากตัวหมากตกลงบนช่องที่มีขาของบันไดห้อยอยู่ ตัวหมากสามารถปีนบันไดขึ้นไปด้านบนและเคลื่อนที่ให้สูงขึ้นบนกระดานได้ ในทางกลับกัน หากตัวหมากตกลงบนช่องที่มีหัวงูห้อยอยู่ ตัวหมากจะต้องเคลื่อนตัวไปตามลำตัวของงูและเคลื่อนที่ไปด้านล่างของกระดาน
               บทที่ 34 บทสวดคาถาของบาทหลวง ดวล ชื่อบท คาถาของอดีต คาถานี้ถูกกล่าวถึงในบทที่ 9 คุณคงรู้แล้วว่ามันคืออะไร อย่างไรก็ตาม บทที่ 9 ได้กล่าวถึงคำว่า "Prior Incantato" เพื่อร่ายคาถา แต่ไม่ได้ระบุว่าคาถานั้นเรียกว่าอะไร นี่คือคาถา Priori Incantatem (ก่อนร่ายคาถาทันที)
               การพัฒนาบท
               เนื้อเรื่องทั้งหมดดำเนินไปตามเหตุการณ์ในบทนี้ เป็นบทที่ดำเนินเรื่องอย่างรวดเร็ว เต็มไปด้วยความประหลาดใจและความตื่นเต้น ควรแบ่งเวลาอ่านบทนี้ให้จบรวดเดียว เพราะคุณอาจจะวางหนังสือเล่มนี้ลงไม่ได้เลย ต่อไปนี้คือสิ่งที่ควรระวัง:
               1. เหตุผลที่แฮร์รี่ถูกแก้เชือก สิ่งที่แฮร์รี่ได้รับ
               2. ปฏิกิริยาของแฮร์รี่ต่อเสน่ห์จักรวรรดิ
               3. จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อแฮรี่และศัตรูของเขาใช้เวทมนตร์พร้อมกัน
               4. ทำนองเพลงที่แฮรี่ได้ยิน
               5. มันออกมาจากไม้กายสิทธิ์ของศัตรูของแฮรี่
               6. แฮร์รี่ได้รับคำแนะนำอะไรบ้าง? เขานำไปปฏิบัติอย่างไร?
รายการคำศัพท์
 จุดเริ่มต้นของการต่อสู้ <ภาษาอังกฤษ>หน้า 572 1.1 <*>หน้า 659 1.1 สำลัก ปัด (ชิ้น) แถวปิด (ย้ายมารวมกัน)列 เราเติมเต็มช่องว่างและก้าวไปด้วยกัน พิธีกรรมอันดีงาม อย่างโหดร้าย (ไร้ความปราณี) การบริโภคทั้งหมด (รวม) คุณธรรม (ความดี) รีเฟล็กซ์ (การเคลื่อนไหวโดยธรรมชาติ) ปฏิกิริยาตอบสนอง ซ่อนหา หน้า 196 กิ่งก้านสาขา ดอกไม้บาน (blowing) แผ่กว้างเหมือนดอกไม้ เนื้อตัว (ร่างกาย) ความสมบูรณ์ การให้กำลังใจ (แรงบันดาลใจ) ความตาย
               ▶▶ ข้อมูล ซ่อนหา "ซ่อนหา" เป็นเกมที่เด็กๆ ทั่วโลกมักเล่นกัน
               คำว่า "ซ่อน" แปลว่า "ซ่อน" และ "หา" แปลว่า "ค้นหา" สามารถเล่นได้หลายคน ตั้งแต่สองคนขึ้นไป โดยผู้เล่นคนหนึ่งจะทำหน้าที่เป็น "ตัวนั้น" (หรือ "ตัวนั้น") และค้นหาเด็กคนอื่นๆ ที่กำลังซ่อนตัวอยู่
          ในญี่ปุ่น "ตัวนั้น" และเด็กที่กำลังซ่อนตัวจะพูดโต้ตอบกัน เช่น "พร้อมหรือยัง" และ "ยังไม่" แต่การโต้ตอบแบบนี้ไม่เกิดขึ้นในสหราชอาณาจักร ในสหราชอาณาจักร ผู้เล่น "ตัวนั้น" จะปิดตาและนับเลขตามจำนวนที่กำหนด ตัวเลขจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับขนาดของพื้นที่เล่น โดยทั่วไปในร่มจะมี 20 หรือ 30 และกลางแจ้งจะมีมากถึง 100 เมื่อผู้เล่น "ตัวนั้น" นับจนเสร็จ พวกเขาจะตะโกนว่า "พร้อมหรือไม่ ฉันมาแล้ว" และเริ่มค้นหาเด็กคนอื่นๆ ที่กำลังซ่อนตัวอยู่
 บทที่ 35 เวอริตาซีรัม -- ณ จุดสิ้นสุดของความบ้าคลั่ง ของความจริง คำนี้ก็เคยปรากฏมาก่อนแล้ว แต่คุณจำได้ไหม? ใช่แล้ว มันคือยาแห่งความจริงที่ศาสตราจารย์สเนปขู่จะให้แฮร์รี่ดื่มในบทที่ 27 ยานี้จะถูกนำมาใช้อย่างไรในบทนี้?
               การพัฒนาบท
 แม้ว่าบทนี้จะยังเป็นส่วนหนึ่งของไคลแม็กซ์ แต่กลับมุ่งเน้นไปที่การไขปริศนาที่ซับซ้อนและซับซ้อนมากกว่าที่จะทำให้ผู้อ่านลุ้นระทึก มีคำอธิบายมากมายที่ชวนให้นึกถึงเรื่องราวที่ผ่านมา และคำถามเล็กๆ น้อยๆ ที่สะสมอยู่ในใจก็ค่อยๆ คลี่คลายไปทีละข้อ โปรดตั้งใจอ่านและทำความเข้าใจให้ดี โดยเฉพาะตัวละครสองตัวที่มีชื่อเดียวกัน ดังนั้นโปรดระวังอย่าสับสน ประเด็นหลักมีดังนี้
               1. ผู้คนที่กำลังรอคอยแฮรี่กลับมา
               2. เกิดอะไรขึ้นในห้องทำงานของศาสตราจารย์มูดี้ สิ่งที่แฮร์รี่บอกกับศาสตราจารย์มูดี้
               3. รายละเอียดเกี่ยวกับถ้วยอัคนีและบทสนทนาต่อไปนี้
               4. การปรากฏตัวของศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์และคำอธิบายที่เขามอบให้แฮร์รี่
               5. อะไรอยู่ในท้ายรถ?
               6.ตัวตนที่แท้จริงของชายที่นอนอยู่บนพื้น
               7. ยาที่บุคคลนั้นได้รับแล้วตามด้วยการสารภาพของเขา
               8. ลำดับเหตุการณ์และการมีส่วนร่วมของวิงกี้
               9. บาร์ตี้ คราวช์ อยู่ที่ไหน?
เส้น                     ตลก
 คำว่า funny สามารถใช้ได้ทั้งในแง่บวกและแง่ลบ ทำให้เจ้าของภาษาอังกฤษยากที่จะแยกแยะความหมายที่ถูกใช้ แน่นอนว่า ความหมายที่ชัดเจนที่สุดคือเมื่อใช้ในความหมายว่า "ตลก" หรือ "แปลก" แต่ยังสามารถหมายถึง "แปลก" หรือ "มหึมา" ได้อีกด้วย ในกรณีนี้ แฮร์รี่กำลังบอกว่าไม้กายสิทธิ์ของเขาทำบางอย่างที่ "แปลก" ไม่ใช่ "ตลก" ในกรณีนี้ จะไม่มีความสับสน แต่จะเป็นอย่างไรหากมีคนพูดว่าพวกเขากำลังทำ "หน้าตลก" อยู่? ซึ่งอาจตีความได้ว่าเป็น "หน้าตลก" หรือ "หน้ามหึมา" เพื่อยืนยันว่าผู้พูดกำลังหมายถึงความหมายใด เรามักจะถามว่า "ตลกเหรอ ฮ่า ฮ่า" ซึ่ง "ฮ่า ฮ่า" ในที่นี้เป็นการเลียนแบบเสียงหัวเราะ ดังนั้นคำถามคือ "ตลกแบบตลกๆ เหรอ?" บทที่ 35 เกี่ยวกับ
 บทที่ 36 การแยกทาง --ในที่สุดก็ถึงเวลาที่ต้องแยกทางกันแล้ว
               คำถาม อีกคำหนึ่งที่ใช้เรียก "การแยกทาง" คือ "ลาก่อน" คุณจะไม่รู้ว่าใครกำลังแยกทางกันจนกว่าจะได้อ่านหนังสือเล่มนี้ แต่เมื่อเรื่องราวใกล้จะจบลง คุณอาจเดาได้ไม่ยากนัก
               การพัฒนาบท
               บทนี้มีสองบทบาท คือ บทสรุปเรื่องราว และปูทางไปสู่เล่มต่อไป บทนี้มีความสำคัญมาก โปรดอ่านอย่างละเอียด โปรดใส่ใจเป็นพิเศษกับประเด็นต่อไปนี้:
               1. บุคคลที่กำลังรอแฮรี่อยู่ในห้องของศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์
               2. เรื่องราวที่เล่าโดยแฮร์รี่
               3. คำอธิบายเรื่องราวของแฮร์รี่โดยศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ โดยเฉพาะคำอธิบายเรื่องฟอกส์
               4. สิ่งที่ฟอว์กส์ทำเพื่อแฮร์รี่
               5. ผู้คนกำลังรอแฮรี่อยู่ในห้องพยาบาล
               6. บทสนทนาที่เกิดขึ้นข้างๆ แฮร์รี่เมื่อเขาตื่นขึ้นมาในห้องพยาบาล
               7. คำอธิบายที่ให้แก่รัฐมนตรีกระทรวงเวทมนตร์และปฏิกิริยาของเขาต่อเรื่องนี้
               8. คำแนะนำของศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ให้แก่รัฐมนตรีกระทรวงเวทมนตร์
               9. นี่คือสิ่งที่ศาสตราจารย์สเนปแสดงให้รัฐมนตรีกระทรวงเวทมนตร์ดูระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์
               10. มอบให้แฮร์รี่โดยรัฐมนตรีกระทรวงเวทมนตร์
               11. คำแนะนำของศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์
               12. เฮอร์ไมโอนี่ปรากฏตัวที่หน้าต่างในห้องพยาบาลและได้ยินเสียงบางอย่าง
 บทที่ 37 จุดเริ่มต้น --อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด...แค่ยอมรับมันเมื่อมันมาถึง
               ชื่อตอนสุดท้ายนี่แปลกดี ปกติแล้วเราคงคิดว่าชื่อตอนน่าจะเป็น "The Ending" แต่เจ.เค. โรว์ลิ่งกลับคิดชื่อตอนไว้ต่างออกไป เขาเชื่อว่านี่ไม่ใช่จุดจบของเรื่อง แต่เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องต่อไปต่างหาก...
               การพัฒนาบท
               ยินดีด้วย! ในที่สุดคุณก็มาถึงจุดนี้ได้แล้ว
               เอาล่ะ อดทนไว้นะ! อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ นี่ไม่ใช่จุดจบของเรื่อง แต่เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องต่อไป ฉันมั่นใจว่าคุณจะมั่นใจพอที่จะอ่านเล่มต่อไป บทนี้สนุกมาก และฉันมั่นใจว่าคุณจะหัวเราะออกมาดังๆ กับแผนการแก้แค้นของเฮอร์ไมโอนี่ ข้อสังเกตบางประการที่ควรทราบ:
               1. ความรู้สึกของแฮร์รี่ที่มีต่อเซดริก
               2. เมื่อฉันไปเยี่ยมกระท่อมของแฮกริด
               3. สุนทรพจน์ส่งท้ายปีของศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์
               4. การสนทนากับนักเรียนจากโบซ์บาตงและเดิร์มสแตรง
               5. บทสนทนาระหว่างแฮรี่ รอน และเฮอร์ไมโอนี่บนรถไฟฮอกวอตส์เรื่องเดลี่พรอเฟต
               6. สิ่งที่เฮอร์ไมโอนี่บอกพวกเขา สิ่งที่เธอเก็บไว้ในขวด
               7. การสนทนากับเดรโก มัลฟอย และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น
               8. เฟร็ดกับจอร์จปรากฏตัว พวกเขาพูดถึงเรื่อง "แบล็กเมล์" อย่างไร
               9. ของขวัญที่แฮรี่มอบให้เฟร็ดและจอร์จ

ก่อนหน้า                                       อ่านต่อ

[ 1 ] แฮร์รี่ พอตเตอร์ คริสโตเฟอร์ เบลตัน คอสโมเปีย แปลโดย จุนโกะ วาตานาเบะ

     
  
         หนังสือที่คุณสามารถอ่านได้ อยากรู้จักโลกของแฮรี่ พอตเตอร์ให้มากขึ้นไหม?  คำแนะนำสำหรับผู้อ่านหนังสือต้นฉบับและรูปแบบการเขียนของ J.K. Rowling ในบทนี้ ฉันได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการอ่านแฮร์รี่ พอตเตอร์กับถ้วยอัคนี และหลักการเขียนที่เจ.เค. โรว์ลิ่งใช้ ต่อไปนี้คือโครงร่างสิ่งที่ฉันได้เขียนไว้ในบทความ "วิธีสนุกๆ ในการอ่านแฮร์รี่ พอตเตอร์เป็นภาษาอังกฤษ" แต่ฉันคิดว่าสิ่งสำคัญคือต้องทบทวนหลักการเขียนที่หนังสือภาษาอังกฤษ (โดยเฉพาะชุดแฮร์รี่ พอตเตอร์) ยึดถืออีกครั้ง
               1. คำแนะนำสำหรับผู้อ่านหนังสือต้นฉบับ
 การสร้างคลังคำศัพท์นั้นยากลำบาก ต้องใช้เวลาและความพยายามอย่างมาก ไม่มีวิธีใดที่จะได้มาซึ่งคลังคำศัพท์ที่จำเป็นสำหรับการอ่านหนังสือตั้งแต่ต้นจนจบได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม มีเทคนิคที่คุณสามารถใช้เพื่อทำให้กระบวนการนี้น่าเพลิดเพลินยิ่งขึ้น นี่คือเคล็ดลับบางประการ:
               1. อย่าค้นหาทุกคำที่คุณไม่รู้จักในพจนานุกรม
 ถ้าคุณลองค้นหาคำศัพท์ที่ไม่คุ้นเคยทุกคำในพจนานุกรม คุณอาจยอมแพ้ตั้งแต่ยังไม่ถึงบทแรก ไม่เพียงแต่เนื้อเรื่องจะถูกขัดจังหวะบ่อยเกินไปและน่าเบื่อน้อยลงเท่านั้น แต่เมื่อคุณอ่านถึงหน้าสาม คุณจะพบว่าลืมคำศัพท์ที่ค้นเจอในหน้าแรกไปแล้ว ซึ่งจะทำให้คุณเบื่ออย่างรวดเร็ว และเมื่อคุณหมดความสนใจในเนื้อเรื่องแล้ว ก็เหลือเวลาอีกไม่นานที่คุณจะเลิกอ่าน
               2. การเข้าใจความหมายของคำจากประโยครอบข้าง
               แม้ว่าคุณจะไม่รู้จักคำนั้น แต่ความหมายมักจะชัดเจนขึ้นเมื่อดูจากบริบท เตรียมสมุดบันทึกไว้ใกล้ตัว แล้วจดคำที่คุณไม่รู้จักลงไป แล้วเขียนความหมายไว้ข้างๆ คำเหล่านั้น
แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับศิลาอาถรรพ์ ภาค 1 Harry Potter 1 and the Sorcerers Stone HD พากย์ไทย เต็มเรื่อง แฮร์รี่พอตเตอร์
 เรื่องราวของ แฮร์รี่ พอตเตอร์ เด็กชายกำพร้าเข้าเรียนในโรงเรียนสอนเวทมนตร์คาถา ซึ่งเขาได้เรียนรู้ความจริงเกี่ยวกับตัวเขา ครอบครัวของเขา และความชั่วร้ายที่หลอกหลอนโลกแห่งเวทมนตร์
              ลองเดารสชาติแล้วจดบันทึกไว้ดูไหม? แล้วพอเจอคำนั้นอีกครั้ง ให้ทบทวนบันทึกของคุณ และแก้ไขหรือเพิ่มเติมหากจำเป็น
               3. ควรตรวจสอบพจนานุกรมเฉพาะเมื่อคุณแน่ใจความหมายของคำที่คุณเดาเท่านั้น
 คำศัพท์ที่ไม่คุ้นเคยหลายคำมักจะปรากฏในหนังสือทั้งเล่มเพียงครั้งหรือสองครั้ง และการค้นหาคำศัพท์เหล่านั้นในพจนานุกรมก็ไม่ได้ช่วยให้คุณเข้าใจเรื่องราวโดยรวมได้มากนัก อย่างไรก็ตาม ยังมีคำศัพท์บางคำที่ปรากฏซ้ำๆ กัน เมื่อคุณเห็นคำศัพท์เหล่านั้นหลายครั้งจนแน่ใจความหมายแล้ว ก็ถึงเวลาค้นหาในพจนานุกรมและค้นหาความหมายของคำศัพท์เหล่านั้น
               4. เข้าใจภาพรวมของเรื่องราว ไม่ใช่แค่คำแต่ละคำ
 หนังสือจะสร้างภาพต่างๆ ขึ้นมาในหัวคุณ และความหมายของคำๆ หนึ่งก็ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรมากนักต่อภาพเหล่านั้น หากคุณคิดว่าภาพหนึ่งๆ ขึ้นอยู่กับคำๆ เดียว การค้นหาความหมายของคำนั้นๆ อาจเป็นความคิดที่ดี แต่โดยทั่วไปแล้ว คุณจะพบว่าการรู้ความหมายของคำๆ เดียวไม่ได้สร้างความแตกต่างมากนักต่อความเข้าใจในประโยคหรือเรื่องราวทั้งหมดของคุณ
 หนังสือชุดแฮร์รี่ พอตเตอร์เขียนขึ้นสำหรับเด็ก ดังนั้นการดำเนินเรื่องไม่น่าจะยากเกินไป อันที่จริง 80% ของคำศัพท์ที่ใช้ในหนังสือเป็นคำศัพท์ระดับมัธยมต้นหรือมัธยมปลาย หมายความว่าคุณสามารถเข้าใจได้เกือบทั้งหมดโดยไม่ต้องใช้พจนานุกรม อย่างไรก็ตาม ในความเป็นจริง คุณอาจจำคำศัพท์ทั้งหมดที่เรียนในโรงเรียนไม่ได้ทั้งหมด ดังนั้นคุณอาจประสบปัญหาในการเรียนรู้ในช่วงแรก อย่างไรก็ตาม เมื่อคุณเริ่มอ่าน คุณจะเริ่มจำคำศัพท์เหล่านั้นได้ และคุณจะพบว่าความเข้าใจของคุณดีขึ้นเมื่ออ่านไปเรื่อยๆ สิ่งสำคัญคืออย่ายอมแพ้ อ่านต่อไป แม้ว่ามันจะยากสักหน่อย ถ้าคุณยอมแพ้ คุณจะไม่มีวันเสียใจ
               2. กฎการเขียน
               รูปแบบการเขียนที่ใช้ในข้อความของแฮรี่ พอตเตอร์กับถ้วยอัคนี มีดังนี้:
 แฮร์รี่ พอตเตอร์กับถ้วยอัคนี เขียนด้วยมุมมองบุคคลที่สาม หมายความว่าผู้เขียนไม่ใช่ตัวละครในเรื่อง ซึ่งทำให้ผู้เขียนมีมุมมองที่กว้างขึ้นและสามารถถ่ายทอดเรื่องราวได้อย่างเป็นกลาง ซึ่งหากเขียนด้วยมุมมองบุคคลที่หนึ่ง อาจมีข้อจำกัด
               ②ข้อความบรรยายเขียนด้วยกาลอดีต
               3) สไตล์การเขียนค่อนข้างมีชีวิตชีวาและชวนสนทนา ทำให้ผู้อ่านรู้สึกราวกับว่าผู้เขียนกำลังพูดกับพวกเขาโดยตรง มากกว่าการเล่าเรื่องเพียงอย่างเดียว นี่คือตัวอย่างบางส่วน:
               [ตัวอย่าง] แล้วชายชราคนนั้นเป็นใคร? [บทที่ 2] แล้วชายชราคนนั้นเป็นใคร?
               *คำแปลภาษาญี่ปุ่นต่อไปนี้นำมาจาก "แฮร์รี่ พอตเตอร์กับถ้วยอัคนี" เล่ม 1 และ 2 (แปลโดย ยูโกะ มัตสึโอกะ สำนักพิมพ์เซซันฉะ) เพื่อความเข้าใจง่าย คำแปลที่เพิ่มเข้ามาใหม่จะมีเครื่องหมาย * กำกับไว้
               จริงๆ แล้วนี่เป็นคำถามที่แฮร์รี่ถามตัวเอง แต่มันถูกเขียนขึ้นในลักษณะที่ทำให้ผู้อ่านรู้สึกเหมือนกำลังถูกถามคำถาม ซึ่งยิ่งดึงดูดผู้อ่านเข้าไปอีก ต่อไปนี้คือคำถามเพิ่มเติมที่ตัวละครไม่ได้พูดออกมา:
              [ตัวอย่าง] ใครจะเขียนถึงลุงเวอร์นอนเกี่ยวกับเขา? [บทที่ 3] ใครกันที่เขียนจดหมายถึงลุงของฉันเกี่ยวกับฉัน [แปลภาษาญี่ปุ่น เล่ม 1 หน้า 46]
               [ตัวอย่าง] เขาเรียนหนังสืออยู่หรือกำลังมองหาสิ่งที่จะช่วยให้เขาผ่านภารกิจแรกไปได้? [บทที่ 19] พวกเขากำลังเรียนอยู่หรือเปล่า? หรือกำลังมองหาอะไรบางอย่างที่จะช่วยให้พวกเขาบรรลุภารกิจหลัก?
               ④บางครั้งสำนวนอาจไม่สมเหตุสมผล ในกรณีเช่นนี้ สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจความหมายที่แท้จริง
อย่าไปกังวลกับมัน แต่ให้ชื่นชมภาพที่เข้ามาในใจ
               [ตัวอย่าง] ต้นเดือนธันวาคมมีลมและลูกเห็บพัดมาที่ฮอกวอตส์ [บทที่ 21] เดือนธันวาคมมาถึงฮอกวอตส์แล้ว พร้อมกับลมและความแปลกประหลาด ตรงนี้ เจ.เค. โรว์ลิ่ง อธิบายว่าสภาพอากาศที่เลวร้ายที่ฮอกวอตส์เกิดจากเดือนธันวาคมอันโหดร้าย แน่นอนว่านี่เป็นคำพูดที่สร้างสรรค์มาก เขาไม่เพียงแต่บรรยายสภาพอากาศเท่านั้น แต่ยังอธิบายถึงฤดูกาลด้วย หากเขาใช้ถ้อยคำอื่น มันอาจจะฟังดูไม่น่าสนใจและเหมือนกับการพยากรณ์อากาศ
               [ตัวอย่าง] อากาศในวันนั้นรู้สึกมีความหวังอย่างน่ายินดี [บทที่ 15] วันนั้น ความรู้สึกคาดหวังอันน่ารื่นรมย์แผ่ซ่านไปทั่ว [แปลภาษาญี่ปุ่น เล่ม 1 หน้า 374] ความคาดหวังนั้นอยู่ในใจของผู้คน ไม่ใช่ในอากาศ แต่ประเด็นสำคัญของประโยคนี้ก็ชัดเจน นั่นคือ อากาศที่ฮอกวอตส์เต็มไปด้วยความตื่นเต้น เพราะนักเรียนและอาจารย์หลายคนก็รู้สึกตื่นเต้นเช่นกัน
 5. นี่เป็นการขยายความจากที่กล่าวไปข้างต้น แต่คำกริยาและคำคุณศัพท์บางคำที่แสดงถึงการกระทำบางอย่าง เมื่อนำมารวมกับคำอื่นๆ อาจสื่อถึงสิ่งที่ปกติแล้วเป็นไปไม่ได้ ในกรณีเช่นนี้ อย่ายึดติดกับคำที่ใช้มากเกินไป แต่ให้มุ่งเน้นไปที่ภาพที่ได้จากคำเหล่านั้น
               [ตัวอย่าง]...แต่ลมแรงก็ทำให้มือและหน้าของพวกเขาถลอกทุกครั้งที่พวกเขาออกไปในพื้นที่ [บทที่ 27] เมื่อฉันก้าวออกไปที่สนามโรงเรียน ลมก็พัดจนมือและหน้าของฉันแดงก่ำอย่างไม่ปรานี ลมไม่ได้โหดร้าย มันไม่สามารถทำให้มือหรือหน้าของคุณแดงได้ แต่ภาพที่ J.K. Rowling พยายามจะสื่อนั้นชัดเจนมาก มันรู้สึกได้บนผิวของคุณอย่างแน่นอน
               [ตัวอย่าง] ขณะที่เขาพูดอย่างนั้น ท้องของเขาก็เต็มไปด้วยคลื่นแห่งความตื่นตระหนกที่หลอมละลาย [บทที่ 19] ทันทีที่เขาพูดออกไป ความรู้สึกหวาดกลัวที่เหนียวหนืดและละลายก็ไหลเข้ามาในท้องของแฮร์รี่
 ความกลัวไม่ได้ละลายหรือทำให้ท้องอิ่ม แต่เราทุกคนต่างรู้ดีถึงความรู้สึกอึดอัดในท้องเมื่อความกลัวเข้าครอบงำ คำพูดนี้ให้ความรู้สึกที่จริงยิ่งกว่าคำอธิบายใดๆ เกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นภายในร่างกายของคุณเมื่อคุณรู้สึกกลัว หากคุณคำนึงถึงประเด็นข้างต้นและมุ่งเน้นไปที่การจับภาพจากข้อความมากกว่าความหมายตามตำราของแต่ละคำ คุณจะพบว่าการอ่านจะง่ายขึ้น กุญแจสำคัญในการทำความเข้าใจเนื้อหาทั้งหมดไม่ได้อยู่ที่คำแต่ละคำ แต่อยู่ที่การผสมผสานคำ แทนที่จะวิเคราะห์การผสมคำเหล่านี้อย่างถูกหลักไวยากรณ์ จงใช้จินตนาการของคุณวาดภาพที่ชัดเจน เจ.เค. โรว์ลิ่ง เป็นปรมาจารย์ด้านการเขียนที่กระตุ้นจินตนาการของผู้อ่าน หากคุณอ่านเพื่อต้นไม้ (คำ) ไม่ใช่เพื่อป่า (ข้อความ) คุณจะพลาดความงดงามของเรื่องราวโดยรวม ซึ่งนั่นจะเป็นการเสียเปรียบโรว์ลิ่ง
               3. รูปแบบและลักษณะการเขียนบทสนทนา
               มีบางสิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้เมื่ออ่านบทสนทนาภาษาอังกฤษ ต่อไปนี้คือกฎพื้นฐานบางประการ
               ① บรรทัดทั้งหมดอยู่ในเครื่องหมายคำพูดคู่หนึ่ง ('')
               [ตัวอย่าง]“เวอร์นอน เดอร์สลีย์กำลังพูด [บทที่ 4] "หยาบคายจัง!" [แปลภาษาญี่ปุ่น เล่ม 1 หน้า 63]
               ② ประโยคที่ตามมาหลังบรรทัดที่ลงท้ายด้วยเครื่องหมายจุลภาค (,) แสดงถึงสถานการณ์ที่พูดบรรทัดนั้น ประโยคเดียวกันนี้ใช้กับกรณีที่บรรทัดนั้นลงท้ายด้วยเครื่องหมายอัศเจรีย์ (!) หรือเครื่องหมายคำถาม (?) และคำถัดไปขึ้นต้นด้วยตัวพิมพ์เล็ก
               [ตัวอย่าง] "เราต้องเดินอีกหน่อย" คุณวีสลีย์กล่าว [บทที่ 6] "เราต้องเดินอีกเยอะ" ชายคนนั้นกล่าว [คำแปลภาษาญี่ปุ่น เล่ม 1 หน้า 104]
               [ตัวอย่าง]'ตกลง ตกลง!' ลุงเวอร์นอนพูดเสียงดัง [บทที่ 3] "พอแล้ว พอแล้ว!" ชายคนนั้นตะโกน [แปลภาษาญี่ปุ่น เล่ม 1 หน้า 50]
               [ตัวอย่าง]เขาถามเธอว่า “รู้สึกอยากเดินทางไกลไหม” [บทที่ 3] “คุณรับมือกับการเดินทางไกลได้ไหม” เขาถามเฮดวิก
               3) ถ้าประโยคที่อยู่ก่อนบรรทัดลงท้ายด้วยเครื่องหมายจุลภาค ประโยคนั้นจะระบุบริบทที่พูดบรรทัดนั้น
               [ตัวอย่าง]...แล้วเริ่มโขกหัวมันอย่างแรง พร้อมกับร้องว่า 'ด็อบบี้ตัวร้าย! ด็อบบี้ตัวร้าย!' [ตอนที่ 21] ..... เธอกระแทกหัวลงอย่างแรงที่สุดเท่าที่จะทำได้ พร้อมกรีดร้องด้วยความกรีดร้อง "ด็อบบี้เป็นเด็กเกเร! ด็อบบี้เป็นเด็กเกเร!"
               ④หากย่อหน้าบทสนทนาจบโดยไม่มีเครื่องหมายคำพูดปิด (') แสดงว่าบทสนทนาของผู้พูดคนเดียวกันยังคงดำเนินต่อไปในย่อหน้าถัดไป ในกรณีนี้ ย่อหน้าถัดไปจะขึ้นต้นด้วยเครื่องหมายคำพูด (')
              [ตัวอย่าง]‘...ไม่มีใครที่อายุต่ำกว่าสิบเจ็ดปีจะสามารถข้ามเส้นนี้ได้ 'สุดท้ายนี้ ข้าพเจ้าขอฝากความปรารถนาดีไปยังท่านผู้ใดก็ตามที่ปรารถนา...' [บทที่ 16] "ไม่มีใครที่อายุต่ำกว่าสิบเจ็ดปีสามารถข้ามเส้นนั้นได้" "สุดท้ายนี้ ขอให้ข้าพเจ้าชี้แจงให้ชัดเจนแก่ผู้ที่ต้องการจะแข่งขันในแมตช์นี้..." [แปลภาษาญี่ปุ่น เล่มที่ 1 หน้า 397]
               ⑤ บรรทัดเหล่านี้อาจจะพูดในกาลอดีต กาลปัจจุบัน หรือกาลอนาคต แต่กริยาที่อธิบายสถานการณ์ที่พูดจะต้องเป็นกาลอดีตเสมอ
               [ตัวอย่าง] 'ฉันจะโทรหาอาจารย์ใหญ่!' ศาสตราจารย์มักกอนนากัลตะโกน [บทที่ 12] "ฉันกำลังโทรหาอาจารย์ใหญ่!" ศาสตราจารย์มักกอนนากัลคำราม 6 บรรทัดสะท้อนถึงรูปแบบการพูดของผู้พูด ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องถูกต้องตามหลักไวยากรณ์เสมอไป ประโยคมีคำหายไปหนึ่งหรือสองคำ
ด้านล่างนี้เป็นตัวอย่างพร้อมทั้งการเขียนใหม่ให้ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์:
               [ตัวอย่าง]'อารมณ์อันน่าสยดสยอง' [บทที่ 1]
               → 'เขามีอารมณ์ร้ายมาก' “เขามีอารมณ์ร้ายมาก” [แปลภาษาญี่ปุ่น เล่ม 1 หน้า 8]
               [ตัวอย่าง]'ออกไปในสวน ฉันคาดหวัง' [บทที่ 5]
               → 'ฉันคิดว่าเขาคงอยู่ข้างนอกสวน' “ฉันคิดว่ามันเป็นสวน” (แปลภาษาญี่ปุ่น เล่ม 1 หน้า 87)
               ตัวอย่าง]‘ใกล้จะถึงเวลาแล้ว' [บทที่ 6]
               → 'มันคงใกล้ถึงเวลาแล้ว' "ใกล้ถึงเวลาแล้ว" [แปลภาษาญี่ปุ่น เล่ม 1 หน้า 112]
               [ตัวอย่าง]‘อรุณสวัสดิ์ เบซิล’ [บทที่ 7]
               → “สวัสดีตอนเช้านะ เบซิล” "สวัสดีตอนเช้า เวอร์จิล" [แปลภาษาญี่ปุ่น เล่ม 1 หน้า 116]
               7. เมื่อประโยคตามหลังกริยาที่แปลว่า "กล่าว" และเครื่องหมายจุลภาค (หรือกริยา + คำวิเศษณ์ + เครื่องหมายจุลภาค) จะเป็นการเพิ่มคำอธิบายการกระทำของผู้พูด
               [ตัวอย่าง]'ไม่เคยมีผู้คนหนาแน่นขนาดนี้มาก่อน' เขากล่าวอย่างกะทันหัน ขณะมองออกไปยังทุ่งที่ปกคลุมไปด้วยหมอกอีกครั้ง [บทที่ 7] “ไม่เคยมีคนพลุกพล่านขนาดนี้มาก่อน” โรเบิร์ตส์พูดขึ้นอย่างกะทันหัน ขณะหันสายตากลับไปยังบริเวณที่ตั้งแคมป์ซึ่งมีหมอกหนา
               [ตัวอย่าง]'ครับ?' มูดี้ตอบ ดวงตาวิเศษของเขาหันไปมองเนวิลล์ทันที [ตอนที่ 14] "มีอะไรเหรอ" มู้ดดี้หัน "ตาวิเศษ" ของเขาไปมองเนวิลล์
               ⑧ คำที่เขียนด้วยตัวเอียง (แบบตัวเอียง) แสดงว่าผู้พูดกำลังเน้นคำนั้น
               [ตัวอย่าง]‘คุณไม่ได้กำลังเขียนใบสั่งซื้อใหม่ใช่ไหม?' [บทที่ 10] “ไม่ได้กำลังสร้างใบสั่งซื้อใหม่ใช่ไหม” [แปลภาษาญี่ปุ่น เล่ม 1 หน้า 237]
              [ตัวอย่าง] 'พวกเขานอนอยู่ที่ไหนแล้ว?' [บทที่ 16] “คนพวกนั้นพักอยู่ที่ไหน” [การแปลภาษาญี่ปุ่น เล่ม 1, หน้า. 407] โปรดจำไว้ว่าคำที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ (ในกรณีของซีรีส์ Harry Potter ส่วนใหญ่เป็นคาถา) และชื่อหนังสือและหนังสือพิมพ์ก็เขียนด้วยตัวเอียงเช่นกัน
               [ตัวอย่าง]'Accio Firebolt!' เขาตะโกน [บทที่ 20] “แอกซิโอ ไฟร์โบลต์!” [แปลภาษาญี่ปุ่น เล่ม 1 หน้า 544]
               [ตัวอย่าง] แฮร์รี่และรอนเอาสำเนา Unfogging the Future กลับลงไปที่ห้องนั่งเล่น... [บทที่ 14] แฮร์รี่และรอนกลับไปที่ห้องนั่งเล่นพร้อมกับหนังสือเรียน ``การปัดเป่าหมอกแห่งอนาคต'' และ... [การแปลภาษาญี่ปุ่น เล่ม 1 หน้า 13] 343]
               [ตัวอย่าง]...ขณะที่เธอโยน Witch Weekly ลงบนเก้าอี้ว่างข้างๆ เธอ [บทที่ 27] เฮอร์ไมโอนี่... โยนแม่มดประจำสัปดาห์ลงบนเก้าอี้ว่างข้างๆ เธอ [แปลภาษาญี่ปุ่น เล่ม 2 หน้า 237]
               ⑨คำที่เขียนด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมดแสดงว่าผู้พูดตะโกนเสียงดัง
               [ตัวอย่าง]'โอ้ ไม่ได้อีกแล้ว!' [บทที่ 5] “อืม อีกแล้ว!” [การแปลภาษาญี่ปุ่น เล่ม 1 หน้า 90]
               [ตัวอย่าง]'TROY SCORES!' แบ็กแมนคำราม... [บทที่ 8] “ทรอยได้คะแนนก่อน!” [การแปลภาษาญี่ปุ่น เล่ม 1 หน้า 166]
               ⑩ หากมีคำหรือประโยคล้อมรอบด้วยเครื่องหมายคำพูดคู่ (“”) ในบรรทัดของบทสนทนาที่ล้อมรอบด้วยเครื่องหมายคำพูด () แสดงว่าผู้พูดกำลังอ้างอิงคำต่อคำถึงสิ่งที่คนอื่นพูดหรือสิ่งที่เขียนจากที่อื่น
             [ตัวอย่าง] 'คุณได้ยินคนเฒ่าวิงกี้กลับมาที่แมตช์... "เฮาส์เอลฟ์ไม่ควรสนุก"... นั่นคือสิ่งที่เธอชอบ การถูกบังคับ ...' [บทที่ 9] "คุณไม่ได้ยินที่วิงกี้จังพูดที่สนามกีฬาเหรอ...'นางฟ้าผู้รับใช้ไม่ควรสนุกเหรอ?'...ฉันชอบเรื่องแบบนั้น การถูกบงการ......" [ฉบับแปลภาษาญี่ปุ่น เล่ม 1 หน้า 13] 193]
คำศัพท์สำคัญที่ต้องรู้ก่อนอ่าน
 มีคำศัพท์ที่ปรากฏอยู่บ่อยครั้งในซีรีส์แฮร์รี่ พอตเตอร์ และหากคุณไม่เข้าใจความหมายของคำศัพท์เหล่านั้น คุณก็จะไม่สามารถเพลิดเพลินไปกับเรื่องราวได้อย่างเต็มที่ เราได้รวบรวมคำศัพท์สำคัญที่จำเป็นสำหรับการทำความเข้าใจแฮร์รี่ พอตเตอร์กับถ้วยอัคนีไว้ที่นี่ เนื่องจากมีคำศัพท์ไม่มากนัก คุณสามารถจดจำคำศัพท์ทั้งหมดได้ตั้งแต่ต้น หรือจะอ้างอิงคำศัพท์เหล่านั้นระหว่างอ่านหนังสือก็ได้
มนต์เสน่ห์
               คำกริยารูป passive ของคำว่า bewitched เป็นคำกริยาที่ใช้อธิบายสภาวะที่อยู่ภายใต้เสน่ห์หรือมนตร์สะกด เช่นเดียวกับคาถา สามารถใช้ได้ไม่ว่าเวทมนตร์นั้นจะ "ดี" หรือ "ไม่ดี"
หม้อน้ำ
              หม้อขนาดใหญ่ที่ใช้สำหรับปรุงอาหารบนไฟหรือเคี่ยวยา ทำจากวัสดุหลากหลายชนิด เช่น ทองเหลือง ดีบุก ทอง เงิน และทองแดง แม้ว่าจะไม่ค่อยพบเห็นในปัจจุบันเมื่อหลายร้อยปีก่อน ก่อนที่จะมีซูเปอร์มาร์เก็ต รถยนต์ หรือตู้เย็น แต่หม้อเหล่านี้ก็เป็นเครื่องมือทำอาหารที่สำคัญในชีวิตประจำวันในชนบท เนื้อสัตว์และผักที่เน่าเสียตามกาลเวลาสามารถนำมาเคี่ยวในหม้อขนาดใหญ่เพื่อทำซุปหรือสตูว์ ทำให้เก็บได้นานขึ้น อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไป หม้อขนาดใหญ่ถูกมองว่าเป็นเครื่องมือที่เกี่ยวข้องกับแม่มดมากกว่าสิ่งของที่ใช้งานได้จริง เด็กๆ มักวาดภาพแม่มดคนหม้อขนาดใหญ่
               คาถาเสน่ห์เป็นคาถาที่ "ดี" อาจเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่หลงใหล หรืออาจเป็นการเล่นตลกที่ไม่น่าพึงใจ แต่ไม่ว่ากรณีใด คาถานี้ก็ไม่เป็นอันตรายและจะก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้ที่หลงใหล
ปิดบัง
               เสื้อคลุมคือเสื้อผ้าที่สวมไว้บนไหล่และผูกไว้ใต้คาง แม่มดและพ่อมดแม่มดหลายคนสวมเสื้อคลุม
สะกด
 คำนี้ใช้เรียกเวทมนตร์และคาถาทุกประเภท รวมถึงคาถาเสน่ห์ คำสาป และการร่ายมนตร์ ไม่ว่าจะมีจุดประสงค์ที่ดีหรือไม่ดีก็ตาม ดังนั้นจึงมักใช้ในชื่อหนังสือเกี่ยวกับคาถาโดยทั่วไป ยกตัวอย่างเช่น ในวิชาเวทมนตร์ศาสตร์ เราใช้ตำราเรียนชื่อ The Standard Book of Spells แต่หากใช้ชื่อว่า The Standard Book of Charms ตำราเรียนเล่มนี้จะบรรจุเฉพาะคาถา "ดี" เท่านั้น และต้องใช้ตำราเรียนแยกต่างหากสำหรับคาถา "ไม่ดี"
               แม่มดและพ่อมดใช้ไม้กายสิทธิ์ในการร่ายคาถาเวทมนตร์ ซึ่งส่วนใหญ่มักทำจากไม้และมีหลากหลายแบบ
ไม้กายสิทธิ์
               พ่อมดชายผู้ฝึกฝนเวทมนตร์ดำ
เวท
               ผู้หญิง (แม่มด) ผู้สามารถใช้เวทมนตร์และทำสิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเวทมนตร์ได้
แม่มด
               เวทมนตร์และคาถาที่เหล่าแม่มดใช้
คาถา
               คุณสามารถใช้เวทย์มนตร์และเรียนรู้สิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเวทย์มนตร์ได้ ชายคนหนึ่ง (ผู้วิเศษ) ที่ทำสิ่งนี้
ตัวช่วยสร้าง
               เวทมนตร์และคาถาที่ใช้โดยพ่อมด (ชาย)
เวทมนตร์คาถา
*หนังสือเล่มนี้ไม่ได้ตีพิมพ์ภายใต้ใบอนุญาตจาก J.K. Rowling หรือ Warner Bros. และผู้แต่งและสำนักพิมพ์ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ J.K. Rowling หรือ Warner Bros.
               *ลิขสิทธิ์ของข้อความและคำนามเฉพาะในซีรีส์ Harry Potter เป็นของผู้เขียนปัจจุบัน J.K. Rowling และการแปลภาษาญี่ปุ่นเป็นของผู้แปล Yuko Matsuoka และสำนักพิมพ์ที่รับแปล Seizansha
               *การแปลคำนามเฉพาะและคำอื่นๆ ที่กล่าวถึงแล้วในหนังสือเล่มนี้มีพื้นฐานมาจากการแปลของ Yuko Matsuoka
อ้างอิง
               แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับศิลาอาถรรพ์ (โดย เจ.เค.โรว์ลิ่ง) Blooms bury Publishing Plc, สหราชอาณาจักร 1997 ISBN: 0-7475-3274-5
               แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับห้องแห่งความลับ (โดย เจ.เค.โรว์ลิ่ง) Blooms bury Publishing Plc, สหราชอาณาจักร 1998 ISBN: 0-7475-3848-4
               แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับนักโทษแห่งอัซคาบัน (โดย เจ.เค.โรว์ลิ่ง)Blooms bury Publishing Plc, สหราชอาณาจักร 1999 ISBN: 0-7475-4629-0
               แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับถ้วยอัคนี (โดย เจ.เค.โรว์ลิ่ง) Blooms bury Publishing Plc, สหราชอาณาจักร 2000 ISBN: 0-7475-5099-9
               สัตว์มหัศจรรย์และถิ่นที่อยู่ (โดย นิวท์ สคามันเดอร์) บลูมส์ฝังตัวอยู่ในสมาคมกับสำนักพิมพ์ Obscurus Books สหราชอาณาจักร ปี 1998 ISBN: 0-7475-5466-8
               พจนานุกรมคอลลินส์อัญมณีละติน HarperCollins Pu blishers, สหราชอาณาจักร 1996 ISBN: 0-00-470763-X
               แฮร์รี่ พอตเตอร์กับศิลาอาถรรพ์ แปลโดย ยูโกะ มัตสึโอกะ เซซันชะ "แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับห้องแห่งความลับ" แปลโดย ยูโกะ มัตสึโอกะ เซซันฉะ "แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับนักโทษแห่งอัซคาบัน" แปลโดย ยูโกะ มัตสึโอกะ เซซันฉะ "Harry Potter and the Goblet of Fire" เล่ม 1 และ 2 แปลโดย Yuko Matsuoka, Seizansha [สำเนียงแฮกริด]
               รีเบอุส แฮกริดเป็นหนึ่งในตัวละครหลักและปรากฏตัวบ่อยครั้งในหนังสือ ดังนั้นการทำความเข้าใจบทพูดของเขาจึงเป็นสิ่งสำคัญในการถ่ายทอดความสนุกของเรื่องราวและได้รับประโยชน์สูงสุดจากมัน
 สำเนียงของแฮกริดมาจากภาษาอังกฤษถิ่นตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งรวมถึงซอมเมอร์เซ็ต คอร์นวอลล์ เดวอน กลอสเตอร์เชอร์ และพื้นที่โดยรอบ สำเนียงภาษาอังกฤษตะวันตกเฉียงใต้มีลักษณะเด่นคือสระที่โค้งมน ซึ่งคล้ายกับการออกเสียงสระแบบอเมริกัน ชาวพิวริแทน หรือที่รู้จักกันในนามบรรพบุรุษผู้ก่อตั้งอเมริกา ได้ออกเดินทางจากพลีมัธ เดวอน บนเรือเมย์ฟลาวเวอร์ ว่ากันว่าสำเนียงภาษาอังกฤษตะวันตกเฉียงใต้ของชาวพิวริแทน ซึ่งเป็นชาวยุโรปกลุ่มแรกที่เดินทางมาถึงอเมริกาเหนือ ได้ผสมผสานกับสำเนียงไอริชเพื่อสร้างสระแบบอเมริกัน สระที่โค้งมนนี้เห็นได้ชัดเจนที่สุดเมื่อแฮกริดพูดคำที่ขึ้นต้นด้วยตัวอักษร "y" ตัวอย่างเช่น คำว่า "you" ออกเสียงว่า "yeh" และ "your" ออกเสียงว่า "yer"
 เพื่อช่วยให้คุณเข้าใจสำเนียง เราได้รวมรายการคำศัพท์ที่ไม่ได้อยู่ในพจนานุกรมไว้ท้ายบทนี้ แต่เมื่อคุณอ่าน คุณจะสังเกตเห็นว่าคำพูดของแฮกริดมีรูปแบบบางอย่าง รูปแบบเหล่านี้มีความสอดคล้องกันมากจนอาจช่วยให้คุณจดจำกฎของคำพูดของเขาได้ง่ายกว่าการต้องอ่านซ้ำคำต่อคำ กฎเหล่านี้แสดงไว้ด้านล่าง โดยมีภาษาอังกฤษมาตรฐานอยู่ในวงเล็บ:
               ① เสียงตัว t, d และ g สุดท้ายไม่ออกเสียง เกี่ยวกับ (ประมาณ) อัน' (และ) อะไรก็ได้ (อะไรก็ได้)
               2. รวมคำสองคำหรือมากกว่าเข้าด้วยกันและออกเสียงเหมือนเป็นคำเดียว สามารถทำได้ (อาจจะทำได้)
               ⚫ ต้อง (got to) ออกไป (ออกจาก)

[สำเนียงแฮกริด]
               รีเบอุส แฮกริด เป็นหนึ่งในตัวละครหลักและปรากฏตัวบ่อยครั้งในหนังสือ ดังนั้นการทำความเข้าใจบทพูดของเขาจึงเป็นสิ่งสำคัญในการถ่ายทอดความสนุกของเรื่องราวและได้รับประโยชน์สูงสุดจากมัน
 สำเนียงของแฮกริดมาจากภาษาอังกฤษถิ่นตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งรวมถึงซอมเมอร์เซ็ต คอร์นวอลล์ เดวอน กลอสเตอร์เชอร์ และพื้นที่โดยรอบ สำเนียงภาษาอังกฤษตะวันตกเฉียงใต้มีลักษณะเด่นคือสระที่โค้งมน ซึ่งคล้ายกับการออกเสียงสระแบบอเมริกัน ชาวพิวริแทน หรือที่รู้จักกันในนามบรรพบุรุษผู้ก่อตั้งอเมริกา ได้ออกเดินทางจากพลีมัธ เดวอน บนเรือเมย์ฟลาวเวอร์ ว่ากันว่าสำเนียงภาษาอังกฤษตะวันตกเฉียงใต้ของชาวพิวริแทน ซึ่งเป็นชาวยุโรปกลุ่มแรกที่เดินทางมาถึงอเมริกาเหนือ ได้ผสมผสานกับสำเนียงไอริชเพื่อสร้างสระแบบอเมริกัน สระที่โค้งมนนี้เห็นได้ชัดเจนที่สุดเมื่อแฮกริดพูดคำที่ขึ้นต้นด้วยตัวอักษร "y" ตัวอย่างเช่น คำว่า "you" ออกเสียงว่า "yeh" และ "your" ออกเสียงว่า "yer"
 เพื่อช่วยให้คุณเข้าใจสำเนียง เราได้รวมรายการคำศัพท์ที่ไม่ได้อยู่ในพจนานุกรมไว้ท้ายบทนี้ แต่เมื่อคุณอ่าน คุณจะสังเกตเห็นว่าคำพูดของแฮกริดมีรูปแบบบางอย่าง รูปแบบเหล่านี้มีความสอดคล้องกันมากจนอาจช่วยให้คุณจดจำกฎของคำพูดของเขาได้ง่ายกว่าการต้องอ่านซ้ำคำต่อคำ กฎเหล่านี้แสดงไว้ด้านล่าง โดยมีภาษาอังกฤษมาตรฐานอยู่ในวงเล็บ:
               ① เสียงตัว t, d และ g สุดท้ายไม่ออกเสียง เกี่ยวกับ (ประมาณ) อัน' (และ) อะไรก็ได้ (อะไรก็ได้)
               2. รวมคำสองคำหรือมากกว่าเข้าด้วยกันและออกเสียงเหมือนเป็นคำเดียว สามารถทำได้ (อาจจะทำได้)
               ⚫ ต้อง (got to) ออกไป (ออกจาก)
               ③ สามารถละคำสรรพนามและกริยา infinitive ได้ แม้ว่าฉันอาจจะลองดูก็ได้นะ [ตอนที่ 22] (ฉันคิดว่าฉันอาจจะลองดูก็ได้นะ)
               ④ ผสมระหว่าง were และ was แม่กับพ่อไม่อยู่ แล้วเธอก็รู้สึกเหมือนตัวเองคงไม่เข้ากับฮอกวอตส์ได้ จำได้ไหม [ตอนที่ 24] (แม่กับพ่อไม่อยู่ แล้วเธอก็รู้สึกเหมือนตัวเองคงไม่เข้ากับฮอกวอตส์ได้ จำได้ไหม)
               ⑤ ใช้ฉันแทนคำว่า my แฮร์รี่ เจอกันคืนนี้เที่ยงคืนที่กระท่อมของฉัน [ตอนที่ 19] (แฮร์รี่ เจอกันคืนนี้เที่ยงคืนที่กระท่อมของฉัน) พ่อของฉันเสียใจมากตอนที่เธอจากไป [ตอนที่ 23] (พ่อของฉันเสียใจมากตอนที่เธอจากไป)
               ⑥ ใช้เราแทนฉันขอเวลาเราสักครู่ [ตอนที่ 16] (ขอเวลาฉันสักครู่)
               ⑦ ใช้คำว่า "never" แทนคำว่า "didn't" และทำให้กริยาต่อไปนี้อยู่ในกาลอดีต
              ⚫ แต่อย่างน้อยเขาก็ไม่เคยเห็นฉันถูกไล่ออก [บทที่ 24] (แต่อย่างน้อยเขาก็ไม่เคยเห็นฉันถูกไล่ออก) ข้อความต่อไปนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสำเนียงทางตะวันตกเฉียงใต้ของอังกฤษ แต่สามารถบรรยายถึงบุคลิกภาพของแฮกริดได้ดี:
            ⑧ แดงก่ำ แฮกริดมักใช้คำว่า ruddy เพื่อเน้นคำ Ruddy เป็นรูปแบบทางการของคำว่า bloody ส่วน Bloody เป็นคำหยาบคาย ดังนั้นจึงไม่อนุญาตให้ใช้ในหนังสือเด็ก แม้ว่าคำเหล่านี้จะพบได้บ่อยในภาษาอังกฤษ แต่ก็ไม่ได้แปลเป็นภาษาอื่นได้ดีเสมอไป จุดประสงค์ของคำเหล่านี้คือเพื่อเน้นคำที่ตามมา เหมือนกับเครื่องหมายอัศเจรีย์ (!) คุณกำลังทำอะไรอยู่ถึงได้เที่ยวไปกับครัมผู้แดงก่ำ? [บทที่ 28]
              ภาษาอังกฤษของแฮกริดเข้าใจยาก แต่ภาษาอังกฤษนี้สะท้อนถึงตัวละครของเขาในแฮร์รี่ พอตเตอร์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ฟังดูคล้ายเสียงเด็กบ้านนอกผู้ใจดีพึมพำ อย่างไรก็ตาม แฮกริดก็มีบทบาทสำคัญในเรื่อง ดังนั้นคุณควรใส่ใจทุกบทพูดของเขา การใส่ใจลักษณะการพูดที่กล่าวถึงข้างต้นและการอ้างอิงรายการคำศัพท์ด้านล่าง จะช่วยให้คุณอ่านบทพูดของแฮกริดได้อย่างง่ายดาย การสะกดคำภาษาอังกฤษมาตรฐานอยู่ทางด้านขวา

อ่านต่อ