Translate

09 กุมภาพันธ์ 2569

พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ นาคสมาลวรรคที่ ๘ นาคสมาลเถราปทานที่ ๑ (๗๑)

ว่าด้วยผลแห่งการบูชาสถูปด้วยดอกแคฝอย
 [๗๓] เราถือเอาดอกแคฝอยไปบูชาที่พระสถูป ซึ่งมหาชนสร้างไว้
ที่หนทางใหญ่ ของพระผู้มีพระภาคพระนามว่าสิขีผู้เผ่าพันธุ์ของโลก ในกัลปที่ ๓๑ แต่ กัลปนี้ เราได้ทำกรรมใดในกาลนั้น ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระสถูป ในกัลปที่ ๑๕ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้า จักรพรรดิจอมกษัตริย์ พระนามว่าปุปผิยะทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเรา ได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระนาคสมาลเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. 

จบ นาคสมาลเถราปทาน.

อรรถกถา ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๘. นาคสมาลวรรค. นาคสมาลเถราปทาน (๗๑)
นาคสมาลวรรคที่ ๘
         ๗๑. อรรถกถานาคสมาลเถราปทาน
         อปทานของท่านพระนาคสมาลเถระมีคำเริ่มต้นว่า อาปาฏลึ อหํ ปุปฺผํ ดังนี้. 
         พระเถระแม้นี้ได้บำเพ็ญบุญสมภารในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ สั่งสมบุญกุศลอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานในภพนั้นๆ ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าสิขี บังเกิดในเรือนมีตระกูลแห่งหนึ่ง บรรลุนิติภาวะแล้ว อยู่ครอบครองเรือน กระทำกรรมคือการเห็นการได้ยินและการบูชา ในกาลที่พระศาสดายังทรงพระชนม์อยู่ เพราะไม่ได้ความคลุกคลีเกี่ยวข้องด้วยรูปเห็นปานนั้น ในกาลแห่งพระศาสดาปรินิพพานแล้ว จัดแจงพระสารีริกธาตุของพระผู้มีพระภาคเจ้านั้น ยังจิตให้เลื่อมใสแม้ในเจดีย์ที่ตนกระทำแล้ว บูชาดอกแคฝอย ยังโสมนัสให้เกิด ดำรงอยู่จนตลอดอายุด้วยโสมนัสนั้นนั่นเอง. 
         ท่านทำกาละจากอัตภาพนั้นแล้ว จึงเสวยสุขในเทวโลก ๖ ชั้นมีชั้นดุสิตเป็นต้น ครั้นต่อมาเสวยสมบัติในมนุษย์ทั้งหลาย. 
         ในพุทธุปบาทกาลนี้ บังเกิดในเรือนมีตระกูล มีนามาภิไธยอันมารดาบิดาตั้งให้ว่า นาคสมาละ เพราะมีร่างกายเสมือนกับใบอ่อนแห่งไม้กากะทิง เลื่อมใสในพระผู้มีพระภาคเจ้า บวชไม่นานนักก็ได้เป็นพระอรหันต์. 
         ภายหลังท่านระลึกบุพกรรมของตนแล้วเกิดโสมนัส เมื่อจะประกาศปุพพจริตาปทาน จึงกล่าวคำมีอาทิว่า อาปาฏลึ อหํ ปุปฺผํ ดังนี้. 
         บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อาปาฏลึ ความว่า เราได้ถือเอาดอกแคฝอยโดยรอบหรือโดยเอื้อเฟื้อ ยกขึ้นบูชาบนพระสถูป. 
         บทว่า อุชฺฌิตํ สุมหาปเถ ความว่า ได้ยกขึ้นในหนทางใหญ่ คือในถนนท่ามกลางพระนครเพื่อเป็นที่ไหว้และพระบูชาของชาวพระนครทั้งปวง. 
         อธิบายว่า ให้สำเร็จด้วยกรรมคือการก่อด้วยอิฐ และฉาบด้วยปูนขาวเป็นต้น. 
         คำที่เหลือมีอรรถรู้ได้ง่ายทั้งนั้น เพราะมีนัยดังกล่าวแล้วในหนหลัง และมีอรรถตื้นแล.
จบอรรถกถานาคสมาลเถราปทาน

ไม่มีความคิดเห็น: