Translate

23 มกราคม 2569

พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ สุภูติวรรค ที่ ๓ โขมทายกเถราปทานที่ ๑๐ (๓๐)

ว่าด้วยผลแห่งการถวายผ้าโขมะ
 [๓๒] เวลานั้น เราเป็นพ่อค้าอยู่ในนครพันธุมดี ด้วยการค้าขายนั้น เราได้เลี้ยง ดูภริยา
และก่อสร้างกุศลสมบัติ เราต้องการกุศล ได้ถวายผ้าโขมะผืน หนึ่งแด่พระศาสดาพระนามว่าวิปัสสี ผู้ทรงแสวงหาคุณใหญ่หลวง เสด็จ ดำเนินอยู่ในถนน ในกัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เวลานั้น เราได้ถวายผ้าโขมะ ใด ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลการถวายผ้าโขมะในกัลป ที่ ๒๗ แต่กัลปนี้ เราเป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามว่า สินธวสันทนะ สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ เป็นใหญ่ในทวีปทั้ง ๔ คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
                ทราบว่า ท่านพระโขมทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.

 จบ โขมทายกเถราปทาน.

รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ
         ๑. สุภูติเถราปทาน ๒. อุปวาณเถราปทาน
         ๓. ตีณิสรณาคมนิยเถราปทาน ๔. เบญจสีลสมาทานนิยเถราปทาน
         ๕. อันนสังสาวกเถราปทาน ๖. ธูปทายกเถราปทาน
         ๗. ปุฬินปูชกเถราปทาน ๘. อุตติยเถราปทาน
         ๙. เอกัญชลิกเถราปทาน ๑๐. โขมทายกเถราปทาน
         คาถารวมทั้งหมดที่ท่านกล่าวไว้มี ๑๘๕ คาถา.
จบ สุภูติวรรคที่ ๓.
จบ ภาณวารที่ ๔.
อรรถกถา ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓. สุภูติวรรค ๑๐. โขมทายกเถราปทาน (๓๐)
         ๓๐. อรรถกถาโขมทายกเถราปทาน
         อปทานของท่านพระโขมทายกเถระมีคำเริ่มต้นว่า นคเร พนฺธุมติยา ดังนี้. 
         พระเถระแม้นี้ได้บำเพ็ญบุญญาธิการไว้ในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ สั่งสมบุญทั้งหลายอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานในภพนั้นๆ ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าวิปัสสี บังเกิดในเรือนมีตระกูลแห่งหนึ่ง เจริญวัยแล้ว เลื่อมใสยิ่งในพระศาสนา นับถือพระรัตนตรัยว่าเป็นของของเรา ฟังธรรมในสำนักพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าวิปัสสี มีใจเลื่อมใส ได้กระทำการบูชาด้วยผ้าไหม. 
         ท่านได้กระทำผ้าไหมนั้นนั่นแลให้เป็นมูลค่า ทำบุญตลอดชีวิต จากนั้นก็บังเกิดในเทวโลก. เสวยทิพยสุขไปมาในเทวดา ๖ ชั้น จุติจากอัตภาพนั้นแล้ว เสวยมนุษยสมบัติมีอย่างต่างๆ มีจักรพรรดิเป็นต้นในมนุษยโลก เมื่อบุญสมภารถึงความแก่รอบแล้ว บังเกิดในเรือนมีตระกูลในพุทธุปบาทกาลนี้เจริญวัยแล้ว ฟังธรรมในสำนักของพระศาสดาได้ศรัทธาแล้วบรรพชา เจริญวิปัสสนา ไม่นานนักก็บรรลุพระอรหัต. 
         ท่านปรากฏโดยนามแห่งบุญที่ตนได้ทำไว้ว่า โขมทายกเถระ. 
         ท่านระลึกถึงบุพกรรมของตน เกิดโสมนัส เมื่อจะแสดงปุพพจริตาปทาน จึงกล่าวคำมีอาทิว่า นคเร พนฺธุมติยา ดังนี้. 
         ในคำนั้น ญาติ ท่านเรียกว่าพันธุ พวกพ้องอยู่สืบต่อกันมาในนครใด นครนั้นท่านเรียกว่าพันธุมดี. 
         คำว่า โรเปมิ พีชสมฺปทํ ความว่า เราปลูก คือเริ่มตั้งพีชสมบัติ คือบุญมีทานและศีลเป็นต้น.
                    จบอรรถกถาโขมทายกเถราปทาน         
         จบอรรถกถาสุภูติวรรคที่ ๓         
         จบอรรถกถาจตุภาณวาร

ไม่มีความคิดเห็น: