ว่าด้วยผลแห่งการส่งข้ามฟาก
[๓๐] เวลานั้น เราเป็นจระเข้อยู่ใกล้ฝั่งแม่น้ำจันทภาคา เราขวนขวายหาเหยื่อของตน
ได้ไปยังท่าน้ำ สมัยนั้น พระสยัมภูผู้อัครบุคคลพระนามว่าสิทธัตถะ พระองค์ประสงค์จะเสด็จข้ามแม่น้ำ จึงเสด็จเข้ามาสู่ท่าน้ำ
![]() |
ก็เมื่อ พระสัมพุทธเจ้าเสด็จมาถึง แม้เราก็มาถึงที่ท่าน้ำนั้น เราได้เข้าไปใกล้ พระสัมพุทธเจ้าแล้ว ได้กราบทูลดังนี้ว่า เชิญเสด็จขึ้น (หลังข้าพระองค์) เถิดพระมหาวีรเจ้า ข้าพระองค์จักข้ามส่งพระองค์ ขอพระองค์ทรงอนุเคราะห์วิสัยของบิดาข้าพระองค์เถิด
พระมหามุนี พระมหามุนีทรงสดับ คำทูลเชิญของเราแล้วเสด็จขึ้น (หลัง) เราร่าเริง มีจิตยินดี ได้ข้าม ส่งพระผู้มีพระภาค ผู้นายกของโลก ที่ฝั่งแม่น้ำโน้น พระผู้มีพระภาค สิทธัตถะนายกของโลก ทรงยังเราให้พอใจ ณ ที่นั้นว่า ท่านจักได้บรรลุ อมตธรรม เราเคลื่อนจากกายนั้นแล้ว ได้ไปสู่เทวโลก แวดล้อมด้วย นางอัปสร เสวยสุขอันเป็นทิพย์อยู่ เราได้เป็นจอมเทวดา เสวยเทวรัช สมบัติอยู่ ๗ ครั้ง ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิผู้เป็นใหญ่ในแผ่นดิน ๓ ครั้ง เราขวนขวายในวิเวก มีปัญญาและสำรวมแล้วด้วยดี ทรงกายอันเป็น ที่สุดอยู่ในศาสนาพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เรา ได้ข้ามส่งพระนราสภ ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่ง การข้ามส่งพระนราสภ คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จ แล้ว ฉะนี้แล.
ทราบว่า ท่านพระอุตติยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ อุตติยเถราปทาน.
อรรถกถา ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓. สุภูติวรรค ๘. อุตติยเถราปทาน (๒๘)
๒๘. อรรถกถาอุตติยเถราปทาน
อปทานของท่านพระอุตติยเถระมีคำเริ่มต้นว่า จนฺทภาคานทีตีเร ดังนี้.
พระเถระแม้นี้ได้บำเพ็ญบุญญาธิการไว้ในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ สั่งสมบุญทั้งหลายอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานในภพนั้นๆ ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะ บังเกิดเป็นจระเข้ในแม่น้ำชื่อว่าจันทภาคา เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จเข้ามาใกล้ฝั่งแม่น้ำ มีจิตเลื่อมใส ประสงค์จะนำไปสู่ฝั่ง จึงนอนที่ใกล้ฝั่งนั่นเอง.
พระผู้มีพระภาคเจ้าวางพระบาททั้งสองไว้บนหลัง เพื่ออนุเคราะห์แก่จระเข้นั้น. เธอยินดี มีใจฟูขึ้น เกิดความอุตสาหะมากด้วยกำลังแห่งปีติ จึงว่ายตัดกระแสน้ำ รีบนำพระผู้มีพระภาคเจ้าไปสู่ฝั่งโน้นโดยเร็ว.
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทราบความเลื่อมใสแห่งจิตของเธอ จึงทรงพยากรณ์ว่า จระเข้นี้จุติจากอัตภาพนี้แล้วจักบังเกิดในเทวโลก จำเดิมแต่นั้น เธอก็ท่องเที่ยวไปในสุคตินั่นเอง ในกัปที่ ๘๔ แต่ภัทรกัปนี้จักบรรลุอมตนิพพาน ดังนี้แล้วก็เสด็จหลีกไป.
เธอท่องเที่ยวไปในสุคตินั้นแหละเหมือนอย่างนั้น ในพุทธุปบาทกาลนี้ บังเกิดเป็นบุตรของพราหมณ์คนหนึ่งในกรุงสาวัตถี. พวกพราหมณ์ได้ตั้งชื่อเธอว่าอุตติยะ.
เธอเจริญวัยแล้วคิดว่าเราจักแสวงหาอมตธรรม จึงบวชเป็นปริพาชก วันหนึ่ง เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้า จึงเข้าไปเฝ้าถวายบังคมแล้วฟังธรรม เป็นผู้ได้ศรัทธา บวชในพระศาสนา เพราะความที่ตนไม่ชำระศีลและทิฏฐิให้หมดจด จึงไม่อาจให้คุณวิเศษบังเกิดได้ เห็นภิกษุรูปอื่นยังคุณวิเศษให้เกิดขึ้น พยากรณ์พระอรหัตผล จึงเข้าไปเฝ้าพระศาสดาทูลขอโอวาทโดยสังเขป.
ฝ่ายพระศาสดาได้ประทานโอวาทแก่เธอโดยสังเขปนั่นแล โดยนัยมีอาทิว่า เพราะเหตุนั้นนั่นแล อุตติยะ เธอจงชำระเบื้องต้นนั่นแลให้หมดจด. เธอตั้งอยู่ในโอวาทเริ่มวิปัสสนาแล้ว.
เมื่อเธอเริ่มวิปัสสนาอาพาธเกิดขึ้นแล้ว. เมื่ออาพาธเกิดขึ้น เธอเกิดความสังเวช ทราบถึงเรื่องการปรารภความเพียร จึงเจริญวิปัสสนาบรรลุพระอรหัตแล้ว.
ท่านบรรลุพระอรหัตผล ตามสมควรแก่กุศลสมภารที่ได้บำเพ็ญมาด้วยประการฉะนี้แล้ว ระลึกถึงบุพกรรมของตนแล้วเกิดโสมนัส เมื่อจะประกาศปุพพจริตาปทาน จึงกล่าวคำมีอาทิว่า จนฺทภาคานทีตีเร ดังนี้.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า จนฺทภาคานทีตีเร ความว่า ชื่อว่าจันทภาคานที เพราะเปล่งแสงสว่างประกอบด้วยสิริอันกลมกลืนกับแสงสว่างแห่งดวงจันทร์ กระทำเสียงไหลไปตามพื้นทรายขาวสะอาด และเพราะสมบูรณ์ด้วยรัศมี และด้วยน้ำใสและมีรสอร่อย.
เชื่อมความว่า เราได้เป็นจระเข้ อาศัยอยู่ที่ฝั่งแห่งแม่น้ำจันทภาคานั้น.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สุํสุมาโร ความว่า ชื่อว่าสุงสุมาระ เพราะกระทำการฆ่าฝูงปลาเล็กๆ ให้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย. ความว่า ปลาร้ายคือจระเข้.
บทว่า สโภชนปสุโตหํ ความว่า เราขวนขวายคือพยายามในโภชนะของตนคือในที่หาอาหารของตน.
บทว่า นทีติตฺถํ อคจฺฉหํ ความว่า ในกาลเสด็จมาของพระผู้มีพระภาคเจ้า เราได้ไปถึงท่าแม่น้ำ.
บทว่า สิทฺธตฺโถ ตมฺหิ สมเย ความว่า ในกาลที่เราไปสู่ท่านั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะเป็นบุคคลเลิศ ประเสริฐสุดในหมู่สัตว์ทั้งปวง แม้พระสยัมภูคือผู้เป็นเอง พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จอุบัติแล้ว ปรารถนาจะข้ามฝั่ง คือเข้าถึงฝั่งแม่น้ำ.
บทว่า เปตฺติกํ วิสยํ มยฺหํ ความว่า การที่เรานำพระองค์ให้ข้ามจากแม่น้ำใหญ่อันบิดาและปู่เป็นต้นนำสืบกันมานั้น เป็นการข้ามไปแห่งมหานุภาพ อันเราให้สำเร็จเสร็จเรียบร้อยแล้ว.
บทว่า มม อุคฺคชฺชนํ สุตฺวา เชื่อมความว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้มหามุนีทรงสดับคำเชื้อเชิญของเราเสด็จขึ้นแล้ว.
คำที่เหลือง่ายทั้งนั้นแล.
จบอรรถกถาอุตติยเถราปทาน

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น