Translate

10 กุมภาพันธ์ 2569

พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ ติมิรปุปผิยวรรคที่ ๙ คตสัญญกเถราปทานที่ ๒ (๘๒)

ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยดอกกรรณิการ์ ๗ ดอก
 [๘๔] เรามีอายุ ๗ ปีโดยกำเนิด บรรพชาเป็นสามเณร มีใจเลื่อมใส
ได้ถวายบังคม พระบาทของพระศาสดาได้โยนดอกไม้กรรณิการ์ ๗ ดอกขึ้นไปในอากาศ อุทิศเฉพาะพระพุทธเจ้า พระนามว่าติสสะ ผู้ทรงคุณอนันต์ดังสาคร มีใจ ยินดีและเลื่อมใสบูชาหนทางที่พระสุคตเสด็จดำเนิน ได้กระทำอัญชลีด้วย มือทั้งสองของตน ในกัลปที่ ๙๒ แต่กัลปนี้ ได้ทำกรรมใดในกาลนั้น ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา ในกัลปที่ ๘ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ ๓ พระองค์ มีพระนามว่าอัคคิสิขะ ทรง สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว
                พระพุทธศาสนาเราได้ทำ เสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระคตสัญญกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. 

จบ คตสัญญกเถราปทาน.

อรรถกถา ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๙. ติมิรปุปผิยวรรค. คตสัญญกเถราปทาน (๘๒)
         ๘๒.อรรถกถาคตสัญญกเถราปทาน
         อปทานของท่านพระคตสัญญกเถระมีคำเริ่มต้นว่า ชาติยา สตฺตวสฺโสหํ ดังนี้. 
         พระเถระแม้นี้ได้บำเพ็ญกุศลสมภารไว้ในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ สั่งสมบุญทั้งหลายอันเป็นอุปนิสัยแก่พระนิพพานในภพนั้นๆ ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าติสสะ บังเกิดในเรือนมีตระกูลแห่งหนึ่ง ได้ศรัทธาด้วยอำนาจวาสนาที่ตนทำไว้ในกาลก่อน บวชในกาลที่ตนมีอายุ ๗ ขวบนั้นแล ได้ปรากฏโดยการกระทำการนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้านั้นเอง. 
         วันหนึ่ง ท่านถือเอาดอกไม้ ๗ ดอกที่ตั้งขึ้นในที่ที่เขาไถด้วยไถ มีสีเขียวดุจสีแก้วมณีฉะนั้นเทียวบูชาบนอากาศ. ท่านกระทำสมณธรรมจนตลอดอายุ ด้วยบุญกรรมนั้น ท่านท่องเที่ยวอยู่ในเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย. 
         ในพุทธุปบาทกาลนี้ บังเกิดในเรือนมีตระกูลแห่งหนึ่ง บรรลุนิติภาวะแล้ว เลื่อมใสในพระศาสดา บวชแล้วไม่นานก็ได้เป็นพระอรหันต์. 
         ครั้นภายหลัง ท่านระลึกถึงบุพกรรมของตน เกิดศรัทธา เมื่อจะประกาศปุพพจริตาปทาน จึงกล่าวคำมีอาทิว่า สตฺตวสฺโสหํ ดังนี้. 
         บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ชาติยา สตฺตวสฺโส ความว่า ตั้งแต่เวลาที่ออกจากท้องมารดา จนอายุครบ ๗ ขวบ. 
         บทว่า ปพฺพชึ อนคาริยํ ความว่า ชื่อว่าอนคาริยะ เพราะกรรมอันเป็นประโยชน์แก่เรือน คือกสิกรรมและวาณิชกรรมไม่มี. 
         ความว่า เราได้บวชในพระพุทธศาสนา. 
         บทว่า สุคตานุคตํ มคฺคํ ความว่า ทางอันพระพุทธเจ้าทรงดำเนินไปแล้ว. 
         อีกอย่างหนึ่ง ทางอันพระองค์แสดงแล้ว. 
         เชื่อมความว่า เรามีใจร่าเริงคือมีจิตยินดีบูชา ด้วยอำนาจบำเพ็ญข้อปฏิบัติธรรมอันสมควรแก่ธรรม. 
         คำที่เหลือในบททั้งปวงมีอรรถง่ายทั้งนั้นแล.
จบอรรถกถาคตสัญญกเถราปทาน

ไม่มีความคิดเห็น: