ว่าด้วยผลแห่งการถวายเหง้ามันผลไม้และน้ำ
[๗๖] เราเข้าไปยังป่าชัฏอยู่ในป่าใหญ่ ได้พบพระพุทธเจ้าพระนามว่า
วิปัสสี ผู้ สมควรรับเครื่องบูชาจึงได้ถวายเหง้ามัน ผลไม้และน้ำสำหรับล้างพระหัตถ์ ถวายบังคมพระบาทด้วยเศียรเกล้าแล้ว มุ่งหน้าทางทิศอุดรหลีกไป ใน กัลปที่ ๙๑
![]() |
แต่กัลปนี้ เราได้ถวายเหง้ามันและผลไม้ในกาลนั้น ด้วย กรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งบุญกรรม และในกัลปที่ ๓ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิจอมกษัตริย์ พระนามว่าภิสสมมต ทรง สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว
พระพุทธศาสนา เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระภิสาลุวทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ ภิสาลุวทายกเถราปทาน
จบ ภาณวารที่ ๖
อรรถกถา ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๘. นาคสมาลวรรค ๔. ภิสาลุวทายกเถราปทาน (๗๔)
๗๔. อรรถกถาภิสาลุวทายกเถราปทาน
อปทานของท่านพระภิสาลุวทายกเถระมีคำเริ่มต้นว่า กานนํ วนโมคฺคยฺห ดังนี้.
พระเถระแม้นี้ได้บำเพ็ญกุศลสมภารในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าวิปัสสี อยู่ในป่าใกล้หิมวันตประเทศ มีรากไม้และผลไม้เป็นอาหาร เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าวิปัสสี เสด็จมาด้วยอำนาจวิเวก มีจิตเลื่อมใส ได้ถวายเหง้าบัวทั้งห้า.
พระผู้มีพระภาคเจ้าได้เสวยทั้งที่เธอได้เฝ้าอยู่นั้นแหละ เพื่อจะยังจิตของเธอให้เลื่อมใส ด้วยความเลื่อมใสแห่งจิตนั้น เธอทำกาละแล้ว เสวยสมบัติในเทวาดชั้นดุสิตเป็นต้นและเสวยมนุษย์สมบัติ.
ในพุทธุปบาทกาลนี้ บังเกิดในเรือนมีตระกูลแห่งหนึ่ง ได้รับทรัพย์สมบัติ ละสมบัตินั้นแล้วบวชในศาสนา ไม่นานนักก็ได้บรรลุพระอรหันต์.
แต่นั้นท่านระลึกถึงบุพกรรมของตน เกิดโสมนัส เมื่อจะประกาศปุพพจริตาปทาน จึงกล่าวคำมีอาทิว่า กานนํ วนโมคฺคยฺห ดังนี้.
คำนั้นมีอรรถดังกล่าวแล้วในหนหลังนั้นแล.
บทว่า วสามิ วิปิเน อหํ เชื่อมความว่า เราได้อยู่อย่างสงัด.
คำที่เหลือมีอรรถตื้นทั้งนั้นแล.
จบอรรถกถาภิสาลุวทายกเถราปทาน
จบอรรถกถาภาณวารที่ ๖

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น